บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)

Last updated: 12 มี.ค. 2569  |  1132 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)

PTG เชื่อประเทศไทยไม่ขาดแคลนน้ำมัน

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางส่งผลให้เกิดการแพนิค ทำให้ผู้บริโภคแห่กันเติมน้ำมันในช่วงที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันรัฐบาลได้มีการตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่เดิมเป็นเวลา 15 วัน สถานการณ์จึงเบาบางลง แต่หลังจากสิ้นสุดการตรึงราคาแล้ว จะต้องดูว่าเมื่อเริ่มมีการปรับราคาน้ำมันดีเซล จะทำให้มีการกลับมาซื้อน้ำมันมากกว่าปกติหรือผู้บริโภคจะเกิดความกังวลหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ภาครัฐได้ออกมาประกาศแล้วว่าหากมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันก็เป็นลักษณะการทยอยปรับ ซึ่งในเรื่องการขาดแคลนน้ำมันเชื่อว่าไม่เกิดขึ้นแน่นอน เพราะประเทศไทยมีน้ำมันสำรอง แต่ยังไม่รู้ว่าสงครามในตะวันออกกลางจะหยุดเมื่อไร วันนี้ราคาน้ำมันดิบก็ปรับเพิ่มขึ้นอีก ราคาน้ำมันจะพุ่งไปถึงขนาดไหน

ในส่วนของพีทีจีเองไม่มีการกักตุนน้ำมันเพื่อนำมาขายในราคาสูง แต่จะพยายามจัดหาน้ำมันให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า เพื่อรักษาฐานลูกค้าไว้ เพราะหากไม่มีน้ำมันขายแล้วลูกค้าหันไปซื้อจากรายอื่น ก็จะส่งผลเสียหายต่อธุรกิจ

นายรังสรรค์ พวงปราง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ พีทีจี กล่าวว่า เรื่องที่ภาครัฐสั่งให้มีการสำรองน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็น 1.5% ภายในสิ้นเดือนมีนาคม และเพิ่มเป็น 3% ภายในสิ้นเดือนเมษายน ซึ่งทำให้ต้องสำรองน้ำมันเพิ่มขึ้นอีก 10-30 ล้านลิตร แต่ไม่กระทบต่อพีทีจีมากนัก แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นบ้าง แต่ไม่ได้เพิ่มขึ้นมาก เพราะปัจจุบันพีทีจีมีการซื้อน้ำมันจากหลายโรงกลั่นในประเทศไทย และมีการสำรองน้ำมันไว้ที่คลังของโรงกลั่น เมื่อยังไม่นำออกมาก็จะยังไม่เสียภาษี

ขณะนี้รัฐบาลได้ตรึงราคาน้ำมันโดยใช้เงินจากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ ทำให้ผู้ค้าน้ำมันยังไม่ได้รับผลกระทบเรื่องราคา แต่ค่าการตลาดน้ำมันลดลง โดยค่าการตลาดน้ำมันเฉลี่ยของพีทีจีปัจจุบันไม่ถึง 2 บาทต่อลิตร สำหรับราคาน้ำมันยังเชื่อว่ากองทุนน้ำมันฯ ยังสามารถติดลบได้อีกมาก และยังมีมาตรการภาษีสรรพสามิตน้ำมันที่จะใช้ได้อีก 5 บาทต่อลิตร ซึ่งยังรองรับได้อีกถึง 10 บาทต่อลิตร

ส่วนเรื่องผลกระทบกับการขายน้ำมันของพีทีจี ในช่วงที่ผ่านมายังมียอดขายเพิ่มขึ้น เนื่องจากตอนนี้ผู้บริโภคได้หันมาเติมน้ำมันที่ปั๊มที่มีแบรนด์ เพราะน้ำมันจากจ๊อบเบอร์ไม่มี ซึ่งในภาวะวิกฤตภาครัฐได้ใช้วิธีบริหาร โดยให้มีการจ่ายน้ำมันให้กับผู้ค้าน้ำมันที่มีแบรนด์ก่อน ส่วนปั๊มที่ไม่มีแบรนด์อาจจะไม่มีน้ำมันขาย ยอดขายของปั๊มที่มีแบรนด์จึงเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านวิกฤตน้ำมันไปแล้ว ภาครัฐจะต้องมาบริหารจัดการว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดการขาดทุนจากการเก็บสต๊อกน้ำมัน เพราะผู้ค้าได้สำรองน้ำมันเพิ่มขึ้นในช่วงที่ต้นทุนน้ำมันสูง เมื่อจะมีการปรับราคาลง จะทำอย่างไร เพราะหากบริหารจัดการไม่ดี จะทำให้ผู้ค้าน้ำมันขาดทุนมาก เป็นเรื่องที่มีความกังวลอยู่มาก

สำหรับปีนี้ตั้งงบลงทุน 4-4.5 พันล้านบาท เพื่อขยายและปรับปรุงสถานีบริการน้ำมัน และขยายธุรกิจนอนออยล์ ซึ่งยังมีการเติบโตที่ดี โดยคาดว่ายอดขายน้ำมันจะเพิ่มขึ้น 3-5% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยคาดว่าปริมาณการขายน้ำมันจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 7,000 ล้านลิตร จากปี 2568 มียอดขายรวม 6,500 ล้านลิตร ส่วนนอนออยล์คาดว่าจะเติบโตขึ้นประมาณ 30-40%

สำหรับกลยุทธ์การดำเนินงานในปีนี้ของ พีทีจี นายปรเมษฐ์ สงวนโชควณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานกลยุทธ์และบริหารการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ กล่าวว่า จะใช้แนวคิด Everywhere Everyday และ Every One เป็นรากฐานสาคัญของการพัฒนา Ecosystem ของ PTG โดยมุ่งเน้นการขยายเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ในทุกพื้นที่ของประเทศ ผ่านการพัฒนาสถานีบริการน้ำมัน ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ร้านค้าปลีก รวมถึงบริการด้านไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ภายใน Ecosystem การเปลี่ยนบทบาทของสถานีบริการ PTG จากเดิมที่ผู้บริโภคอาจเข้ามาใช้บริการเพียงสัปดาห์ละครั้ง เพื่อเติมน้ำมัน สู่การเป็นจุดหมายในชีวิตประจำวัน ผ่านธุรกิจ Non-Oil ที่หลากหลาย ซึ่งทาให้ผู้คนสามารถแวะเข้ามาใช้บริการได้ทุกวัน และทำให้บริการของ PTG เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนได้อย่างแท้จริง

ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการ Energy Time Online

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้