บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)

Last updated: 3 ส.ค. 2569  |  134 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)

ปตท.สผ. แต่งตั้ง “คณิตา” เป็น CEO คนใหม่ เริ่ม 1 ต.ค.69

นางสาวญาณินี วจีประทับจิต เลขานุการ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัท ปตท.สผ. เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2568 มีมติแต่งตั้ง นางสาวคณิตา ฐณิตา ศาศวัตายุ ให้ดำรงตำแหน่ง CEO Designate มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 เพื่อเตรียมความพร้อมในช่วงเปลี่ยนผ่าน ก่อนที่จะรับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารแทน นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ที่จะสิ้นสุดการดำรงตำแหน่งในวันที่ 30 กันยายน 2569

และการประชุมคณะกรรมการบริษัท ปตท.สผ. เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 มีมติแต่งตั้ง นางสาวคณิตา ฐณิตา ศาศวัตายุ ให้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการ ปตท.สผ. มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569

ปัจจุบัน นางสาวคณิตา อายุ 55 ปี ดำรงตำแหน่ง CEO Designate และรักษาการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานกลยุทธ์ พัฒนาธุรกิจ และทรัพยากรบุคคล

นายเสริมศักดิ์ สัจจะวรรณกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการเงิน ปตท.สผ. เปิดเผยว่า ทิศทางผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปีนี้ คาดว่าปริมาณการขายเฉลี่ยจะอยู่ที่ 525,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ที่ผ่านมา โดยจะรักษาระดับปริมาณการขายในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 560,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ซึ่งในไตรมาส 2 มีปริมาณการขายอยู่ที่ 572,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ขณะที่ตั้งเป้ามีต้นทุนต่อหน่วยในปีนี้ที่ 30 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และมี EBITDA margin อยู่ที่ 70%

ปตท.สผ. มีการปรับกลยุทธ์ใหม่ เน้นการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานภายในประเทศ และการสร้างความมั่นคงการเติบโตในต่างประเทศ โดยการรักษาความมั่นคงพลังงานในประเทศ จะรักษากำลังการผลิตให้ได้ 60% ของความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติในประเทศ ขณะที่การเติบโตและความมั่นคงในต่างประเทศ ตั้งเป้าหมายจะมีกำไรมากกว่า 50% ของกำไรสุทธิในปัจจุบันในอีก 10 ปีข้างหน้า หรือปี 2578 ส่วนอัตราการผลิตในอีก 10 ปีข้างหน้า คาดว่าจะเติบโต 1-3%

ปตท.สผ. ตั้งเป้าจะเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุนการผลิต การขุดเจาะ และการนำแท่นผลิตกลับมาใช้งาน ซึ่งในไตรมาส 2 ประสบความสำเร็จในการนำแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมที่สิ้นสุดการผลิตกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ทั้งโครงสร้าง เป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่แท่นหลุมผลิตจักรวาลเค ของแหล่งฟูนาน ในโครงการจี 1/61 โดยได้นำทั้งส่วนบนของแท่นหลุมผลิต ขาแท่น และเสาเข็มบางส่วน ไปติดตั้งและใช้งานใหม่ในแหล่งเดียวกัน ซึ่งสามารถลดต้นทุนโดยเปรียบเทียบกับการก่อสร้างใหม่ได้ 50% นอกจากนี้ จะดูในเรื่องการขนส่ง การซ่อมบำรุง และการรื้อถอนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด จะมีการเพิ่มศักยภาพแหล่งก๊าซฯ ใหม่ทั้งบนบกและในอ่าวไทย ซึ่งอาจจะมีต้นทุนในการพัฒนาที่สูงขึ้น เพราะเป็นแหล่งก๊าซฯ ที่อยู่ลึกลงไปจากแหล่งปัจจุบัน แต่จะดำเนินการให้สามารถแข่งขันได้กับการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ได้

ส่วนการเติบโตในต่างประเทศ พื้นที่ยุทธศาสตร์หลัก ๆ ใน 3 ภูมิภาค ได้แก่ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะแหล่งก๊าซฯ ขนาดใหญ่ที่ค้นพบในประเทศมาเลเซีย คือ แหล่งลังเลอบาห์-2 เป็นโครงการที่อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการพิจารณาแผนการลงทุน น่าจะเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังปีนี้ พร้อมทั้งแหล่ง Greenfield จะเร่งรัดให้เป็นไปตามแผน ส่วนพื้นที่ตะวันออกกลาง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แหล่งกาชา อยู่ในช่วงพัฒนาตามแผนงาน ส่วนในประเทศโอมานเป็นแหล่งที่มีปิโตรเลียมศักยภาพสูง ยังเติบโตต่อเนื่อง

ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการ Energy Time Online

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้