บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

Last updated: 4 มิ.ย. 2569  |  141 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

กัลฟ์ เดินหน้าลงทุนตามแผน 5 ปี 1.3-1.4 แสนล้านบาท

นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยว่า ทิศทางผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2569 คาดว่าจะเติบโตขึ้นจากทุกธุรกิจ โดยโรงไฟฟ้า IPP และ SPP จะเติบโตจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นฤดูร้อนที่การใช้ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น โรงไฟฟ้า Jackson ที่สหรัฐอเมริกา ในเดือนมิถุนายน จะได้รับค่า CP เพิ่มขึ้นจากปริมาณการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากความต้องการของดาต้า เซ็นเตอร์ นอกจากนี้ การขายหุ้น 51% ในโรงไฟฟ้าปากลาย ที่ สปป.ลาว ให้กับ J Power ทำให้เหลือหุ้น 49% จะมีการบันทึกกำไรประมาณ 1,900 ล้านบาท ในไตรมาสนี้ รวมถึงจะมีการบันทึกเงินปันผลจากการลงทุนใน KBANK อีก 2,490 ล้านบาท ในไตรมาสนี้

ส่วนผลประกอบการทั้งปี 2569 คาดว่ารายได้และกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เพิ่มขึ้นประมาณ 10-15% จากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นอีกกว่า 700 เมกะวัตต์ ในไตรมาส 3 และ 4 ปีนี้ ซึ่งจะมีการรับรู้กำไรปีละเกือบ 600 ล้านบาท และยังมีโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนที่จะ COD อีก 10 เมกะวัตต์ ประมาณ 120 ล้านบาท และยังมีโครงการโซลาร์ รูฟท็อป ที่จะทยอย COD ปีนี้เพิ่มมากกว่า 60 เมกะวัตต์

โครงการมอเตอร์เวย์ M81 ที่มีการเปิดดำเนินการแล้วตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 ก็จะมีรายได้ทยอยเข้ามา ส่วนโครงการ M6 จะล่าช้าออกไปเป็นไตรมาส 1 ปี 2570 เนื่องจากกรมทางหลวงส่งมอบพื้นที่ล่าช้า

สำหรับโครงการ Jackson มีการปรับค่า CP เพิ่มขึ้นจาก 270 เหรียญสหรัฐฯ ต่อเมกะวัตต์ เป็น 329 เหรียญสหรัฐฯ ต่อเมกะวัตต์ ซึ่งจะทำให้รับรู้กำไรเข้ามาเพิ่มขึ้น 600-700 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2568 ส่วนปี 2570 ก็ได้รับการปรับค่า CP เพิ่มขึ้นแล้วจาก 329 เหรียญสหรัฐฯ ต่อเมกะวัตต์ เป็น 333 เหรียญสหรัฐฯ ต่อเมกะวัตต์

ส่วนการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในปีนี้คาดว่าจะนำเข้า 70 ลำเรือ ประมาณ 4-5 ล้านตัน และจะมีการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในธุรกิจนี้ ก็จะทำให้มีกำไรเข้ามาประมาณ 1,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ธุรกิจ LNG ไม่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เนื่องจากมีการนำเข้าจากภูมิภาคอื่น อาทิ สหรัฐฯ แอฟริกา
ด้านผลประกอบการของ AIS ก็จะดีขึ้น เนื่องจากมีการขยายฐาน 5G เพิ่มขึ้น

ขณะที่ กัลฟ์ เอดจ์ เดินหน้าโครงการดาต้า เซ็นเตอร์ 3 โครงการ โครงการแรก 25 เมกะวัตต์ เปิดดำเนินการแล้วและคาดว่าจะมีลูกค้าจองเต็มภายในกลางปีนี้ โครงการที่สองอีก 38 เมกะวัตต์ มีลูกค้าสนใจใช้บริการจำนวนมาก จะเปิดดำเนินการในปีหน้า และโครงการที่ 3 อีก 100 เมกะวัตต์ คาดว่าจะเปิดดำเนินการไตรมาส 4 ปี 2570 ได้มีการเซ็นสัญญากับลูกค้าจนครบแล้ว จะทำให้มีรายได้จากธุรกิจนี้เข้ามาเพิ่มขึ้น เมื่อเปิดดำเนินการครบทุกโครงการคาดว่าจะมีรายได้ประมาณปีละ 100 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์ และมีกำไรปีละ 20 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์ โดยมีการตั้งเป้าหมายจะมีกำลังการผลิตประมาณ 1,000-2,000 เมกะวัตต์ ภายใน 3 ปี

สำหรับงบลงทุน 5 ปี (ปี 2569-2573) จะใช้เงินลงทุน 1.3-1.4 แสนล้านบาท โดยประมาณ 70% จะลงทุนในพลังงานหมุนเวียน อีก 10% ในธุรกิจ LNG อีก 10% ในกัลฟ์ เอดจ์ อีก 5% ในสาธารณูปโภคพื้นฐาน โครงการท่าเรือแหลมฉบัง และอื่น ๆ อีก 5% โดยกำลังศึกษาโครงการลงทุนโรงไฟฟ้าในหลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะมีขนาดโครงการ 100-400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และในยุโรปที่เพิ่งเข้าไปตั้งสำนักงานเพื่อทำการศึกษาหาโครงการพลังงานหมุนเวียนที่มีการเติบโตสูงมากในขณะนี้

โดยแหล่งที่มาของเงินลงทุนจะมาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานจากโครงการ IPP และ SPP ที่จะได้เงินปันผลประมาณ 4-5 หมื่นล้านบาทต่อปี ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป นอกจากนี้จะมีการออกหุ้นกู้ โดยเมื่อต้นปีได้มีการออกหุ้นกู้ไปแล้ว 3.5 หมื่นล้านบาท และในเดือนกันยายนนี้ จะมีการออกหุ้นกู้อีกประมาณ 2 หมื่นล้านบาท รวมทั้งได้มีการจัดหาเงินกู้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ประมาณ 400-600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการ Energy Time Online

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้