บ้านปู จำกัด (มหาชน)

Last updated: 17 ส.ค. 2564  |  1083 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บ้านปู จำกัด (มหาชน)

บ้านปู เตรียมวงเงิน 4.25 หมื่นล้านบาท ลงทุนธุรกิจใหม่ในช่วง 3 ปี

นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วงปี 2564-2566 บ้านปูได้เตรียมวงเงินลงทุนประมาณ 42,500 ล้านบาท มาจากเงินเพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัทฯ ที่จะได้รับเข้ามาในปีนี้ ประมาณ 8,500 ล้านบาท ปี 2565 ประมาณ 8,500 ล้านบาท และปี 2566 ประมาณ 9,500 ล้านบาท และมีวงเงินกู้ที่ได้รับเข้ามาแล้วกว่า 16,000 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้สำหรับการลงทุนในโครงการใหม่ ๆ ที่เป็น Green Asset และส่วนหนึ่งจะนำไปใช้สำหรับชำระคืนเงินกู้ เป็นการเตรียมแผนการเงินให้ครอบคลุมแผนการดำเนินงานใน 5 ปี (ปี 2564-2566) อย่างไรก็ตามเมื่อมีการชำระคืนหนี้จะทำให้มีส่วนต่างในการกู้เงินเพิ่มได้หากมีโครงการลงทุนใหม่เพิ่มเติม ส่วนการลงทุนในธุรกิจเหมืองถ่านหิน เป็นการใช้กระแสเงินสดของตัวเองในการลงทุน จึงไม่มีความจำเป็นต้องกู้เงินเพื่อมาลงทุนในธุรกิจนี้

ซึ่งการลงทุนโดยเน้น Green Asset จะทำให้บ้านปูไปสู่เป้าหมายการมีกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย ค่าเสื่อมและค่าใช้จ่ายตัดจ่าย (EBITDA) จากธุรกิจพลังงานที่สะอาดและเทคโนโลยีพลังงานในสัดส่วนมากกว่า 50% ภายในปี 2568

สำหรับผลดำเนินธุรกิจครึ่งแรกของปี 2564 มีรายได้จากการขายรวม 1,535 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 47,325 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 33% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมี EBITDA รวม 582 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 17,948 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 147% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 93 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2,861 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 488% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยสำคัญเกิดจากการปรับตัวที่สูงขึ้นของราคาถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ

“ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา บ้านปูยังคงเร่งสร้างการเปลี่ยนผ่านทางธุรกิจ (Banpu Transformation) อย่างต่อเนื่องภายใต้กลยุทธ์ Greener & Smarter โดยประสบความสำเร็จในการลงทุนเพื่อขยายพอร์ตธุรกิจพลังงานที่สะอาดมากขึ้น รวมทั้งยังสามารถสร้างกระแสเงินสดได้ทันที ขณะเดียวกันยังศึกษาความเป็นไปได้ในธุรกิจเหมือง Green Tech Minerals ทั้งในออสเตรเลียและอินโดนีเซีย เพื่อส่งเสริมและต่อยอดของกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน รวมทั้งยังศึกษาการลงทุนในโรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual Power Plant) และ Data Center ซึ่งมีศักยภาพการเติบโตสูงและสามารถเสริมระบบนิเวศทางธุรกิจของกลุ่มบ้านปู หรือ Banpu Ecosystem ให้ครบวงจรยิ่งขึ้น” นางสมฤดี กล่าว

ในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 ทั้ง 3 ธุรกิจหลักของบริษัทฯ มีผลประกอบการที่ดี สร้างกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มธุรกิจแหล่งพลังงาน (Energy Resources) ธุรกิจเหมือง มีผลประกอบการที่ดีจากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวดีขึ้นสอดคล้องกับแนวโน้มราคาถ่านหินในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการใช้พลังงานจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในหลาย ๆ ประเทศ ในขณะที่ผู้ผลิตถ่านหินรายใหญ่หลายรายเผชิญความท้าทายในการผลิตถ่านหินออกสู่ตลาด โดยธุรกิจเหมืองมี EBITDA 331 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 10,228 ล้านบาท)

ธุรกิจก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ มีราคาขายเฉลี่ยสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้น เป็นผลจากความต้องการที่สูงขึ้นจากภูมิอากาศที่ร้อนขึ้นอย่างรวดเร็วในภูมิภาคอเมริกาเหนือ ประกอบกับการเริ่มฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมจากช่วงปีที่ผ่านมา โดยมี EBITDA 178 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 5,463 ล้านบาท)

กลุ่มธุรกิจผลิตพลังงาน (Energy Generation) ยังคงสามารถสร้างรายได้ที่ดีสม่ำเสมอ โดยเฉพาะจากโรงไฟฟ้าเอชพีซีใน สปป.ลาว ที่สามารถผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าด้วยค่าความพร้อมจ่าย (EAF) ที่สูงขึ้น ด้านโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี จังหวัดระยอง มีการปิดซ่อมบำรุงเพื่อซ่อมแซมเหตุท่อรั่ว อย่างไรก็ตาม ยังสามารถรักษาระดับ EAF ได้สูง ส่วนโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (Combined Heat and Power: CHP) ในจีนมีผลกำไรลดลงจากความต้องการใช้ไฟฟ้าและไอน้ำที่ชะลอตัวลงจากลูกค้าบางกลุ่ม และผลกระทบจากต้นทุนถ่านหินในประเทศที่อยู่ในระดับสูง ในขณะที่โรงไฟฟ้าซานซีลู่กวง (Shanxi Lu Guang: SLG) ในจีนกำลังเตรียมความพร้อมในการเปิดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ภายในไตรมาส 3

ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในจีน มีรายได้เพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยทำให้มีความเข้มของแสงที่สูงขึ้น และมีอัตราความสามารถในการผลิตไฟฟ้า (Capacity Factor) สูงขึ้นเช่นเดียวกัน ส่วนธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น มีปริมาณการผลิตไฟฟ้าและ Capacity Factor เพิ่มขึ้นเช่นกัน ในขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Vinh Chau ระยะที่ 1 ในเวียดนาม มีรายงานความคืบหน้าในการก่อสร้างที่ 68% คาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในไตรมาส 4 ของปีนี้ โดยมี EBITDA 77 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2,370 ล้านบาท)

ในช่วงครึ่งแรกของปี บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการต่อยอดกลยุทธ์ Greener & Smarter จากการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าใหม่อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ โรงไฟฟ้า Nakoso IGCC ในญี่ปุ่น โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Beryl และ Manildra ในออสเตรเลีย และล่าสุดได้เข้าลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซฯ CCGT “Temple I” ในรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา

กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน (Energy Technology) ยังคงเร่งเดินหน้าสร้างความเติบโต โดยเฉพาะการพัฒนาผลิตภัณท์และบริการเพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจของกลุ่มบ้านปู (Banpu Ecosystem) ให้แข็งแกร่ง โครงการที่สำคัญ ได้แก่ การก่อสร้างโครงการโซลาร์ลอยน้ำขนาด 16 เมกะวัตต์ ที่นิคมหลักชัยเมืองยาง คืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 60 ในขณะที่ธุรกิจติดตั้งโซลาร์บนหลังคา ขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่มธุรกิจขนาดกลางมากขึ้น นอกจากนี้ ธุรกิจซื้อขายไฟฟ้าในญี่ปุ่นทำสัญญาระยะเวลา 1 ปี เพิ่มเติมกว่า 10 ฉบับ จากลูกค้ารายใหม่จำนวน 6 ราย ประกอบด้วย โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย และสถาบันแห่งชาติต่าง ๆ คิดเป็นปริมาณผลิตไฟฟ้า 111 กิกะวัตต์ชั่วโมง

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้