ปตท.สผ. กำไรสุทธิ 9 เดือน 1,185 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Last updated: 2020-04-26  |  252 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ปตท.สผ. กำไรสุทธิ 9 เดือน 1,185 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ปตท.สผ. กำไรสุทธิ 9 เดือน 1,185 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. แจ้งผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2562 กำไรสุทธิ 1,185 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (สรอ.) เพิ่มขึ้น 39% จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อกิจการ

นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า ในช่วง 9 เดือนของปี 2562 ปตท.สผ. มีรายได้รวมจากการดำเนินงาน 4,572 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (สรอ.) คิดเป็นประมาณ 143,115 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จาก 3,960 ล้านดอลลาร์ สรอ. คิดเป็นประมาณ 127,434 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปี 2561 โดยมีปัจจัยสำคัญจากปริมาณขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 335,696 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เมื่อเทียบกับ 300,338 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว หรือเพิ่มขึ้น 12% ซึ่งเป็นผลจากการเข้าซื้อสัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มเติมในแหล่งบงกชเมื่อกลางปี 2561 และการเข้าซื้อกิจการของบริษัท เมอร์ฟี่ ออยล์ คอร์ปอเรชั่น ในประเทศมาเลเซีย ซึ่งเสร็จสิ้นเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ประกอบกับราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยเป็น 46.83 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ จาก 46.25 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบในช่วงเดียวกัน ส่งผลให้ 9 เดือนแรกของปี 2562 ปตท.สผ. มีกำไรสุทธิ 1,185 ล้านดอลลาร์ สรอ. คิดเป็นประมาณ 37,182 ล้านบาท สูงขึ้น 39% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีกำไรสุทธิ 851 ล้านดอลลาร์ สรอ. คิดเป็นประมาณ 27,372 ล้านบาท

ส่วนผลประกอบการของไตรมาส 3 ปี 2562 ปตท.สผ. มีกำไรสุทธิ 358 ล้านดอลลาร์ สรอ. คิดเป็นประมาณ 11,019 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับ 315 ล้านดอลลาร์ สรอ. คิดเป็นประมาณ 10,401 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปี 2561 ซึ่งเป็นผลจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นจากโครงการมาเลเซียเช่นเดียวกัน

โดยผลการดำเนินงานซึ่งเติบโตอย่างแข็งแกร่งในช่วง 9 เดือนของปีนี้ เป็นการสะท้อนความสำเร็จจากการเข้าซื้อกิจการในประเทศมาเลเซียตามแผนกลยุทธ์ ซึ่งส่งผลให้ ปตท.สผ. มีปริมาณการขายเพิ่มขึ้นตามเป้าหมายปริมาณการขายเฉลี่ยของปี 2562 ซึ่งตั้งไว้ที่ 345,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน และเมื่อการซื้อกิจการของบริษัท พาร์เท็กซ์ โฮลดิ้ง ซึ่งมีการลงทุนหลักอยู่ในตะวันออกกลางเสร็จสิ้น จะส่งผลให้ปริมาณการขายเพิ่มสูงขึ้นอีก นอกจากนี้ การเร่งพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมต่าง ๆ ซึ่งอยู่ในระยะสำรวจในประเทศมาเลเซีย เช่น แปลงเอสเค 410 บี จะช่วยเพิ่มปริมาณสำรองปิโตรเลียมและปริมาณการผลิตให้กับบริษัทในอนาคตอีกด้วย