บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

Last updated: 6 ต.ค. 2569  |  109 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง หลังการส่งออกน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้น
และ G7 ประกาศระบายน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉิน

บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบปิดตลาด วันที่ 6 ตุลาคม 2569 ว่า ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง หลังการส่งออกน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้น และ G7 ประกาศระบายน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉิน โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อยู่ที่ 89.43 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ลดลง 1.68 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์ อยู่ที่ 100.32 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ลดลง 1.93 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคา คือ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสและเบรนท์ปรับตัวลดลง หลังข้อมูลการขนส่งทางเรือแสดงให้เห็นว่า ค่าเฉลี่ย 7 วันของการส่งออกน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง ณ วันพฤหัสบดีที่ 1 ต.ค. 69 ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 18.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งสูงกว่าระดับก่อนสงครามที่มีปริมาณการส่งออกเฉลี่ยอยู่ที่ 18 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยปริมาณดังกล่าวนั้นรวมการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทะเลแดง การส่งออกจากท่าเรือ และการถ่ายโอนน้ำมันระหว่างเรือในอ่าวโอมาน แม้ว่าจะมีการโจมตีเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซก็ตาม

กลุ่มประเทศ G7 บรรลุข้อตกลงระบายน้ำมันดิบและน้ำมันดีเซลรวม 100 ล้านบาร์เรลจากคลังสำรองฉุกเฉินเมื่อวันศุกร์ที่ 2 ต.ค. 69 โดยการตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นภายหลังประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนว่าหากไม่มีมาตรการเพิ่มอุปทาน อาจต้องพิจารณามาตรการจำกัดการส่งออกน้ำมันดีเซลของสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อยุโรปที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดีเซลจากสหรัฐฯ ในระดับสูง ทั้งนี้ การระบายน้ำมันจะเริ่มขึ้นทันทีและดำเนินไปเป็นระยะเวลา 4 เดือน โดยกลุ่มประเทศ G7 และพันธมิตรจะระบายน้ำมันดีเซลออกมาเป็นปริมาณมากภายในระยะเวลา 20 วัน เพื่อช่วยบรรเทาความตึงตัวของตลาดในระยะสั้น

บริษัทน้ำมันแห่งชาติอาบูดาบี (ADNOC) ประกาศปรับลดราคาขายน้ำมันดิบแบบเทอม (OSP) เกรด Arab Light สำหรับส่งมอบเดือน พ.ย. 69 ให้แก่ลูกค้าในเอเชียมาอยู่ที่ระดับราคาเฉลี่ยของน้ำมันดิบโอมานและดูไบลบ 5 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ทั้งนี้ การปรับลดราคาขายของน้ำมันเกรด Arab Light ครั้งนี้นับเป็นการปรับลดแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 6 ปี โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด และชดเชยให้กับผู้ซื้อสำหรับค่าขนส่งที่ปรับสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

ตลาดยังคงจับตาความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง หลังกลุ่มฮูตีในเยเมนอ้างว่าได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของ Saudi Aramco ในกรุงริยาดและพื้นที่คูไรส์ ส่งผลให้เกิดความกังวลว่าความขัดแย้งในภูมิภาคอาจกระทบต่ออุปทานน้ำมันจากซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายสำคัญของโลก

ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการ Energy Time Online

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้