บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)

Last updated: Oct 5, 2020  |  121 จำนวนผู้เข้าชม  |  ENERGY NEWS

บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)

BGRIM ร่วมลงนามสัญญาความร่วมมือกับ กฟภ.และ PEA ENCOM
เพิ่มศักยภาพความเป็นผู้นำด้านพลังงาน

ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม และประธานกลุ่มบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติ และมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่าง กฟภ. โดยวัตถุประสงค์ของความร่วมกันคือจะมีการศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมมือ ทั้งทางด้านเทคนิคและทางด้านการเงิน เพื่อขยายธุรกิจร่วมกัน อาทิเช่น การขยายขอบเขตของลูกค้าอุตสาหกรรมของโครงการโรงไฟฟ้าแบบ Small Power Producer (SPP) เป็นวงกว้างขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพโครงการผลิตไฟฟ้าโดยเอกชนที่ผลิตไฟฟ้าใช้เองหรือจำหน่ายให้ลูกค้าตรงโดยไม่ขายเข้าระบบของการไฟฟ้า (Independent Power Supply: IPS) โครงการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานทดแทน

รวมถึงระบบไมโครกริดและระบบสมาร์ทไมโครกริด (Smart Microgrid) ซึ่งเป็นการเพิ่มศักยภาพของ บี.กริม เพาเวอร์ ในการเป็นผู้นำด้านพลังงานไฟฟ้า เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน มีโอกาสประหยัดเงินลงทุนในสายส่งและอุปกรณ์อื่นในอนาคตมีมูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท โดยเบื้องต้นเป็นส่วนของโครงการโรงไฟฟ้า บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ (เอไออี-เอ็มทีพี) จำกัด จำนวน 315 ล้านบาท และการให้บริการลูกค้าในพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ เซอร์วิส (แหลมฉบัง) จำกัด (บริษัทย่อยของ บี.กริม เพาเวอร์) ได้ถือหุ้น 75% ในบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ (เอไออี-เอ็มทีพี) จำกัด (“BPAM”) (เดิมชื่อ บริษัท โกลว์ เอสพีพี 1 จำกัด) และมีบริษัท นิคมอุตสาหกรรมเอเซีย จำกัด ถือหุ้นอีก 25% ใน BPAM นั้น ด้วย บี.กริม เพาเวอร์ เล็งเห็นถึงความสำคัญในการมีหุ้นส่วนทางธุรกิจที่มีศักยภาพที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านระบบสายส่งไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมการแข่งขันในบริเวณพื้นที่มาบตาพุด

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2563 บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ เซอร์วิส (แหลมฉบัง) จำกัด ได้เข้าทำการโอนหุ้นจำนวน 5% ใน BPAM ให้แก่ PEA ENCOM มูลค่าการขายหุ้นรวมจำนวน 200 ล้านบาท ซึ่งภายหลังการโอนหุ้นดังกล่าว จะทำให้ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ เซอร์วิส (แหลมฉบัง) จำกัด ถือหุ้น 70% ใน BPAM ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 10/2563 เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2563

อย่างไรก็ดีความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นแรงหนุนสำคัญให้แก่บริษัทในการต่อยอดการดำเนินธุรกิจให้มีการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว ช่วยผลักดันเป้าหมายการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าของบริษัทไปถึง 7,000 เมกะวัตต์ตามที่ตั้งใจไว้ ซึ่งจะช่วยสร้างผลกำไรและเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นได้อย่างสม่ำเสมอต่อไป