Last updated: 29 มิ.ย. 2569 | 124 จำนวนผู้เข้าชม |
กลุ่มบ้านปูเดินหน้าโร้ดแมปลดคาร์บอนผ่านธุรกิจพลังงานในหลากหลายประเทศ
ครอบคลุมตั้งแต่การบริหารสินทรัพย์จนถึงการพัฒนาคน สู่เป้าหมายลดคาร์บอน 20% ภายในปี 2573
ท่ามกลางความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas: GHG) ถือเป็นภารกิจสำคัญของภาคธุรกิจทั่วโลก สำหรับบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไม่ได้เป็นเพียงเป้าหมายระยะยาว แต่เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจผ่าน Decarbonization Roadmap ซึ่งมุ่งลดการปล่อย ก๊าซเรือนกระจก Scope 1 และ 2 อย่างน้อย 20% ภายในปี 2573 แนวทางดังกล่าวเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยปี 2568 บ้านปูมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน Scope 1 และ 2 รวม 8.77 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (MtCO2e) ลดลง 5.8% ในด้านการผลิตไฟฟ้าก็สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยไฟฟ้าที่ผลิตได้ 38% เทียบกับปีฐาน 2566 สะท้อนให้เห็นว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจพลังงานคาร์บอนต่ำไม่ได้เป็นเพียงเป้าหมายในอนาคต แต่เป็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริงในธุรกิจ
ผลลัพธ์ดังกล่าวเกิดจากการดำเนินงานที่เชื่อมโยงกันตลอด Decarbonization Roadmap ตั้งแต่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานในปัจจุบัน การลงทุนในธุรกิจและเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต ไปจนถึงการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
เริ่มจากธุรกิจที่มีอยู่ ไม่ต้องรอสร้างธุรกิจใหม่
ด้วยการดำเนินธุรกิจพลังงานใน 9 ประเทศและสินทรัพย์ครอบคลุมพลังงานหลากหลายรูปแบบ บ้านปูเชื่อว่าสิ่งที่ทำได้เร็วที่สุด คือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากสินทรัพย์และการดำเนินงานที่มีอยู่ในปัจจุบัน ที่ผ่านมามีการดำเนินมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง อาทิ โครงการ Biomass Co-firing คือการนำชีวมวลและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้เป็นเชื้อเพลิงร่วมในโรงงานไฟฟ้าในประเทศจีน ทำให้สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 28,157 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) ซึ่งโรงไฟฟ้าเจิ้งติ้ง ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนชีวมวลถึง 10% ภายในปี 2569 จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 24,309 tCO2e ต่อปี ในออสเตรเลีย การดักจับก๊าซมีเทนจากการดำเนินงานใต้ดินกลับมาผลิตไฟฟ้า ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 108,853 tCO2e หรือเทียบเท่ากับการงดใช้รถยนต์ส่วนบุคคลเกือบ 24,000 คันในระยะเวลา 1 ปี* ขณะที่โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม หรือ CHP ได้มีการนำความร้อนจากก๊าซไอเสียของหม้อไอน้ำกลับมาใช้ใหม่รวมถึงการติดตั้งพัดลมประสิทธิภาพสูง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อีก 3,383 tCO2e หรือเทียบเท่ากับการงดใช้รถยนต์ส่วนบุคคลระยะยาว 735 คัน เป็นเวลา 1 ปี* นอกจากนี้ บ้านปูยังนำการกำหนดราคาคาร์บอนภายในองค์กร (Internal Carbon Pricing) มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตัดสินใจลงทุน เพื่อประเมินต้นทุนคาร์บอนในอนาคตและสนับสนุนให้ทุกการลงทุนสอดคล้องกับเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
จากการลดคาร์บอน สู่การขยายพอร์ตธุรกิจและเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ
บ้านปูยังเดินหน้าปรับพอร์ตธุรกิจผ่านการลงทุนในธุรกิจและเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในระยะยาว โดยเฉพาะธุรกิจ CCUS (ดักจับและกักเก็บคาร์บอน) ผ่านบริษัท BKV ในสหรัฐฯ ตามแนวทางการดำเนินธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจรเพื่อบรรลุ Net Zero ซึ่ง มี Barnett Zero เป็นโครงการ CCUS เชิงพาณิชย์โครงการแรกที่เริ่มกักเก็บ CO2 ด้วยกำลังการกักเก็บ 183 กิโลตันต่อปี (ktpa) ส่งผลให้ในปี 2568 บริษัทสามารถกักเก็บคาร์บอนได้รวม 138 กิโลตัน (kt CO2e) และกำลังขยายขีดความสามารถการกักเก็บอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอย่าง Cotton Cove, Eagle Ford และ East Texas เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการกักเก็บคาร์บอนรวมที่ 1.5 ล้านตันต่อปี (Mtpa) ภายในปี 2571
ขณะเดียวกัน บ้านปูยังเดินหน้าขยายการลงทุนในธุรกิจ BESS (ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่) โดยมีกำลังกักเก็บพลังงานรวม 2,340 เมกะวัตต์ชั่วโมง (MWh) จาก 10 โครงการใน 4 ประเทศ ได้แก่ ประเทศญี่ปุ่น จีน ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้าและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานคาร์บอนต่ำ โดยโครงการ Megamouth ในรัฐเท็กซัส สหรัฐฯ เป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า สนับสนุนการใช้พลังหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานคาร์บอนต่ำ รวมถึงโครงการ Wooreen และ Kerang ในออสเตรเลีย และโครงการ Iwate Tono ในญี่ปุ่น นอกจากนี้ ในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน บ้านปูยังเดินหน้าขยายพอร์ตในหลายประเทศ โดยในประเทศจีน บริษัทมุ่งพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดในพอร์ตธุรกิจ ซึ่งหนึ่งในโครงการสำคัญคือ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนแหล่งน้ำ Jinhu Qianfeng ขนาด 120 เมกะวัตต์ ในมณฑลเจียงซู
พัฒนาคน ส่งเสริมการใช้ดิจิทัลและ AI เพื่อขับเคลื่อนการลดคาร์บอน
การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หากขาดบุคลากรที่มีทักษะและความพร้อมในการนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้บ้านปูจึงได้นำเครื่องมือดิจิทัลมาใช้ครอบคลุม 100% ของกระบวนการธุรกิจ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน สนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และขยายพอร์ตพลังงานสะอาด ควบคู่กับการพัฒนาภาวะผู้นำผ่านโครงการ Great Coach และ Engaging Leader เพื่อให้บุคลากรสามารถทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปัจจุบัน AI ได้ถูกนำไปใช้งานจริง ทั้งในการวางแผนเส้นทางยานพาหนะของธุรกิจ e-Mobility เพื่อลดการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงการซื้อขายพลังงานที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการวิเคราะห์ข้อมูลและการตัดสินใจ ตลอดจนการบริหารบุคลากรเพื่อสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของพนักงาน ทั้งหมดนี้ช่วยสนับสนุนการดำเนินงานตามแนวทางการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน (CO2) ของบ้านปู ตั้งแต่ หลีกเลี่ยง (Avoid) การปล่อย CO2 ที่ไม่จำเป็น ลด (Reduce) การปล่อย CO2 จากการดำเนินงาน กำจัด (Remove) ผ่านเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน ไปจนถึง ชดเชย (Offset) การปล่อยคาร์บอนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ด้วยวิธีอื่น เช่น การใช้คาร์บอนเครดิต (Carbon Credits) ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล หรือการสนับสนุนโครงการฟื้นฟูธรรมชาติและระบบนิเวศ (Nature-based Solutions) ทำให้คน เทคโนโลยี และธรรมาภิบาลทำงานประสานกันเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างรับผิดชอบ
นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำไม่ใช่เรื่องของการลงทุนในเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเกิดจากการเปลี่ยนวิธีดำเนินธุรกิจทั้งระบบ สำหรับบ้านปู เรามีจุดมุ่งหมายในการขยายขีดความสามารถด้านพลังงานของโลกด้วยความรับผิดชอบ โดยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกถือเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของการขับเคลื่อนจุดมุ่งหมายนั้น เราเชื่อว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำต้องเริ่มจากการบูรณาการการลดคาร์บอนในการดำเนินธุรกิจขององค์กรเอง ทั้งนี้ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงาน การเติบโตทางธุรกิจ และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดคุณค่าที่ยั่งยืนให้กับสังคมในระยะยาว”
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้สะท้อนว่า Decarbonization Roadmap คือกรอบการดำเนินงานที่จะทำให้บ้านปูสามารถบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อย่างน้อย 20% ภายในปี 2573 และเป็นทิศทางที่กำลังถูกพิสูจน์ผ่านผลลัพธ์จริง บนความเชื่อที่ว่าการเติบโตทางธุรกิจและการสร้างโลกที่ยั่งยืนสามารถเดินไปด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
*หมายเหตุ: การเปรียบเทียบหน่วยคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่ากับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อ้างอิงจาก Greenhouse Gas Equivalencies Calculator ของ U.S. Environmental Protection Agency (U.S. EPA) โดยใช้วิธีการคำนวณและค่าปัจจัยอ้างอิงตามข้อมูลที่เผยแพร่โดย U.S. EPA (แหล่งที่มา)
ABOUT THE AUTHOR
กองบรรณาธิการ Energy Time Online
29 มิ.ย. 2569
29 มิ.ย. 2569
29 มิ.ย. 2569
29 มิ.ย. 2569