ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

Last updated: 13 พ.ค. 2565  |  1497 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

ราช กรุ๊ป ขยายการลงทุนต่อเนื่อง

นางสาวชูศรี เกียรติขจรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ เตรียมจัดทำแผนกลยุทธ์โอกาสการลงทุนและธุรกิจที่มีศักยภาพเพิ่มเติมในเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งเป็นธุรกิจที่สอดคล้องกันทิศทางพลังงานสีเขียว และเป้าหมาย Net Zero Emission ประกอบด้วย ธุรกิจคาร์บอนต่ำ เทคโนโลยีการกักเก็บคาร์บอน ระบบกักเก็บพลังงาน และการซื้อขายคาร์บอนเครดิต ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาการลงทุน และบางธุรกิจมีการทำในโครงการนำร่องไปแล้ว ยังหาโอกาสลงทุนในส่วนที่เกี่ยวกับนโยบายภาครัฐ ที่จะเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด 9,996 เมกะวัตต์ ภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า 2018 ฉบับปรับปรุงใหม่ (PDP 2018 Rev.1) โดยมีแผนจะเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานทดแทนปีละ 250 เมกะวัตต์ มีเป้าหมายปี 2568 จะมีพลังงานทดแทน 2,500 เมกะวัตต์ หรือ 25% ของกำลังการผลิตรวม และมีเป้าหมายปี 2578 จะมีพลังงานทดแทน 4,000 เมกะวัตต์ หรือ 40% ของกำลังการผลิตรวม

นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่านโครงสร้างการผลิตไฟฟ้าสู่รูปแบบการผลิตเพื่อใช้เอง จะมีการขยายพอร์ตลงทุนโรงไฟฟ้า IPS ลงทุนด้านนวัตกรรมพลังงานไฟฟ้าผ่าน บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด การลงทุนด้าน Smart / Micro Grid และระบบ/แพลตฟอร์มการซื้อขายไฟฟ้า

สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้ 18,249.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 109.7% จากงวดเดียวกันปีก่อน เป็นผลมาจากการเดินเครื่องเพิ่มขึ้นของโรงไฟฟ้าราชบุรี การรับรู้รายได้จาก บริษัท สหโคเจน (ชลบุรี) จำกัด (มหาชน) Fareast Renewable Development Pte. Ltd. (FRD) จากเข้าซื้อหุ้นเพิ่มในโรงไฟฟ้าพลังน้ำอาซาฮาน อินโดนีเซีย และโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมเรียว อินโดนีเซีย และมีกำไรส่วนของบริษัทฯ 1,579 ล้านบาท ลดลง 24.4% จากงวดเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากการตัดจำหน่ายค่าธรรมเนียมเงินกู้เดิมทั้งจำนวนจากการรีไฟแนนซ์ 225.73 ล้านบาท และการบันทึกภาษีเงินได้รอตัดบัญชีของ FRD ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในอินโดนีเซีย 337.70 ล้านบาท โดยทั้งสองรายการเป็นการรับรู้ตัวเลขทางบัญชี ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อกระแสเงินสดของกลุ่มบริษัทฯ

โดยผลประกอบการในไตรมาสนี้ ยังคงแข็งแกร่งแม้จะได้รับความกดดันจากปัจจัยราคาเชื้อเพลิง โดยบริษัทฯ สามารถลงทุนเพิ่มในโครงการใหม่ 2 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลพริ้นซ์ สกลนคร และส่วนขยายระยะที่ 3 ของโรงผลิตไฟฟ้า นวนคร เงินลงทุนรวม 275 ล้านบาท

การลงทุนในช่วงที่ผ่านมา สามารถเดินหน้าได้ตามแผนงาน ส่วนการบริหารสินทรัพย์ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์ ได้ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงต้นทุนการผลิต ซึ่งได้รับผลกระทบจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาเชื้อเพลิง จนปัจจุบันโรงไฟฟ้าต่าง ๆ สามารถลดและจำกัดผลกระทบในระดับที่ยอมรับได้ และยังรักษาอัตรากำไรไว้ได้

บริษัทฯ เตรียมดำเนินการระดมทุนเพิ่มอีก 25,000 ล้านบาท โดยได้กำหนดจำนวนหุ้นที่เสนอขายสุดท้าย 725,000,000 หุ้น ราคาเสนอขายต่อหุ้นสุดท้าย 34.48 บาท และอัตราส่วนการเสนอขายหุ้นสุดท้าย 2 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นสามัญใหม่ กำหนดระยะเวลาจองซื้อหุ้นวันที่ 6-10 มิถุนายน 2565 โดยคาดว่าจะได้เงินจากการระดมทุนครั้งนี้ไม่เกิน 25,000 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้รองรับการขยายการลงทุนในธุรกิจผลิตไฟฟ้าที่วางแผนไว้ปีละ 700 เมกะวัตต์ และธุรกิจนอกการผลิตไฟฟ้าปีละ 2,000 ล้านบาท รวมทั้งนำไปใช้ปรับโครงสร้างเงินทุน เพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินด้วย

ในปีนี้ บริษัทฯ จะมีโรงไฟฟ้า 5 แห่ง กำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นรวม 1,166.58 เมกะวัตต์ เข้ามาเสริมรายได้ของบริษัทฯ ให้แข็งแกร่ง โดย 2 แห่ง ได้เดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) เรียบร้อยแล้ว คือ โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมเรียว กำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น 145.15 เมกะวัตต์ ในอินโดนีเซีย ได้ COD เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และโรงไฟฟ้าเน็กส์ซิฟ ราช เอ็นเนอร์จี ระยอง กำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น 45.08 เมกะวัตต์ ที่ COD เมื่อเดือนเมษายน

ส่วนอีก 3 แห่ง ที่จะ COD ในปีนี้ ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าพลังงานลมอีโค่วิน ในเวียดนาม กำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น 15.16 เมกะวัตต์ กำหนด COD ไตรมาส 3 โรงไฟฟ้าราชโคเจนเนอเรชั่นส่วนขยาย 31.19 เมกะวัตต์ กำหนด COD เดือนตุลาคม และโรงไฟฟ้าพลังความร้อนไพตัน ในอินโดนีเซีย 930 เมกะวัตต์ กำหนด COD เดือนมิถุนายน ส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง จะเริ่มเปิดให้บริการบางส่วน เดือนสิงหาคมปีนี้

ในปี 2566 จะมีโครงการโรงไฟฟ้า IPS อาร์อีเอ็น โคราช กำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น 12.48 เมกะวัตต์ ที่จะ COD โรงงานผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลอัดแท่ง ใน สปป.ลาว จะCOD ไตรมาส 2

ส่วนปี 2567 จะมีโครงการ Q&M ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หมายเลข 6 และ 81 จะเปิดให้บริการ โครงการโรงไฟฟ้าส่วนขยายโรงผลิตไฟฟ้านวนคร กำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ ที่จะ COD เดือนมิถุนายน โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมหินกอง กำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น 785.4 เมกะวัตต์ จะ COD โรงไฟฟ้าชุดที่ 1 ปี 2567 และชุดที่ 2 ปี 2568

นอกจากนี้ ยังมีแผนการลงทุนโครงการใหม่ ๆ เพิ่มเติม ล่าสุดโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเซกอง 4A และ 4B กำลังการผลิตติดตั้งรวม 355 เมกะวัตต์ ใน สปป. ลาว คาดว่าจะลงนามในบันทึกความเข้าใจการรับซื้อไฟฟ้า (Tariff MOU) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้เร็ว ๆ นี้ โครงการนี้เป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำประเภท Reservoir มีอายุสัญญา 27 ปี ปริมาณเสนอขายไฟฟ้าให้ กฟผ. 347.30 เมกะวัตต์ และมีกำหนด COD ในปี 2576

ส่วนธุรกิจนอกภาคการผลิตไฟฟ้า บริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะเพิ่มการลงทุนในธุรกิจบริการสุขภาพ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาคาดว่าจะสรุปได้ภายในปีนี้ และกำลังเจรจาลงทุนโครงการโรงไฟฟ้า 5 โครงการ ที่คาดว่าจะได้ข้อสรุปในไตรมาส 2 และ 3 ปีนี้

นางวดีรัตน์ เจริญคุปต์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่การเงิน กล่าวว่า ผลประกอบการไตรมาสที่เหลือของปีนี้ คาดว่าจะเติบโตจากไตรมาส 1 เนื่องจากจะมีโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ ๆ ที่จะ COD ในปีนี้ ทำให้รับรู้รายได้เพิ่มขึ้น รวมถึงจะมีโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ ๆ ที่อยู่ระหว่างการเจรจา และสามารถปิดดีลในปีนี้อีก 5 โครงการ รวมถึงการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากโครงการที่ COD แล้วเข้ามามากขึ้น

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้