Last updated: 9 มี.ค. 2569 | 171 จำนวนผู้เข้าชม |
รมว.พลังงานย้ำมีพลังงานเพียงพอ โดยหาแหล่งอื่นทดแทน แต่ราคาจะปรับขึ้นบ้าง
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ศูนย์บริหารสถานการณ์ตะวันออกกลาง ได้มีการหารือถึง การแก้ไขสถานการณ์ด้านพลังงานจากผลกระทบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยให้กระทรวงพลังงานบริหารจัดการน้ำมันให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ ซึ่งกระทรวงพลังงานยืนยันว่า มีพลังงานทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเพียงพอต่อความต้องการใช้แน่นอน โดยได้เร่งจัดหาจากแหล่งอื่นๆ เพิ่มเติม และมีการออกมาตรการอื่นๆ มาเสริม โดยมาตรการที่ออกไปแล้วที่เป็นคำสั่งนายกรัฐมนตรี คือการระงับส่งออกน้ำมัน พร้อมประกาศให้ผู้ค้าน้ำมันทยอยเพิ่มปริมาณสำรองน้ำมัน จาก 1% เป็น 1.5% ภายในเดือนมีนาคมนี้ และเพิ่มเป็น 3% ภายในเดือนเมษายนนี้ จะช่วยยืดระยะเวลาได้อีก 7 วัน
ส่วนมาตรการถัดไปคือ การเพิ่มส่วนผสมไบโอดีเซล B100 จาก 5% เป็น 7% ซึ่งจะช่วยลดการใช้เนื้อน้ำมันดีเซล ลงไป 2% จะมีผลตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคมนี้ ซึ่งให้เวลาผู้ค้าน้ำมันเตรียมตัว จะช่วยทั้งลดการใช้เนื้อน้ำมันดีเซลและส่งเสริมการใช้ B100 ซึ่งผลผลิตปาล์มเริ่มเข้าฤดูที่สามารถเก็บเกี่ยวได้ จึงไม่ต้องห่วงความเพียงพอของน้ำมันปาล์ม(CPO) ที่จะมาผสมเพิ่ม นอกจากนี้ให้ศึกษาเพิ่มเติมว่าแล้วจะส่งเสริมไปถึง B10 และ B20 ได้อย่างไร เนื่องจากเครื่องยนต์ค่ายรถยนต์บางค่ายยังไม่ได้รับรอง อาจจะมีการศึกษาให้ใช้ได้จริงรวมถึงค่ายรถยนต์ยี่ห้อไหนรุ่นไหนสามารถใช้ได้
สำหรับกลุ่มน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ ปัจจุบันในตลาดมีทั้ง E10 E20 และ E85 กระทรวงฯ จะมีการส่งเสริมใช้ E20 และ E85 เพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันส่วนต่างราคาระหว่าง E10 กับ E20 ห่างกันไม่มากหรือเพียง 2 บาทต่อลิตร ก็จะเพิ่มส่วนต่างเป็นประมาณ 3 บาทต่อลิตร เพื่อสร้างแรงจูงใจผู้บริโภค ดังนั้นหากเปลี่ยนมาใช้ E20 นอกจากประหยัดเงินแล้ว ยังใช้เนื้อน้ำมันเบนซินน้อยลง และส่งเสริมการใช้เอทานอลเพิ่มขึ้นด้วย
นอกจากนี้ คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติตรึงราคาก๊าซหุงต้ม (LPG) ต่อไปอีก 2 เดือน ไปจนถึงเดือนพฤษภาคม 2569 จากเดิมจะหมดมาตรการภายในเดือนมีนาคมนี้ จึงขอให้พี่น้องประชาชนสบายใจราคาก๊าซ LPG จะไม่มีการปรับเพิ่มขึ้น จนถึงเดือนพฤษภาคมนี้ ส่วนราคาน้ำมันดีเซล หลังจากตรึงครบ 15 วัน จะมาพิจารณาอีกครั้ง ส่วนกลุ่มเบนซิน ปัจจุบันใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เข้าไปช่วยบางส่วน แต่เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น อาจทยอยปรับขึ้นราคาขายปลีกบ้าง แต่ไม่ได้ขึ้นครั้งเดียว เพื่อไม่ให้ราคาน้ำมันกระชากเกินไป
นอกจากนี้ในส่วนของการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG) ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า โดยช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน นำเข้าเกือบ 30-40 ลำ แต่จะมี 5 ลำ ที่มาจากกาตาร์ ออกมาได้แล้ว 2 ลำ อีก 3 ลำยังไม่ได้ออกมา จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแหล่งอื่นมาทดแทน ปัจจุบันสามารถคอนเฟิร์มได้ 2 ลำ ส่วนอีก 1 ราย ทางผู้ขายกำลังคอนเฟิร์ม ซึ่งได้รับข้อเสนอมาแล้วยืนยันว่า LNG ที่จะทดแทนกาตาร์ในช่วง 2 เดือนนี้มาได้แน่นอน อย่างไรก็ตามในส่วนของกาตาร์ก็ยังไม่ได้ยกเลิก หากสามารถผ่านช่องแคบมาได้ก็จะเป็นผลประโยชน์เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ได้ให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ประชุมภายในสัปดาห์หน้า เพื่ออนุมัติการหาตลาดที่จะมาทดแทน LNG จากกาตาร์ในช่วงพฤษภาคมนี้ นอกจากนี้ ยังขอให้แหล่งพื้นที่ทับซ้อนไทยมาเลเซีย หรือ เจดีเอ มีการผลิตก๊าซธรรชาติเพิ่มขึ้น รวมถึงเจรจาซื้อไฟฟ้าพลังน้ำจากสปป.ลาวเพิ่มขึ้น และให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินเพิ่มขึ้น ซึ่งเทียบเท่ากับก๊าซจากกาตาร์ที่หายไป 2 ลำเรือ ดังนั้นจึงขอความร่วมมือให้ประชาชนช่วยกันประหยัดพลังงานด้วย
ABOUT THE AUTHOR
กองบรรณาธิการ Energy Time Online
9 มี.ค. 2569
6 มี.ค. 2569
9 มี.ค. 2569
9 มี.ค. 2569