Last updated: 28 ต.ค. 2569 | 104 จำนวนผู้เข้าชม |
กฟผ. เฝ้ารับเสด็จฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในงานมหกรรมด้านอวกาศแห่งชาติ 2569 (Thailand Space Expo 2026)
กฟผ. จับมือ GISTDA และพันธมิตร จัดงาน “มหกรรมด้านอวกาศแห่งชาติ” (Thailand Space Expo 2026) โชว์เทคโนโลยี AI ภูมิสารสนเทศ และนวัตกรรมด้านพลังงาน ขับเคลื่อนพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน ระหว่างวันที่ 28 – 31 ตุลาคม 2569 ณ ทรู ไอคอน ฮอลล์ ชั้น 7 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธานเปิดงานมหกรรมด้านอวกาศแห่งชาติ ประจำปี 2569 หรือ Thailand Space Expo 2026 โดย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นเจ้าภาพร่วม (Co-host) กับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ สทอภ. (GISTDA) และพันธมิตร จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 – 31 ตุลาคม 2569 ณ ทรู ไอคอน ฮอลล์ ชั้น 7 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม กรุงเทพฯ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีอวกาศระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง จากนั้นเสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการของ กฟผ. โดยมีนายธีรวุฒิ เวทะธรรม รองผู้ว่าการพัฒนาระบบส่ง นายบุญมา พูชิน ผู้ช่วยผู้ว่าการก่อสร้างระบบส่ง และผู้บริหาร กฟผ. ร่วมเฝ้ารับเสด็จ ณ บูท กฟผ. No.C03
นายธีรวุฒิ เวทะธรรม รองผู้ว่าการพัฒนาระบบส่ง กฟผ. เผยว่า กฟผ. เป็นเจ้าภาพร่วมในการจัดงาน Thailand Space Expo 2026 เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจจากกิจการอวกาศ (New Space Economy) ตามนโยบายของรัฐบาล ยกระดับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงของประเทศ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงาน และผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระดับสากล รวมถึงส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านพลังงาน เกษตรกรรม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม
โดยในปีนี้ บูท กฟผ. นำเสนอนิทรรศการภายใต้แนวคิด “Beyond What We See : Empowering Tomorrow” สะท้อนบทบาทและภารกิจ กฟผ. ในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ขับเคลื่อนความยั่งยืน และนำไปสู่เป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทย ผ่าน 7 โซน ได้แก่ 1.ศักยภาพด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทยเพื่อรองรับการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ (Thailand’s Electric Power Potential to Support Investment in Large-Scale Projects 2.ENZY Platform แพลตฟอร์มบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ ภายใต้ EGAT Smart Energy Solutions 3.การลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (EGAT’s Driving the Future of Sustainability: Integrated Solutions for Decarbonization) 4.การใช้ AI ตรวจจับแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อประโยชน์ในการคาดการณ์ความต้องการไฟฟ้า และดำเนินระบบควบคุมกำลังไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ (AI-Powered Solar Intelligence Platform: From Satellite Detection to Solar Generation Analytics) 5.เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศเพื่อสนับสนุนความเป็นกลางทางคาร์บอน (Orbit for a Greener Future: EGAT Carbon Neutrality) 6.การประมาณค่ามวลชีวภาพเหนือดิน ของพืชพลังงานในจังหวัดลำปาง โดยใช้ดาวเทียม Landsat 8 (Estimation of Above-Ground Biomass for Energy Crops in Lampang Province Using Landsat 8 Satellite) และ 7.การพัฒนาระบบแจ้งเตือนสถานการณ์การเคลื่อนตัวของโครงสร้างพื้นฐานโดยใช้เทคโนโลยี InSAR: กรณีศึกษาอ่างพักน้ำตอนบนโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา (Development of an Early Warning System for Infrastructure Displacement Using InSAR Technology)
ABOUT THE AUTHOR
กองบรรณาธิการ Energy Time Online
28 ต.ค. 2569
28 ต.ค. 2569
28 ต.ค. 2569
28 ต.ค. 2569