กระทรวงพลังงาน

Last updated: 7 ต.ค. 2569  |  137 จำนวนผู้เข้าชม  | 

กระทรวงพลังงาน

ก.พลังงาน ยันกองทุนน้ำมันยังไม่ต้องกู้ แม้จะติดลบเกือบแสนล้านบาท

นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงแนวทางการรับมือวิกฤตการณ์ราคาพลังงานแพง ที่ส่งผลกระทบยืดเยื้อทั่วโลก ว่า จากผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้ง และสงครามในวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งอุปทานหลักพลังงานของโลก ส่งผลให้อุปทานน้ำมันลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งจากการสู้รบในพื้นที่ และการขาดความสงบในเส้นทางขนส่งทางทะเลที่สำคัญ เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ และช่องแคบยุทธศาสตร์ในทะเลแดง ซึ่งก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ด้านเสถียรภาพพลังงาน ทั้งในด้านปริมาณและราคาที่ผันผวนสูง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศผู้นำเข้าพลังงานอย่างประเทศไทย

กระทรวงพลังงาน จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ (Scenario) สมมติฐาน และการคาดการณ์ในการวางแผนพลังงานของประเทศใหม่ทั้งหมด โดยประเมินว่า แม้สถานการณ์ความขัดแย้งจะเริ่มคลายตัวลงในอนาคต แต่ราคาน้ำมันจะไม่ปรับลดลงไปสู่ระดับก่อนเกิดสงคราม เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานและแหล่งพลังงานหลายแห่งได้รับความเสียหาย ต้องใช้เวลาฟื้นฟูบูรณะอีกยาวนาน

ทั้งนี้เพื่อรับมือกับความท้าทายนี้ รัฐบาลได้ยึดมั่นในนโยบาย การพึ่งพาตนเอง หรือการมุ่งเน้นใช้แหล่งพลังงานภายในประเทศที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อลดผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ และค่าครองชีพของประชาชน โดยกระทรวงพลังงาน ได้วางแนวทางรับมือในภาพรวมผ่านการเร่งรัดการสำรวจแหล่งปิโตรเลียม การเพิ่มกำลังการผลิตและการต่อสัญญาแหล่งก๊าซ การกระจายความเสี่ยงในการนำเข้าน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ

ในส่วนของการบริหารจัดการราคาน้ำมัน กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ได้คาดการณ์ภายใต้สมมติฐานใหม่ และจัดทำแผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง และแผนยุทธศาสตร์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2569 2572 ซึ่งได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว

สำหรับสาระสำคัญของแผนยุทธศาสตร์ และการดำเนินงานของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ประกอบด้วย 1.การปรับปรุงแนวทางรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมัน โดยกำหนดนิยาม และเงื่อนไข ของวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิงให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง มีการแยกบัญชีฐานะกองทุนฯ ระหว่างกลุ่มน้ำมัน และ LPG ชัดเจน พร้อมกำหนดกรอบความต่างระดับราคาระหว่างเบนซิน และดีเซล เพื่อเลือกรูปแบบการอุดหนุนที่ตรงเป้าหมายที่สุด
2.หลักเกณฑ์การบริหารกองทุนฯ โดยวางกรอบหลักเกณฑ์ และเงื่อนไข สำหรับเป็นแนวทางชดเชยเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ การเก็บเงินสมทบเข้ากองทุนฯ เมื่อราคาน้ำมันในตลาดโลกเริ่มปรับตัวลดลง ตลอดจนหลักเกณฑ์ในการบริหารจัดการเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อฐานะกองทุนฯ
3.การบริหารจัดการสภาพคล่องและการกู้เงิน: วางระบบคาดการณ์ และบริหารสภาพคล่อง เพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤตที่อาจยืดเยื้อ พร้อมกำหนดแนวทางการกู้เงินเพื่อเสริมสร้างสภาพคล่องให้กองทุนน้ำมันฯ มีความเข้มแข็ง และสามารถทำหน้าที่เป็นกลไกตรึงราคา บรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4.การทบทวนนโยบายอุดหนุนน้ำมันชีวภาพ จากเดิมที่มีข้อกำหนดตามกฎหมาย และบทเฉพาะกาล ในการยกเลิกการอุดหนุน แต่จากวิกฤตการณ์พลังงานสากล และความจำเป็นในการลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานต่างประเทศ รัฐบาลจึงได้ทบทวนให้กลับมาส่งเสริม และอุดหนุนน้ำมันชีวภาพอีกครั้ง เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานระยะยาว ภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม

ทั้งนี้ ในการบริหารรักษาเสถียรภาพ จะมุ่งเน้นพิจารณาใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมของชีวภาพ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่ผลิตได้เองภายในประเทศ จากผลผลิตทางการเกษตร เป็นการช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันดิบจากตลาดโลกที่มีความผันผวนสูง อีกทั้งภาครัฐสามารถบริหารจัดการราคาขายปลีกในประเทศให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เป็นการช่วยสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศได้อย่างยั่งยืนแนวทางหนึ่ง

นายพงศ์พล กล่าวด้วยว่า แม้ว่าขณะนี้กองทุนน้ำมันจะติดลบกว่า 9 หมื่นล้านบาท และคาดว่าจะแตะ 1 แสนล้านบาทในสัปดาห์หน้า แต่ก็เชื่อว่าจะยังสามารถบริหารจัดการดูแลราคาน้ำมันได้ โดยยังไม่จำเป็นต้องกู้เงินเพิ่ม แต่หากมีความจำเป็น ก็ได้เตรียมแนวทางไว้แล้ว เนื่องจากตอนปี 2565 สมัยวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน กองทุนเคยติดลบสูงถึง 1.3 แสนล้านบาท จนนำไปสู่การกู้เงิน และสามารถทยอยใช้หนี้ได้จนหมด ดังนั้นหากมีการกู้เงินจริงก็สามารถดำเนินการได้ แต่จะยังไม่เลือกแนวทางนี้ เพราะไม่อยากเป็นหนี้ ประกอบกับยังมีการให้ความช่วยเหลือจากกระทรวงการคลังที่อยู่ระหว่างการพิจารณาปรับลดภาษีสรรพสามิต กลุ่มน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ ได้แก่ แก๊สโซฮอล์ E20 และดีเซล B20

ปัจจุบันกองทุนน้ำมันฯยังมีเงินเหลืออยู่ประมาณ 10,000 ล้านบาท และมีกระแสเงินที่ไหลเข้า หากสถานการณ์ดีขึ้น ก็จะสามารถเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯเพื่อลดสถานะที่ติดลบได้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 69 กองทุนน้ำมันฯ ชดเชยอยู่ที่ 316 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมัน 289 ล้านบาท และ LPG อยู่ที่ 27 ล้านบาท จากก่อนหน้านี้ที่จ่ายชดเชยประมาณวันละ 1,000 - 2,000 ล้านบาท

ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการ Energy Time Online

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้