บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)

Last updated: 7 ก.ย. 2569  |  117 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)

GUNKUL จับมือรัฐบาลฟิลิปปินส์ เซ็น LOI เดินหน้าโครงการ Solar Floating 784.1 เมกะวัตต์
พร้อมจ่ายไฟปลายปีหน้า 2570 หนุนการเติบโตพลังงานสะอาดของประเทศอย่างยั่งยืน

บริษัท กันกุล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL ประกาศเจตนารมณ์ร่วมกับกระทรวงพลังงานฟิลิปปินส์ โดย พณฯ ชารอน เอส การิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานฟิลิปปินส์ เพื่อพัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดของอาเซียน ในงาน “Vision to Reality” Commitment Ceremony ณ Ayala Museum กรุงมะนิลา ผลักดันเมกะโปรเจกต์ระดับกิกะวัตต์ Laguna Lake Floating Solar ให้พร้อมจ่ายไฟเข้าใจกลางเศรษฐกิจฟิลิปปินส์สิ้นปี 2570 โดยมี นาย รังสรรค์ ศรีมังกร อัครราชทูต ณ กรุงมะนิลา พร้อมด้วยนาย เอ็มมานูเอล แอล. แซมสัน ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ และนาย ลีโอโปลโด วี. ปารูมอก ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานพัฒนาทะเลสาบลากูนา (LLDA) ร่วมให้เกียรติเป็นสักขีพยาน

นางสาวนฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) ("บริษัทฯ") กล่าวว่า “GUNKUL มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมลงทุนในโครงการ Laguna Lake Floating Solar ซึ่งเป็นโครงการโรงไฟฟ้าสีเขียวที่สำคัญระดับเมกะโปรเจ็คของรัฐบาลฟิลิปปินส์ ที่มีผลต่อการพัฒนายุทธศาสตร์ของประเทศ ภายใต้ Green Energy Auction Program Round 4 (GEA-4) ทั้งนี้ GUNKUL มีประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการพลังงานสะอาดในต่างประเทศมาหลากหลายโครงการเป็นเวลากว่า 20 ปี บริษัทฯ พร้อมนำความเชี่ยวชาญกว่า 4 ทศวรรษ และศักยภาพที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่าด้านพลังงาน มาทำงานร่วมกับพันธมิตรทุกฝ่าย ในการผลักดันโครงการใหญ่ระดับกิกะวัตต์นี้ให้สามารถเดินหน้าและส่งมอบได้สำเร็จตามเป้าหมายการจ่ายไฟเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 4 ปี 2570”

“โครงการ Laguna Lake Floating Solar นี้เป็นหมุดหมายความสัมพันธ์ที่สำคัญระหว่างรัฐบาลฟิลิปปินส์และ GUNKUL ในการเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสะอาดของประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูงทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันในครั้งนี้ นอกจากจะสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของรัฐบาลฟิลิปปินส์ในศักยภาพของบริษัทฯ แล้วยังสะท้อนถึงบทบาทความเป็นพาร์ตเนอร์เชิงกลยุทธ์ระหว่างภาครัฐและบริษัทฯ ในการเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยสนับสนุนเป้าหมายการลดคาร์บอนของรัฐบาลผ่านการพัฒนาโครงการพลังงานสะอาดต่อๆ ไป”

การจัดพิธีลงนาม Letter of Intent หรือ LOI ในครั้งนี้เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่จะร่วมผลักดันการพัฒนาโครงการ Laguna Lake Floating Solar โดยงานนี้เกิดขึ้นภายหลังจากบริษัทฯ เข้าลงทุนในโครงการแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ผ่านบริษัท Gunkul International (Mauritius) บริษัทย่อยที่ GUNKUL

ถือหุ้นทั้งหมด โดยเข้าซื้อหุ้นสัดส่วน 40% ใน Blue Solar Holdings Incorporated (Blue Solar) ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้งของโครงการ นับเป็นจุดเริ่มต้นของการลงทุนเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญของบริษัทฯ ในประเทศฟิลิปปินส์

โครงการ Laguna Lake Floating Solar ขนาดกำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น (Equity MW) 784.1 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่บนทะเลสาบ Laguna ในเกาะลูซอน ที่ติดกับกรุงมะนิลา ซึ่งเป็นหัวใจของภูมิภาคเศรษฐกิจที่สำคัญของฟิลิปปินส์ โดยโครงการได้รับการคัดเลือกภายใต้ Green Energy Auction Program Round 4 (GEA-4) เป็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว 20 ปี มีอัตราการจำหน่ายไฟฟ้าแบบคงที่ (Fixed Tariff) ในราคาสูงถึง 6.53 เปโซ (หรือประมาณ 3.53 บาท) ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง มีเป้าหมายเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 4 ปี 2570 ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ สามารถรับรู้กำไรตามสัดส่วนการถือหุ้นได้เต็มปีตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป นอกจากนี้ โครงการยังได้รับการรับรองภายใต้คำสั่งฝ่ายบริหารโดยประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์ Executive Order No. 18 (EO18) และได้รับสิทธิ Green lane ซึ่งเป็นมาตรการสนับสนุนการเร่งรัดการพัฒนาและขอใบอนุญาตในโครงการลงทุนที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ โดยในระยะต่อไป GUNKUL และพันธมิตรโครงการ จะเดินหน้าตามแผนงานการก่อสร้างที่ได้ตั้งไว้เพื่อให้โครงการพร้อมเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ตามกรอบเวลาที่กำหนด

การเข้าสู่ตลาดฟิลิปปินส์ในครั้งนี้ถือเป็นการเสริมทัพธุรกิจของบริษัทฯ ในการขยายฐานการเติบโตธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในภูมิภาคเอเชียจากพอร์ตโฟลิโอของ GUNKUL ที่มีอยู่ในญี่ปุ่น เวียดนาม และมาเลเซีย เข้าสู่ตลาดฟิลิปปินส์ที่มีศักยภาพสูง และมีโอกาสเติบโตจากการพัฒนาโครงการพลังงานสะอาดอีกมากในอนาคต ซึ่งบริษัทฯ พร้อมเข้าร่วมลงทุนและเป็นฟันเฟืองในการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านการลดการปล่อยคาร์บอนให้บรรลุสำเร็จภายใต้นโยบายเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในการผลิตไฟฟ้าเป็น 35% ภายในปี 2573 และ 50% ภายในปี 2583 ของประเทศฟิลิปปินส์ นอกจากนี้ ความร่วมมือกันอย่างเป็นทางการระหว่างบริษัทฯ กับรัฐบาลฟิลิปปินส์ นับเป็นก้าวสำคัญและจุดเริ่มต้นของการวางรากฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งให้กับบริษัทฯ เพื่อสร้างการเติบโตระลอกใหม่อย่างต่อเนื่องในพื้นที่ใหม่นี้ ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศฟิลิปปินส์ในระยะยาว

ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการ Energy Time Online

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้