บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

Last updated: 17 ก.พ. 2569  |  117 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

บางจากตั้งเป้าปริมณขายโต 20%

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แนวโน้มรายได้ปีนี้คาดว่าจะเติบโตขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 507,570 ล้านบาท ส่วนปริมาณการขายคาดว่าจะเติบโตขึ้น 15-20% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจากการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ EBITDA ปีนี้ คาดว่ามีโอกาสปรับเพิ่มมาอยู่ที่ระดับ 45,000 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนอยู่ที่ 35,753 ล้านบาท พร้อมทั้งตั้งเป้ากำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จะเพิ่มขึ้นเป็น 1 แสนล้านบาท และยอดขายจะเพิ่มขึ้นเป็น 1 ล้านล้านบาท ในปี 2573

โดยแผนการขยายธุรกิจในปี 2569 ผ่านโครงสร้างธุรกิจใหม่ ได้แก่ 1.กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน คาดว่า EBITDA จะเติบโต 25% จาก 800 ล้านบาท ในปี 2568 เป็นมากกว่า 1,000 ล้านบาท ในปีนี้

2.กลุ่มธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ปริมาณการผลิตปิโตรเลียมเพิ่มขึ้น 50% จากประมาณ 32,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ในปี 2568 เป็นประมาณ 50,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ในปี 2569

3.กลุ่มธุรกิจโรงกลั่น การตลาด และพลังงานชีวภาพปริมาณการกลั่นเพิ่มขึ้น จาก 264,000 บาร์เรลต่อวัน ในปี 2568 เป็นประมาณ 275,000 บาร์เรลต่อวัน ในปี 2569 คาดว่าค่าการกลั่นพื้นฐาน (GRM) อยู่ที่ 6-6.5 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล จากปี 2568 อยู่ที่ 6.7 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วน EBITDA จากการเข้าซื้อ Chevron Hong Kong (CHK) จะอยู่ประมาณ 750–1,000 ล้านบาท ในปี 2569 โดยคาดว่าจะคืนทุนภายใน 6-7 ปี

4.กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน คาดว่า EBITDA ปี 2569 เติบโตประมาณ 10% จากการปรับพอร์ตเพื่อเพิ่มมูลค่า ขยายการเติบโตจากโครงสร้างพื้นฐาน (พลังงาน สาธารูปโภค ดิจิทัล) และการหมุนเวียนเงินลงทุนเพื่อเพิ่มผลตอบแทนและรองรับการลงทุนใหม่ ขณะที่โรงไฟฟ้า CCGT ในสหรัฐฯ ผลการดำเนินงานแข็งแกร่ง หนุนรายได้เฉลี่ยต่อกำลังการผลิตเพิ่มต่อเนื่อง รวมถึงโครงการลม Monsoon เดินเครื่องเต็มปี กำลังผลิต 600 เมกะวัตต์ โดยบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 48% และมีการไฟฟ้าเวียดนาม (EVN) เป็นผู้รับซื้อไฟฟ้า

สำหรับการเข้าซื้อหุ้นใน CHK ในสัดส่วน 100% จาก Chevron Companies (Greater China) Limited มูลค่าการลงทุนเบื้องต้น 270 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นการขยายการลงทุนไปยังตลาดพลังงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ถือเป็นก้าวสำคัญทั้งในการขยายธุรกิจต่างประเทศ การเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และสร้างความแข็งแกร่งให้ระบบโลจิสติกส์พลังงาน โดย CHK มีธุรกิจน้ำมันค้าปลีก น้ำมันอุตสาหกรรม น้ำมันเรือเดินสมุทร คลังน้ำมัน และสถานีบริการทั่วฮ่องกง ซึ่งภายหลังเข้าซื้อบางจากจะยังคงดำเนินงานภายใต้แบรนด์ Caltex ภายใต้สัญญาเครื่องหมายการค้า การลงทุนนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ “Accelerating Bangchak 100x” เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจระยะยาว คาดว่าธุรกรรมดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในกลางปี 2569 ทั้งนี้ภายหลังการเข้าซื้อ บริษัทจะเปลี่ยนชื่อเป็น “Bangchak Hong Kong Limited” โดยในระยะแรกบางจากฯได้รับสิทธิ์ใช้แบรนด์ Caltex จากผู้ขาย จากนั้นจะทยอยเปลี่ยนแบรนด์ภายใน 5 ปี

สำหรับเหตุผลเชิงกลยุทธ์ในการเข้าลงทุนใน CHK นั้น เพราะ CHK มีฐานรายได้ที่มั่นคงและมีค่าการตลาดสูง ธุรกิจการตลาดน้ำมันในฮ่องกงเป็นตลาดเสรีไม่มีการคุมราคาน้ำมัน มีค่าการตลาดอยู่ในระดับสูงและมีเสถียรภาพ พร้อมกระแสเงินสดที่คาดการณ์ได้ เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์เชิงกลยุทธ์ของภูมิภาคช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนสินค้า การบริหารสินค้าคงคลัง และการกระจายสู่ตลาดภูมิภาค รวมทั้งมีเสถียรภาพด้านอัตราแลกเปลี่ยนและระบบกฎหมายที่เข้มแข็งค่าเงินดอลลาร์ฮ่องกงผูกกับดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ระบบกฎหมายและหลักนิติธรรมช่วยเสริมความมั่นคงด้านการลงทุนและการดำเนินงานระยะยาว สนับสนุนการเติบโตของธุรกิจการค้าน้ำมัน ขยายแพลตฟอร์มการค้าน้ำมันและการเข้าถึงตลาดระดับภูมิภาคและสากล อีกทั้งช่องทางเชิงกลยุทธ์รองรับอุปทานในประเทศ เพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารความเสี่ยงจากภาวะผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปส่วนเกินในประเทศ และมีโอกาสที่จะส่งออกน้ำมันจากโรงกลั่นในประเทศไทยไปขายที่ฮ่องกง

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้