Last updated: 6 ส.ค. 2569 | 175 จำนวนผู้เข้าชม |
Café Amazon Experience แลนด์มาร์กใหม่ย่านอารีย์
ถ้าพูดถึงย่านคาเฟ่ แน่นอนว่า อารีย์จะต้องอยู่ในลิสต์ระดับต้นๆ เพราะเป็นสถานที่สุดฮิปของคนหลายเจน ทั้งวัยรุ่น วัยทำงาน Café Amazon เลยสร้างแลนด์มาร์กแห่งใหม่ย่านอารีย์ “Café Amazon Experience” แฟล็กชิปสโตร์เต็มรูปแบบ ที่ออกแบบให้เป็นพื้นที่ใหม่ของการใช้เวลาในคาเฟ่ ทั้งการมานั่งทำงาน มาคุยงานเบา ๆ หรือสายคอนเทนต์ ก็สามารถมาถ่ายรูปลงโซเชียล หรือสายดริ๊งค์ ก็สามารถแวะมาลองเมนูพิเศษ Specialty ที่นี่เพียงแห่งเดียว Café Amazon Experience Flagship Store
แน่นอนว่า สายถ่ายรูปจะถูกใจสิ่งนี้ เพราะที่นี่จะเน้นงานดีไซน์สไตล์โมเดิร์นคลาสสิก ออกแบบภายใต้แนวคิด “Amazon for Everyone” และ “Circular Living” ซึ่งนำรูปทรงของเมล็ดกาแฟมาใช้ในการสร้างสรรค์พื้นที่ พร้อมกลิ่นอายความร่มรื่นในแบบ Café Amazon แสงดี องค์ประกอบสวย โดยเฉพาะมุมบันได ที่มองขึ้นไปด้านบนเพดานที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น หรือจะถ่ายมุมกระจก มุมที่นั่ง มุมเค้าเตอร์ หรือมุมหน้าร้าน ให้ฟีลเหมือนเข้าคาเฟ่ดีไซน์สวยระดับอินเตอร์ 
แต่ถ้าคุณคือสายชิมที่นี่มาพร้อม Specialty Bar ที่รวมประสบการณ์ไว้ครบในที่เดียว ทั้ง Coffee Bar สำหรับคนรักกาแฟที่อยากลองเมนูและเมล็ดกาแฟพิเศษ, Matcha Bar สำหรับสายมัทฉะและชาเขียว, Bakery Bar สำหรับคนชอบเบเกอรี ซึ่งที่นี่มีให้เลือกมากมาย รวมถึงคนที่ชอบรสชาติเข้มข้นของโกโก้และช็อกโกแลต เพราะที่ Café Amazon Experience แห่งนี้ ไฮไลท์อย่าง “Chocolate Bar” บริเวณชั้น 2
ที่มุ่งเน้นการถ่ายทอดคุณค่าและอัตลักษณ์รสชาติเฉพาะตัวอันโดดเด่นของโกโก้สัญชาติไทยแท้ ให้ก้าวสู่มาตรฐานระดับสากล ซึ่งเป็นหนึ่งความภูมิใจของ Café Amazon คือการส่งเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมโกโก้ไทย เพราะที่นี่นำโกโกโก้ที่ปลูกในประเทศมาให้บริการ ด้วยการนำเสนอแนวคิด “New Experiences Chocolate Wheel of Flavors” ซึ่งได้นำองค์ความรู้เรื่อง “วงล้อทดสอบรสชาติ” (Sensory Wheel) มาพัฒนาร่วมกับแบรนด์ผู้เชี่ยวชาญโกโก้ไทยอย่าง กาดโกโก้ (Kad Kokoa) เพื่อเปิดประสบการณ์สู่โลกของ “Thailand Single Origin Cocoa” หรือ การใช้วัตถุดิบเมล็ดโกโก้แท้จากแหล่งปลูกเดี่ยวคุณภาพสูงในประเทศไทย โดยคัดสรรเอกลักษณ์อันโดดเด่นจาก 3 แหล่งปลูก 3 จังหวัด ได้แก่ สายพันธุ์ประจวบคีรีขันธ์ สายพันธุ์ชุมพร และ สายพันธุ์จันทบุรี ซึ่งรสสัมผัสของโกโก้ไทยทั้ง 3 สายพันธุ์นี้ แตกต่างจากช็อกโกแลตแปรรูปทั่วไป ด้วยคุณลักษณะเด่น คือ ความอมเปรี้ยวละมุนของผลไม้ (Fruity) ซึ่งเป็นรสชาติเฉพาะตัวตามธรรมชาติที่สะท้อนถึงสภาพภูมิประเทศ สภาพดิน และสภาพอากาศในแต่ละท้องถิ่นของประเทศไทย
โกโก้ทั้ง 3 สายพันธุ์มาต่อยอดเป็นเมนูเครื่องดื่มและเบเกอรีพรีเมียมรวมกว่า 20 เมนู ที่ดึงความโดดเด่นของวัตถุดิบไทยออกมาได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น เครื่องดื่มกลุ่ม Standard & Fusion Drinks ที่นำเสนออัตลักษณ์รสชาติของแหล่งปลูกตามธรรมชาติ ผ่านเมนู Iced Prachuap Blend, Iced Chumphon Blend และ Iced Chanthaburi Blend ควบคู่ไปกับเมนูฟิวชันสร้างสรรค์อย่าง Iced Coconut Chocolate และ Iced Cacao Blossom เครื่องดื่มกลุ่ม Signature Drinks ชูอัตลักษณ์ไทยร่วมสมัยด้วยการผสานวัตถุดิบท้องถิ่นและสมุนไพรอย่างลงตัว ได้แก่ Ginger Pepper Chocolate (ช็อกโกแลตพริกไทยขิง) คราฟต์ช็อกโกแลต Single Origin ที่ผสานความเผ็ดร้อนละมุนของขิงแก่และพริกไทยดำไทย พร้อมควันอบหอมกรุ่นตอนเสิร์ฟ และ Chrysanthemum Honey Chocolate (ช็อกโกแลตน้ำผึ้งเก๊กฮวย) คราฟต์ช็อกโกแลตแท้จากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่รวมความหอมละมุนของเก๊กฮวย น้ำผึ้ง และความสดชื่นจากมะนาว เสิร์ฟพร้อม Honey comb ชิ้นโต รวมไปถึง กลุ่มเบเกอรี ได้แก่ ขนมหวานระดับพรีเมียมที่ปรุงจากโกโก้ไทยคุณภาพสูงรวม 12 เมนู อาทิ Cherry White Chocolate Cake, Dark Caramel Chocolate และ Bon Bon หลากรสชาติ Café Amazon Experience จึงนับได้ว่าเป็นสวรรค์ของคนรักโกโก้อย่างแท้จริง เพราะฉะนั้น สาย Work from Café สายคอนเทนต์ หรือสายกิน อย่าลืมมาลองเมนูพิเศษที่ Café Amazon Experience เท่านั้น
ABOUT THE AUTHOR
กองบรรณาธิการ Energy Time Online
4 ส.ค. 2569
5 ส.ค. 2569
6 ส.ค. 2569
4 ส.ค. 2569