Last updated: 16 ส.ค. 2564 | 973 จำนวนผู้เข้าชม |
ราช กรุ๊ป กำไรครึ่งปีแรก 4,211 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73%
นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประกาศผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรก ของปี 2564 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิรวม 4,210.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 72.9% จากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจัยบวกมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้การขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าในออสเตรเลียและส่วนแบ่งกำไรของกิจการร่วมทุน ขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายลดลงด้วย โดยมีรายได้รวม 19,217.47 ล้านบาท ประกอบด้วย รายได้จากธรุกิจผลิตไฟฟ้า 18,948.66 ล้านบาท แบ่งเป็น กลุ่มโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลัก 17,628.34 ล้านบาท และกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน 1,320.32 ล้านบาท และรายได้จากธุรกิจสาธารณูปโภคพื้นฐาน และอื่นๆ 268.71 ล้านบาท
สำหรับในช่วงครึ่งปีแรก บริษัทฯ รับรู้กำลังการผลิตติดตั้งตามการถือหุ้นรวม 8,290 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย กำลังผลิตจากโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ 5,879 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงถ่านหิน 888 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ 488 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังงานลม 720 เมกะวัตต์ ที่เหลือเป็นกำลังการผลิตจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ชีวมวล และพลังงานนิวเคลียร์ รวม 319 เมกะวัตต์ สำหรับกำลังการผลิตเดินเครื่องเชิงพาณิชย์รวม 7,053 เมกะวัตต์ และกำลังการผลิตที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างรวม 1,237 เมกะวัตต์
สำหรับความก้าวหน้าในการลงทุนในช่วง 6 เดือนแรกปีนี้ บริษัทฯ ได้ใช้เงินลงทุนในโครงการเดิมที่ร่วมทุนแล้ว และโครงการใหม่ รวมเป็นเงิน 5,440 ล้านบาท จากในปีนี้มีแผนที่จะใช้เงินลงทุนประมาณ 15,000 ล้านบาท โดยโครงการใหม่ ได้แก่ การเข้าซื้อหุ้น 10% ของบริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมอีโค่วิน ในประเทศเวียดนาม นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ลงนามสัญญาร่วมทุน 2 โครงการใน สปป. ลาว ซึ่งเป็นการลงทุนผ่านบริษัท ราช-ลาว เซอร์วิส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยใน สปป. ลาว ได้แก่ โครงการผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลอัดแท่ง (ถือหุ้น 25%) และโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เวียงจันทน์ (ถือหุ้น 9.91%) ซึ่งมีกำหนดชำระเงินลงทุนในไตรมาสที่ 3
สำหรับในครึ่งปีหลัง บริษัทฯ คาดว่าจะรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าอีก 2 แห่ง กำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นรวม 160.31 เมกะวัตต์ ที่มีกำหนดจะเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในเดือนตุลาคมนี้ ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมเรียว กำลังผลิตติดตั้งรวม 296.23 เมกะวัตต์ ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ ในประเทศอินโดนีเซีย (บริษัทฯถือหุ้น 49%) และโรงไฟฟ้าพลังงานลมอีโค่วิน กำลังการผลิตติดตั้งรวม 29.70 เมกะวัตต์ ในประเทศเวียดนาม (บริษัทฯ ถือหุ้น 51.04%)
สำหรับแผนการเพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัทฯ ประมาณ 30,000 ล้านบาท เป็นการเสนอขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัท โดยจะมีการจัดสรรหุ้นให้เพิ่มขึ้น เพื่อนำเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนมาใช้ในการลงทุน การชำระหนี้ และเป็นเงินทุนหมุนเวียน เพื่อให้บริษัทฯ สามารถเติบโตได้ใน 4-5 ปีข้างหน้าอย่างยั่งยืน โดยคาดว่าจะทำการเพิ่มทุนได้ภายในต้นปีหน้า
บริษัทฯ ยังคงมุ่งแสวงหาการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯ โดยเน้นโครงการที่ดำเนินงานเชิงพาณิชย์แล้ว เพื่อให้สามารถรับรู้รายได้ทันที ในปีนี้บริษัทฯ มีแผนจะเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าให้ถึง 8,874 เมกะวัตต์ ซึ่งจะต้องลงทุนเพิ่มอีก 584 เมกะวัตต์เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ปัจจุบันบริษัทฯ ได้เจรจาเพื่อเข้าร่วมลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลักและพลังงานทดแทนที่ดำเนินงานแล้วในต่างประเทศ หากดำเนินการได้สำเร็จ บริษัทฯ จะมีกำลังการผลิตเชิงพาณิชย์เพิ่มอีกประมาณ 970 เมกะวัตต์ โดยคาดว่าจะสามารถปิดดีลได้ภายในปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า 1-2 โครงการ
ส่วนการลงทุนผ่านบริษัทร่วมทุนในกลุ่ม กฟผ. อยู่ระหว่างการเตรียมการจัดตั้งบริษัท หลังจากนั้นจะมีการศึกษาโครงการที่จะลงทุน ซึ่งส่วนใหญ่จะมาจากโครงการศึกษาวิจัยของ กฟผ. ในด้านนวัตกรรมที่จะทำให้เกิดเป็นเชิงพาณิชย์ ซึ่งหนึ่งในโครงการที่จะลงทุนคือ ระบบกักเก็บพลังงานที่เป็นนโยบายของภาครัฐ ที่ต้องการให้เกิดการลงทุนภายในประเทศ
ทางด้านนางวดีรัตน์ เจริญคุปต์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่การเงิน ราช กรุ๊ป กล่าวว่า ในปีนี้และปีหน้ามีแผนที่จะจัดหาเงินเพื่อใช้ในการลงทุน การชำระหนี้ที่ครบกำหนด และเป็นเงินทุนหมุนเวียน โดยจะทำการเพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัท ประมาณ 30,000 ล้านบาท การจัดหาจากสถาบันการเงินและการออกหุ้นกู้ ประมาณ 40,000-45,000 ล้านบาท ซึ่งในปีหน้ามีหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดชำระประมาณ 2,000 ล้านบาท
13 ก.พ. 2569
13 ก.พ. 2569
13 ก.พ. 2569