ก.พลังงานเตรียมผลักดันให้เกิดโรงไฟฟ้าชุมชน

68 จำนวนผู้เข้าชม  |  ENERGY NEWS

ก.พลังงานเตรียมผลักดันให้เกิดโรงไฟฟ้าชุมชน

กระทรวงพลังงานเตรียมผลักดันให้เกิดโรงไฟฟ้าชุมชน 250 แห่ง

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ในวันนี้ (9 ตุลาคม 2562) กระทรวงพลังงาน โดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการ ได้ร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็น การพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก ที่จะนำไปสู่การจัดทำกรอบการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนผ่านกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และกองทุนพัฒนาโรงไฟฟ้า ตามนโยบายของกระทรวงพลังงาน

โดยมีเป้าหมายที่จะเกิดโรงไฟฟ้าชุมชน จำนวน 250 แห่ง และในจำนวนนี้จะมีโรงไฟฟ้าชุมชนที่เป็น Quick Win จำนวน 10-20 แห่ง เพื่อนำร่องให้เกิดโรงไฟฟ้าชุมชนให้ได้ตามแผนภายในปีหน้า ซึ่งโรงไฟฟ้าชุมชน Quick Win จะคัดเลือกจากชุมชนที่มีความพร้อมในด้านวัตถุดิบที่จะนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า เข้าร่วมลงทุนกับภาครัฐ และเอกชน และต้องมีสายส่งไฟฟ้ารองรับการขายไฟฟ้าเข้าระบบให้เกิดขึ้นก่อน เพื่อเป็นการนำร่องในการเกิดโรงไฟฟ้าชุมชนทั่วประเทศ โดยโครงการ Quick Win ที่จะเกิดขึ้นจะเป็นตัวบอกว่ามีปัญหาและอุปสรรคใดในการดำเนินงานหรือไม่ และจะทำให้โรงไฟฟ้าชุมชนที่จะเกิดตามมาจะต้องปรับตัวและแก้ไขอย่างไร เพื่อให้เกิดความยั่งยืนและมีประสิทธิภาพมากที่สุด

ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าชุมชนเน้นให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้า โดยการผลิต ใช้ และจัดจำหน่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบ ซึ่งจะมีส่วนสำคัญต่อการเสริมสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในประเทศและเพิ่มรายได้เข้าสู่ชุมชนตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ไม่ว่าจะเป็นการประกันรายได้จากการปลูกพืชพลังงาน การเข้าไปถือหุ้นในประกอบการกิจการโรงไฟฟ้า รวมถึงผลประโยชน์ของชุมชนที่จะได้รับรายได้จากการขายไฟฟ้า

สำหรับกรอบนโยบายการพัฒนาโรงไฟฟ้าชุมชน จะมีการกำหนดพื้นที่เป้าหมายที่ตั้งโรงไฟฟ้า ซึ่งต้องเป็นพื้นที่มีศักยภาพด้านพลังงานหมุนเวียน โดยแนวทางการจัดตั้งโรงไฟฟ้าดังกล่าว จะเป็นการร่วมลงทุนระหว่าง เอกชนและชุมชน ซึ่งมีเงื่อนไขที่ให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนในการก่อสร้างจนแล้วเสร็จ และเปิดให้ชุมชนเข้ามาถือหุ้นในสัดส่วนที่เหมาะสมในขั้นตอนของการดำเนินการผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์

โดยมีเป้าหมายการจัดตั้งโรงไฟฟ้าชุมชน เป็นการส่งเสริมให้เกิดการใช้พลังงานหมุนเวียน ตามแผนการพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP) ซึ่งได้กำหนดประเภทเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า ที่มีศักยภาพ 7 ประเภท เช่น ชีวมวล ที่จะมาจากฟางข้าว ซังข้าวโพด หญ้าเนเปียร์ ก๊าซชีวภาพ พลังงานแสงอาทิตย์ หรือพลังงานผสมผสาน ด้วยกำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าที่สอดคล้องกับความต้องการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ โดยมีสัญญาการรับซื้อไฟฟ้าจากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และราคาซื้อขายไฟฟ้าต้องกระทบกับค่าไฟฟ้าให้น้อยที่สุด

ซึ่งมีข้อเสนอจากเวทีการประชุมในเรื่องของการกำหนดสัดส่วนการถือหุ้นของชุมชนที่จะร่วมกับภาคเอกชนไว้ระหว่าง 10-30% โดยให้ชุมชนเข้ามาถือหุ้นบุริมสิทธิ์เริ่มต้นที่ 10% หลังจากโครงการมีกำไรก็ให้นำกำไรมาซื้อหุ้นสามัญของโรงไฟฟ้าได้ 20% และยังมีข้อเสนอว่าควรให้การสนับสนุนค่าไฟฟ้าในอัตรา 25 สตางค์/หน่วย ให้กับชุมชนที่เข้าร่วมในการใช้ไฟฟ้า

“ผลจากการระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนในครั้งนี้ กระทรวงพลังงาน จะนำข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็น ไปประกอบการพิจารณารูปแบบการพัฒนาโครงการที่เหมาะสม เพื่อเป็นแนวทางในการเปิดรับภาคเอกชนที่สนใจเข้าร่วมลงทุนกับชุมชนในการดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน โดยกรอบดังกล่าวจะนำเสนอสู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)” นายสนธิรัตน์ กล่าว