สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

Last updated: 28 ก.ย. 2569  |  82 จำนวนผู้เข้าชม  | 

สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

“กกพ.” เปิดเวที “Foresight AGE Dialogue: AI, Data Center and Energy”
มุ่งสร้างสมดุล “การลงทุน–ความมั่นคงพลังงาน–ประโยชน์สาธารณะ” วางรากฐานเศรษฐกิจไทยยุคใหม่

สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) จัดสัมมนา “Foresight AGE Dialogue: AI, Data Center and Energy” ภายใต้หัวข้อ “การวางรากฐานอนาคตเศรษฐกิจไทยบนความมั่นคง เป็นธรรม และประโยชน์สาธารณะ” ในวันที่ 28 กันยายน 2569 ณ ห้องตะวันนา บอลรูม โรงแรมโวโค กรุงเทพฯ สุรวงศ์ เปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างภาครัฐ ภาคเทคโนโลยี ผู้ประกอบการ Data Center ภาคพลังงาน ภาคธุรกิจ และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อร่วมมองทิศทางการเติบโตของ AI และ Data Center และเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบพลังงาน และการกำกับดูแล ให้สามารถรองรับการลงทุนควบคู่กับความมั่นคงด้านพลังงาน ความเป็นธรรม และประโยชน์สาธารณะ

การสัมมนาได้รับเกียรติจาก นายนรินทร์ โอภามุรธาวงศ์ กรรมการกำกับกิจการพลังงาน เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยเน้นย้ำว่า AI, Data Center และพลังงาน ไม่ใช่เรื่องที่แยกออกจากกัน แต่เป็นองค์ประกอบของระบบเศรษฐกิจอนาคตที่ต้องวางแผนและพัฒนาไปพร้อมกัน โดยการก้าวสู่ “AI-ready Thailand” ต้องเริ่มจาก “Energy-ready Thailand” และนำไปสู่ “Public-benefit-ready Thailand” เพื่อให้การลงทุนและเทคโนโลยีใหม่สร้างประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนอย่างแท้จริง

ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) เปิดเผยว่า กกพ. ให้ความสำคัญกับการเตรียมระบบพลังงานและการกำกับดูแลให้พร้อมรองรับเศรษฐกิจยุค AI เนื่องจาก Data Center เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ต้องการไฟฟ้าที่มีความมั่นคงและคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ประกอบการระดับโลกมีเป้าหมายด้านพลังงานสะอาดและ Net Zero ที่ชัดเจน จึงต้องสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ต้นทุนพลังงานที่แข่งขันได้และเป็นธรรม และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงาน สะอาด

“กกพ. มองว่า โจทย์ของ AI และ Data Center ไม่ได้อยู่เพียงว่าเราจะดึงดูดเงินลงทุนได้มากเพียงใด แต่ต้องตอบให้ได้ว่า ประเทศและประชาชนจะได้รับประโยชน์อะไร ใครควรรับผิดชอบต้นทุนที่เกิดขึ้น และจะออกแบบกติกาอย่างไรให้การลงทุนเดินไปพร้อมกับความมั่นคงด้านพลังงานและความเป็นธรรม โดยผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไปไม่ต้องแบกรับต้นทุนที่ไม่เหมาะสม กกพ. จึงมุ่งให้การกำกับดูแลสามารถสนับสนุนการลงทุนภายใต้กติกาที่ชัดเจน โปร่งใส และรับผิดชอบ พร้อมเตรียมกลไกที่เกี่ยวข้อง อาทิ Direct PPA, Green Tariff ค่าใช้โครงข่าย การเชื่อมต่อระบบ บริการเสริมความมั่นคง และการคุ้มครองผู้ใช้ไฟฟ้า” ดร.พูลพัฒน์ กล่าว

การสัมมนาครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากผู้แทนองค์กรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ อาทิ Google, Huawei, Accenture, Arup, DDSP, Siametrics, Asian Development Bank (ADB) และ Boston Consulting Group (BCG) รวมถึง สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองครอบคลุมทั้งด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน AI ความต้องการพลังงานของ Data Center การสร้างมูลค่าและโอกาสการลงทุน ตลอดจนการเตรียมระบบไฟฟ้า พลังงานสะอาด และกลไกกำกับดูแล เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ดร.พูลพัฒน์ กล่าวในตอนท้ายว่า สำนักงาน กกพ. จะนำข้อมูล ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากเวทีไปประกอบการศึกษาและพัฒนาแนวทางการกำกับกิจการพลังงาน เพื่อให้ Digital Infrastructure และ Energy Infrastructure พัฒนาไปพร้อมกัน และทำให้การลงทุน AI และ Data Center ไม่เพียงสร้างเม็ดเงินลงทุน แต่สามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาทักษะ นวัตกรรม ผู้ประกอบการ ความสามารถในการแข่งขัน และประโยชน์ต่อประชาชน โดยมุ่งให้ระบบพลังงานไทยรองรับเศรษฐกิจยุคใหม่ได้อย่าง มั่นคง เป็นธรรม และยั่งยืน ในระยะยาว

ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการ Energy Time Online

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้