กฟผ. จัด Workshop ทดสอบการนำเข้า LNG

Last updated: 2020-04-26  |  228 จำนวนผู้เข้าชม  | 

กฟผ. จัด Workshop ทดสอบการนำเข้า LNG

กฟผ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัด Workshop ทดสอบการนำเข้า LNG แบบ Spot
เตรียมความพร้อมนำเข้าล็อตแรก ธันวาคม นี้

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ทดสอบการนำเข้า LNG แบบตลาดจร (Spot) ของ กฟผ. ในรูปแบบ Tabletop เพื่อเตรียมความพร้อมด้านระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติและคลังกักเก็บก๊าซธรรมชาติ โดยมีนายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สกพ.) เป็นประธาน พร้อมด้วยนายธวัชชัย จักรไพศาล รองผู้ว่าการ เชื้อเพลิง กฟผ. นายเริงชัย คงทอง รองผู้ว่าการระบบส่ง กฟผ. นายสหเทพ ธรรมทัต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ นายเชิดชัย บุญชูช่วย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่จัดหาและตลาดก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นายประทีป จิตรประทักษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ปฏิบัติการ บริษัท พีทีทีแอลเอ็นจี จำกัด และคณะทำงานจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) พร้อมพนักงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวนกว่า 100 คน เข้าร่วม Workshop ณ ห้องประชุม 4 ชั้น 15 อาคาร ท.103 สำนักงานใหญ่ กฟผ. จ.นนทบุรี

นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ รองเลขาธิการ สกพ. กล่าวว่า การประชุม Workshop ทดสอบการนำเข้า LNG แบบ Spot ของ กฟผ. ในรูปแบบ Tabletop ในครั้งนี้ดำเนินการตามความประสงค์ของกระทรวงพลังงาน เพื่อเตรียมความพร้อมด้านระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติและคลังกักเก็บก๊าซธรรมชาติ ซึ่งได้วางแผนวิธีการจัดการการนำเข้า LNG ของ กฟผ. ออกเป็น 2 ช่วง โดยนำเข้าครั้งแรกในช่วงเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ความต้องการ LNG ในตลาดโลกสูง และครั้งที่ 2 ในช่วงเดือนเมษายน 2563 ซึ่งเป็นช่วงที่ความต้องการ LNG ในตลาดโลกต่ำ เพื่อเป็นข้อมูลให้ สนพ. ใช้ประกอบการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และก่อให้เกิดผลกระทบกับค่าไฟฟ้าน้อยที่สุด ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการสรุปผลการทดสอบจากการประชุม Workshop ในครั้งนี้ เพื่อรายงาน กบง. ต่อไป

ด้าน นายธวัชชัย จักรไพศาล รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง กฟผ. กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้จะทำให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องของทุกหน่วยงานมีความรู้และความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ในขั้นตอนการจัดหา LNG แบบ Spot เพื่อเตรียมพร้อมก่อนการนำเข้า LNG จริง ในเดือนธันวาคมนี้ ทั้งยังช่วยทดสอบข้อกำหนดเกี่ยวกับการเปิดให้ใช้หรือเชื่อมต่อระบบส่งก๊าซธรรมชาติและสถานี LNG แก่บุคคลที่สาม (Third Party Access : TPA Code) และส่งเสริมการแข่งขันในกิจการก๊าซธรรมชาติ เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการค้า LNG (LNG HUB)