ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

Last updated: 15 พ.ย. 2564  |  879 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

ราช กรุ๊ป 9 เดือน กำไร 5,649 ล้านบาท

นางสาวชูศรี เกียรติขจรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปีนี้การลงทุนเพิ่มกำลังผลิตใหม่มีแนวโน้มดีกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 8,874 เมกะวัตต์ เนื่องจากคาดว่าจะรับรู้กำลังผลิตประมาณ 1,054 เมกะวัตต์ ซึ่งทำให้กำลังการผลิตรวมเพิ่มขึ้นเป็น 9,346.35 เมกะวัตต์ เป็นผลจากการเข้าซื้อหุ้น 45.515% จากบริษัท PT Paiton Energy ที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง ในประเทศอินโดนี้ ซึ่งดำเนินกิจการโรงไฟฟ้า 2 แห่ง กำลังผลิตรวม 2,045 เมกะวัตต์ และการซื้อหุ้นสามัญและหุ้นเพิ่มทุนของ บริษัท สหโคเจน (ชลบุรี) จำกัด (มหาชน) สัดส่วน 51% ซึ่งดำเนินกิจการโรงไฟฟ้าเอสพีพีระบบโคเจนเนอเรชั่น กำลังผลิตรวม 214 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าชีวมวล 2 แห่ง กำลังผลิตรวม 17.10 เมกะวัตต์ โดยบริษัทฯ จะต้องการทำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการ (Tender Offer) โดยสองธุรกรรมคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในไตรมาส 1 ปี 2565 นอกจากนี้ยังลงทุนในธุรกิจโซลาร์รูฟ และมีแผนลงทุนโครงการพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้

บริษัทฯ ตั้งเป้าจะใช้เงินลงทุนในปีนี้ประมาณ 15,000 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นการลงทุนด้วยวิธีเข้าซื้อหุ้นกิจการที่ดำเนินงานแล้วเพื่อให้รับรู้รายได้ทันที ทั้งในธุรกิจผลิตไฟฟ้าและธุรกิจอื่นๆ เพิ่มขึ้น จนถึงปัจจุบันมีมูลค่าลงทุนรวม 11,689 ล้านบาท โดยการลงทุนในปีนี้ ประกอบด้วย การเข้าซื้อหุ้น บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โครงการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพอัดแท่ง ในสปป.ลาว การเข้าซื้อหุ้น บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เวียงจันทน์ และบริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจสตาร์ทอัพด้านนวัตกรรมไฟฟ้าและพลังงาน

สำหรับภาพรวมธุรกิจผลิตไฟฟ้า บริษัทฯ รับรู้กำลังการผลิตติดตั้งตามสัดส่วนการผลิตจากโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลัก รวม 6,874.14 เมกะวัตต์ คิดเป็นสัดส่วน 84% และกำลังโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน รวม 1,305.21 เมกะวัตต์ คิดเป็นสัดส่วน 16% ในปีนี้ บริษัทฯ จะรับรู้กำลังการผลิตเดินเครื่องเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นเป็น 7,321.44 เมกะวัตต์ ซึ่งมาจากโรงไฟฟ้าสหโคเจน ที่รับรู้กำลังการผลิตจากการลงทุนรวม 123.33 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมเรียว อินโดนีเซีย กำลังผลิต 145.15 เมกะวัตต์ ซึ่งมีกำหนดเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าปลายปีนี้

บริษัทฯ ยังมีโครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง กำลังการผลิตรวม 1,003.06 เมกะวัตต์ เป็นโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลัก ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม เรียว อินโดนีเซีย กำลังการผลิต 145.15 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าเน็กส์ซิฟ เอ็นเนอร์จี ระยอง 45.08 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าราชโคเจนเนอเรชั่นส่วนขยาย 31.19 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้า REN โคราช 12.48 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าหินกอง ราชบุรี 714 เมกะวัตต์ และยังมีโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าพลังงานลม Ecowin เวียดนาม 15.16 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังงานลม Nexif Ben Tre เวียดนาม 40 เมกะวัตต์ ซึ่งจะทยอยเข้าระบบปี 2564-2568 เพื่อเดินหน้าไปสู่กำลังการผลิตที่ 10,000 เมกะวัตต์ และมูลค่ากิจการ 200,000 ล้านบาท ในปี 2568

สำหรับผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 5,648.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.9% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยที่ทำให้ผลประกอบการดีขึ้น มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้การจำหน่ายไฟฟ้ากลุ่มโรงไฟฟ้าในออสเตรเลีย และส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมทุน ขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายปรับตัวลดลง โดยมีรายได้รวม 29,824.13 ล้านบาท ประกอบด้วย รายได้จากการขายและบริการและรายได้ตามสัญญาเช่าการเงินของโรงไฟฟ้าที่บริษัทฯ ควบคุม 24,931.08 ล้านบาท ส่วนแบ่งกำไรของกิจการร่วมทุนและเงินปันผล 4,318.05 ล้านบาท และรายได้จากดอกเบี้ยและอื่นๆ 575 ล้านบาท

ส่วนไตรมาส 3/64 มีรายได้รวม 10,606.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 1,438.11 ล้านบาท ลดลง 16.5% เนื่องจากผลกระทบจาก FX หากไม่รวมผลกระทบจาก FX จะมีกำไรสุทธิ 1,592.76 เพิ่มขึ้น 0.5%

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้