บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)

Last updated: 25 ก.พ. 2569  |  279 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)

WP รายได้ปี 68 แตะ 17,546 ลบ.

นางสาวชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ WP เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในปี 2568 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2567 โดยมีรายได้รวม 17,546 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 154 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10 ล้านบาท และมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 644 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4 ล้านบาท

โดยมียอดขายก๊าซปิโตเลียมเหลว (LPG) รวมกว่า 763,212 ตัน แบ่งเป็น ยอดขายในประเทศ 753,265 ตัน และยอดขายต่างประเทศ 9,947 ตัน ซึ่งลดลงจากปี 2567 ในขณะที่ราคาขายเฉลี่ยในปี 2568 ดีกว่าปี 2567 โดยราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 22.30 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 0.20 บาทต่อกิโลกรัม จากปี 2567
ปัจจัยสนับสนุนที่ทำให้รายได้และกำไรเติบโต มาจากการจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และปรับกลยุทธ์ด้านบริหารจัดการกลุ่มลูกค้าอย่างเป็นระบบ รวมถึงสามารถบริหารจัดการราคา LPG ได้ดี ทำให้สามารถแข่งขันในตลาดภายใต้แบรนด์เวิลด์แก๊สได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถสร้างกำไรให้กับบริษัทฯ อีกทั้งในปี 2568 บริษัทฯ สามารถรับรู้รายได้จากธุรกิจติดตั้งระบบผลิตพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) เป็นมูลค่ารวม 43 ล้านบาท โดยปัจจุบันมีการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) แล้ว 10.5 เมกะวัตต์ และมีโครงการในมือรวม 35 โครงการ ถือเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ประจำ หนุนผลการดำเนินงานเติบโตอย่างมีเสถียรภาพในอนาคต

ในปี 2568 บริษัทฯ ยังคงสามารถทำผลงานได้ดีตามแผนกลยุทธ์ที่วางไว้ แม้ว่ายอดขายการส่งออกในต่างประเทศมีปริมาณที่ลดลง แต่ยังคงสามารถบริหารจัดการยอดขายในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านการบริหารต้นทุน การจัดพอร์ตลูกค้าอย่างเหมาะสม และการสร้างการรับรู้แบรนด์อย่างต่อเนื่อง ทำให้มีส่วนแบ่งทางการตลาด (Market Share) อยู่ที่ 20%

สำหรับทิศทางธุรกิจของบริษัทฯ ในปี 2569 คาดว่ายังเติบโตได้อย่างต่อเนื่องจากปีก่อน ตั้งเป้ารายได้แตะที่ระดับ 17,400 ล้านบาท มาจากยอดขายก๊าซ LPG จำนวน 770,000 ตัน โดยมุ่งเน้นยอดขายที่มาจากภายในประเทศเป็นหลัก โดยฉพาะในกลุ่มภาคครัวเรือนที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และถือเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นในชีวิตประจำวัน ซึ่งกลุ่มผู้บริโภคดังกล่าวถือเป็นฐานลูกค้าที่มีศักยภาพสูง

ในปี 2569 ตั้งงบลงทุนกว่า 500 ล้านบาท สำหรับการขยายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักและการลงทุนในธุรกิจใหม่ ๆ โดยมีแผนลงทุนใน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ 1.Core Business ส่งเสริมธุรกิจหลักในการเพิ่มจุดกระจายสินค้า การขยายจุด Touch Point และเพิ่มปริมาณถังก๊าซหุงต้มในตลาดมากขึ้น 2.Green Business ขยายสู่ธุรกิจพลังงานทางเลือกมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับความต้องการด้านพลังงานสะอาดในยุคปัจจุบัน และ 3.Other Business การลงทุนในธุรกิจอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากธุรกิจพลังงาน ซึ่งสามารถสร้างกำไรและผลตอบแทนแก่บริษัทฯได้ในระยะยาวและเติบโตอย่างยั่งยืน

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้