บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)

Last updated: 18 ก.พ. 2569  |  398 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)

OR เดินหน้า Budget Hotel นำร่อง 6 จังหวัด

หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า ในปี 2569 OR จะสร้างความแข็งแกร่งของระบบนิเวศทางธุรกิจ (OR Ecosystem) ที่มีผู้ใช้เข้ามาใช้บริการกว่า 3.9 ล้านรายต่อวัน โดยในส่วนของธุรกิจ Mobility จะขยายธุรกิจพลังงานไปสู่แพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงการใช้ชีวิตในหลากหลายมิติ โดยใช้เครือข่ายสถานีบริการเป็นแพลตฟอร์มหลักในการเชื่อมโยงบริการต่าง ๆ ของ OR เข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น PTT Station และ EV Station PluZ โดยมีกลุ่มธุรกิจ Lifestyle เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโต โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่ง Café Amazon มีเครือข่ายรวมกว่า 4,600 สาขา ขยายสถานีบริการ PTT Station ให้เป็นมากกว่าการให้บริการด้านพลังงาน เป็นจุดเชื่อมต่อบริการที่หลากหลาย เติมเต็มคุณภาพชีวิต และเสริมความแข็งแกร่งของ OR Ecosystem ให้สามารถรองรับความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างครบวงจรยิ่งขึ้น โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการในสถานีบริการจากเฉลี่ย 3.9 ล้านคนต่อวันเป็น 5 ล้านคนต่อวัน ในปี 2573

อีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน OR Ecosystem คือการเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลโดยใช้แอปพลิเคชัน blueplus+ เป็นตัวเชื่อมระหว่าง Physical Platform และ Digital Ecosystem เพื่อนำเสนอสิทธิประโยชน์และบริการที่ตรงความต้องการ และการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ปัจจุบัน blueplus+ มีสมาชิกกว่า 9.3 ล้านบัญชี และตั้งเป้าขยายฐานสมาชิกสู่ 14 ล้านราย ในปี 2573

ทั้งนี้ OR ได้วางแผนการลงทุนระยะ 5 ปี (ปี 2569-2573) งบประมาณลงทุนกว่า 58,000 ล้านบาท มุ่งเน้นความสำคัญไปที่กลุ่มธุรกิจ Mobility ในสัดส่วน 65.2% กลุ่ม Lifestyle 16.8% กลุ่ม Global 12% และกลุ่ม Innovation & New Business 6% โดยแผนการลงทุนปี 2569 ตั้งงบประมาณไว้รวม 18,700 ล้านบาท เพื่อลงทุนในกลุ่ม Mobility 55.1% เพื่อปรับปรุงและขยายเครือข่าย กลุ่ม Lifestyle 23% เพื่อขยายสาขาร้านค้าปลีก กลุ่ม Global 7.5% และกลุ่ม Innovation & New Business 14.4% เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านทางธุรกิจ
ซึ่งงบประมาณ 18,700 ล้านบาท ให้ความสำคัญกับการลงทุนในกลุ่มธุรกิจ Mobility สูงกว่า 11,300 ล้านบาท เพื่อยกระดับสถานีบริการ PTT Station ให้ก้าวสู่การเป็น Lifestyle Station หรือพื้นที่แบบ Mixed-use ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคมากกว่าเพียงแค่การเติมน้ำมัน พร้อมทั้งเร่งขยายสถานีชาร์จ EV Station PluZ เพิ่มอีก 400 จุดภายในปีนี้

กลุ่มธุรกิจ Lifestyle งบลงทุน 4,300 ล้านบาท มุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ Café Amazon ผ่านการบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่โรงคั่วกาแฟไปจนถึงระบบขนส่ง ควบคู่ไปกับการขยายสาขาทั้งในและต่างประเทศ

ส่วนธุรกิจใหม่ เดินหน้ากลยุทธ์สำคัญในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อพัฒนาและดำเนินธุรกิจโรงแรมราคาประหยัด (Budget Hotel) หลังจากที่คณะกรรมการบริษัทฯ ได้อนุมัติให้บริษัท มอดูลัส เวนเจอร์ จำกัด (Modulus) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ OR ถือหุ้น 100% จัดตั้งบริษัทร่วมทุนร่วมกับบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL หรือบริษัทในเครือ โดย Modulus จะถือหุ้นในสัดส่วน 49% และ CENTEL ถือหุ้น 51% เพื่อพัฒนาและดำเนินธุรกิจ Budget Hotel โดย Modulus จะลงทุนในวงเงินเริ่มแรกไม่เกิน 346 ล้านบาท โดยจะนำร่องใน 6 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพฯ ภูเก็ต สงขลา ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา และกาญจนบุรี เป็นโรงแรมขนาด 70-80 ห้อง เงินลงทุนประมาณ 1 ล้านบาทต่อห้อง ราคาค่าห้องประมาณคืนละ 800-1,000 บาท มีกำหนดเริ่มก่อสร้างไตรมาส 2 ปี 2569 และเปิดให้บริการไตรมาส 2 ปี 2570

ส่วนผลการดำเนินงานปี 2568 มีรายได้ขายและบริการ 658,723 ล้านบาท ลดลง 9% จากปีก่อนหน้า มี EBITDA 20,357 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.2% และมีกำไรสุทธิ 11,304 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 47.8% จากปีก่อน สะท้อนความแข็งแกร่งของโครงสร้างธุรกิจและศักยภาพในการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ แม้ว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงแต่การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

กลุ่มธุรกิจ Mobility รายได้ขายและบริการรวมลดลง 10.2% ตามทิศทางราคาน้ำมันโลกและปริมาณจำหน่ายที่อ่อนตัวลงเล็กน้อย แต่กลุ่มธุรกิจนี้ยังคงความแข็งแกร่งด้วย EBITDA ที่เพิ่มขึ้น 21.1% จากการบริหารจัดการกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรได้ดีขึ้น

กลุ่มธุรกิจ Lifestyle มีรายได้ขายและบริการรวม 25,092 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.8% ปัจจัยหลักมาจากการขยายสาขาร้าน Café Amazon และการเติบโตของยอดขายในกลุ่มเครื่องดื่มและอาหาร รวมถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ สิ้นปี 2568 มีเครือข่ายธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มรวม 4,851 สาขา

กลุ่มธุรกิจ Global มีรายได้ขายและบริการรวมลดลง 14.7% โดยได้รับผลกระทบหลักจากสถานการณ์ในกัมพูชา และเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านยังคงมีความเปราะบาง ซึ่งกลุ่มธุรกิจต่างประเทศได้ปรับแผนเน้นบริหารจัดการต้นทุนและชะลอการลงทุนในประเทศที่มีความเสี่ยง โดยหันไปโฟกัสการเติบโตในตลาดที่มีเสถียรภาพ โดยการลงทุนในกัมพูชาคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในกลางปีนี้ ว่าจะทำอย่างไรต่อไป

OR ตั้งเป้าการเติบโตในปี 2569 ให้สอดคล้องกับ GDP ของประเทศ โดยมุ่งเน้นการรักษาส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่ม Mobility และสร้างการเติบโตต่อเนื่องในกลุ่ม Lifestyle แม้ว่ากลุ่ม Global อาจยังต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวจากปัจจัยเฉพาะในแต่ละประเทศ ซึ่งแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปีนี้ คาดว่าจะขยายตัวในระดับ 1.5-2%

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้