กระทรวงพลังงาน เตรียมผลักดันให้ไทยเป็นฮับด้านก๊าซ

Last updated: Apr 26, 2020  |  323 จำนวนผู้เข้าชม  |  ENERGY NEWS VDO CLIP

กระทรวงพลังงาน เตรียมผลักดันให้ไทยเป็นฮับด้านก๊าซ

กระทรวงพลังงาน เตรียมผลักดันให้ไทยเป็นฮับด้านก๊าซ


นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า พร้อมที่จะสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการจำหน่ายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากเห็นว่าไทยตั้งอยู่ในทำเลที่ตั้งที่ดีเป็นศูนย์กลางอยู่ในอาเซียน และยังมีศักยภาพในด้านโครงสร้างพื้นฐานที่มีความพร้อม สามารถที่จะนำ LNG ไปจำหน่ายยังประเทศเพื่อนบ้านได้ ซึ่งเรื่องนี้ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จะเป็นผู้ดำเนินการเป็นหลัก

นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับขนส่งก๊าซฯ เป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้น ASCOPE ซึ่งเป็นองค์กรหนึ่งในความร่วมมือของอาเซียน ได้ทำการศึกษาแผนการพัฒนาในเรื่องนี้ โดยเล็งเห็นว่า การทำ Small Scales LNG จะเป็นการตอบโจทย์การให้ศักยภาพของประเทศอาเซียนที่มีประโยชน์สูงสุด โดยเห็นว่าไทยเป็นประเทศที่มีความพร้อมในด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการขนส่ง LNG ประเทศอื่นก็ไม่ต้องลงทุนเพิ่มเติมในการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน แต่สามารถที่จะซื้อจากไทยได้ในราคาที่เป็นธรรม ซึ่งทำให้เห็นภาพความร่วมมือในอาเซียนที่จะไปด้วยกันได้

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การทำ Small Scales LNG จะทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจทางด้านก๊าซฯ ที่ ปตท. จะสามารถขยายไปในภูมิภาคได้มากขึ้น ประกอบกับการที่องค์กรทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ประกาศให้มีการใช้น้ำมันเตากำมะถันต่ำ 0.5% เปรียบเหมือนกับการยกเลิกการใช้น้ำมันเตา เพราะมีโรงกลั่นไม่กี่โรงเท่านั้นที่จะผลิตน้ำมันเตากำมะถันต่ำได้ ทำให้ในอนาคต LNG สามารถมาใช้ทดแทนน้ำมันเตาได้ ก็จะทำให้ความต้องการเพิ่มขึ้น

ซึ่งไทยมีความพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางการจำหน่ายก๊าซฯ ในอาเซียน เนื่องจากมีสถานีรับ-ส่ง LNG 2 แห่ง ในจังหวัดระยอง และกำลังก่อสร้างคลัง LNG ในโครงการร่วมทุนพัฒนาท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3 ประกอบกับ ปตท. มีความเชี่ยวชาญในการจัดการขนส่งก๊าซฯ ทางท่อกว่า 30 ปี และไทยมีการนำเข้า LNG จำนวนมากขึ้นในอนาคต ซึ่งเป็นโอกาสที่จะส่งต่อไปขายยังประเทศเพื่อนบ้านได้

โดยแผนการดำเนินธุรกิจ LNG ในภูมิภาคนี้ ปตท. จะเน้นการทำตลาดในแนวท่อก๊าซฯ ก่อน ซึ่งจะนำ LNG มาแปลงเป็นก๊าซฯ แล้วส่งเข้าท่อ ส่งขายเป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้า และโรงงานอุตสาหกรรม ส่วนอีกด้านหนึ่งจะทำการตลาดนอกแนวท่อก๊าซฯ ก็คือการส่งขายเป็น LNG โดยที่ไม่ต้องแปลงเป็นก๊าซฯ ใช้วิธีขนส่งทางรถไฟ รถยนต์ และทางเรือ ซึ่งในส่วนนี้จะต้องระให้การก่อสร้างคลัง LNG แล้วเสร็จทั้งหมดก่อน แล้วจึงเอาส่วนเกินมาจำหน่ายให้กับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งคาดว่าในอนาคตความต้องการใช้ LNG จะเพิ่มขึ้น เพราะเศรษฐกิจของแต่ละประเทศจะเติบโต และภาคอุตสาหกรรมจะมีความต้องการใช้ก๊าซฯ มากขึ้น

นอกจานี้ ปตท.จะได้เสนอให้มีการก่อสร้างท่อส่งก๊าซฯ ใหม่อีก 2 ท่อ เพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางอาเซียน คือ โครงการท่อส่งก๊าซฯ โคราช-ขอนแก่น-น้ำพอง และ พระนครใต้-บางปะกง ซึ่งต้องขอความเห็นชอบจากกระทรวงพลังงาน และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานก่อน