บริษัท นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (แบงค็อก) จำกัด

Last updated: 5 พ.ย. 2569  |  118 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริษัท นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (แบงค็อก) จำกัด

นิวสกายฯ เปิดโรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าอ่อนนุชเต็มรูปแบบ
ชูเทคโนโลยี Waste-to-Energy รองรับขยะไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน ผลิตไฟฟ้า 35 เมกะวัตต์
เสริมศักยภาพจัดการขยะกรุงเทพฯ พร้อมนวัตกรรมควบคุมกลิ่นและดูแลสิ่งแวดล้อม

บริษัท นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (แบงค็อก) จำกัด เปิดดำเนินการโรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อมอ่อนนุชเต็มรูปแบบ รองรับขยะไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน ชูศักยภาพเทคโนโลยี Waste-to-Energy เปลี่ยนขยะเป็นพลังงานไฟฟ้า กำลังการผลิต 35 เมกะวัตต์ พร้อมนวัตกรรมบริหารจัดการกลิ่นและระบบควบคุมสิ่งแวดล้อม เดินหน้าเปิดศูนย์เรียนรู้การกำจัดขยะ ถ่ายทอดกระบวนการจัดการขยะสมัยใหม่ให้ภาครัฐ เอกชน และประชาชนเข้าศึกษา ควบคู่กิจกรรมพัฒนาอาชีพ ส่งเสริมความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนคุณภาพชีวิตชุมชน ตอกย้ำแนวทางดำเนินธุรกิจที่เติบโตควบคู่กับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

นายเหอ หนิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (แบงค็อก) จำกัด กล่าวว่า การจัดการขยะถือเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของเมืองขนาดใหญ่ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครที่มีปริมาณขยะเฉลี่ยประมาณ 10,000 ตันต่อวัน การนำเทคโนโลยีการกำจัดขยะเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้ามาใช้จึงเป็นอีกทางเลือกในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการมูลฝอย และสร้างมูลค่าเพิ่มจากขยะด้วยการเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า

สำหรับโรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อมอ่อนนุช ได้รับการออกแบบให้รองรับปริมาณขยะไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน โดยใช้เทคโนโลยีการเผาไหม้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า (Waste-to-Energy) ผ่านกระบวนการที่ควบคุมอย่างเป็นระบบ เริ่มตั้งแต่การรับขยะเข้าสู่บ่อพักขยะภายในอาคารระบบปิด ซึ่งมีความจุรองรับขยะได้ประมาณ 24,000 ตัน โดยขยะจะถูกพักไว้ประมาณ 3-5 วัน เพื่อลดความชื้น ก่อนใช้เครนคีบขยะเข้าสู่เตาเผาแบบตะกรับ (Stoker Type) ที่ควบคุมอุณหภูมิประมาณ 850-1,100 องศาเซลเซียส ความร้อนจากกระบวนการเผาไหม้จะถูกนำไปต้มน้ำให้กลายเป็นไอน้ำแรงดันสูง เพื่อขับเคลื่อนกังหันไอน้ำและเครื่องกำเนิดไฟฟ้า สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ประมาณ 35 เมกะวัตต์ นับเป็นการนำพลังงานความร้อนจากขยะมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญของโครงการ คือระบบบริหารจัดการกลิ่นและควบคุมสิ่งแวดล้อมภายในโรงงาน โดยออกแบบบ่อพักขยะให้เป็นระบบปิด (Closed System) พร้อมติดตั้งเทคโนโลยีห้องบ่อพักขยะแรงดันลบ (Negative Pressure System) ซึ่งควบคุมให้ความดันอากาศภายในอาคารต่ำกว่าความดันอากาศภายนอก ทำให้อากาศไหลเข้าสู่ภายในแทนการไหลออกสู่ภายนอก อากาศภายในบ่อพักขยะจะถูกดูดเข้าสู่ระบบเตาเผาเพื่อนำไปใช้ในกระบวนการเผาไหม้ที่อุณหภูมิประมาณ 850-1,100 องศาเซลเซียส เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของกลิ่นจากบ่อพักขยะสู่พื้นที่โดยรอบ

นอกจากนี้ ยังนำเทคโนโลยี E-nose หรือจมูกอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Nose) มาใช้ในการตรวจจับและเฝ้าระวังกลิ่น โดยอาศัยชุดเซนเซอร์ (Sensor Array) ตรวจจับสารระเหยในอากาศและแปลงเป็นข้อมูลดิจิทัลในรูปแบบ Odor Fingerprint ก่อนนำไปประมวลผลร่วมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อวิเคราะห์และจำแนกลักษณะกลิ่น รวมถึงประเมินระดับความเข้มข้นได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้สามารถติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังกลิ่นภายในพื้นที่บ่อพักขยะได้อย่างต่อเนื่อง เสริมประสิทธิภาพการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและลดโอกาสเกิดผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ

ขณะเดียวกัน โครงการฯ ยังให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการดำเนินงาน โดยมีห้องควบคุม ห้องปฏิบัติการ และระบบแสดงข้อมูลการปล่อยมลพิษแบบเรียลไทม์ เพื่อใช้ติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สะท้อนความสำคัญของการนำเทคโนโลยีมาใช้ควบคู่กับการบริหารจัดการและการตรวจสอบอย่างเป็นระบบ

นอกเหนือจากภารกิจด้านการบริหารจัดการขยะและการผลิตพลังงาน บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านชุมชนสัมพันธ์ควบคู่กับการพัฒนาโครงการ โดยเริ่มลงพื้นที่สร้างความสัมพันธ์กับชุมชนตั้งแต่ก่อนเริ่มการก่อสร้าง เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสะท้อนความคิดเห็น ปัญหา และข้อกังวลต่าง ๆ เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการวางแผนป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงาน

การดำเนินงานด้านชุมชนสัมพันธ์ครอบคลุมทั้งการส่งเสริมอาชีพ การให้ความรู้เกี่ยวกับการคัดแยกและกำจัดขยะอย่างถูกวิธี รวมถึงการสนับสนุนกิจกรรมที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมและการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างโครงการกับประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน บริษัทฯ ดำเนินงานดูแลและสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนกว่า 120 ชุมชน ภายในรัศมี 5 กิโลเมตรรอบโครงการ เพื่อส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลและเติบโตไปพร้อมกับชุมชนอย่างยั่งยืน

ล่าสุด บริษัท นิวสกายฯ พร้อมด้วยบริษัทในเครือคือ บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย นายเหอ หนิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง และผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ร่วมมอบเงินสนับสนุนจำนวน 3,000,000 บาท ให้แก่กรุงเทพมหานคร โดยมีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นผู้รับมอบ ณ อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง เพื่อนำไปสนับสนุนภารกิจฟื้นฟู ป้องกัน และแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ รวมถึงเป็นกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในการบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของประชาชน

สำหรับการเปิดศูนย์เรียนรู้การกำจัดขยะ (Learning Center) ในครั้งนี้ บริษัทฯ มุ่งหวังให้เป็นพื้นที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการจัดการขยะสมัยใหม่ เปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และประชาชนได้เข้ามาเรียนรู้ตั้งแต่กระบวนการรับขยะ การจัดเก็บในบ่อพักขยะ การทำงานของเครนคีบขยะ เทคโนโลยีเตาเผาและการผลิตไฟฟ้า ไปจนถึงระบบควบคุมสิ่งแวดล้อม ผ่านสื่อวีดิทัศน์ โมเดลจำลองโรงไฟฟ้า 3 มิติ และการเยี่ยมชมพื้นที่ปฏิบัติงานจริง

ทั้งนี้ บริษัท นิวสกายฯ ยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยให้ความสำคัญทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีจัดการขยะ การสร้างพลังงานจากทรัพยากรที่มีอยู่ และการมีส่วนร่วมดูแลชุมชน เพื่อเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนในการสร้างเมืองที่สะอาด ปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน เพราะนิวสกาย คือรอยยิ้มของทุกคน

ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการ Energy Time Online

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้