ราช กรุ๊ป ร่วมมือ กัลฟ์ พัฒนาโรงไฟฟ้าหินกอง

Last updated: 2020-04-26  |  342 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ราช กรุ๊ป ร่วมมือ กัลฟ์ พัฒนาโรงไฟฟ้าหินกอง

ราช กรุ๊ป ร่วมมือ กัลฟ์ พัฒนาโรงไฟฟ้าหินกอง

นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ราช กรุ๊ป และบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ได้บรรลุข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมหินกอง กำลังผลิตติดตั้ง 1,400 เมกะวัตต์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลหินกอง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี โดย กัลฟ์ ได้เข้าร่วมทุนโดยซื้อหุ้นสัดส่วน 49% ในบริษัท หินกองเพาเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด

สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมหินกอง กำลังการผลิต 1,400 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย หน่วยผลิตไฟฟ้าจำนวน 2 ชุด ชุดละ 700 เมกะวัตต์ ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง พัฒนาและดำเนินการโดย บริษัท หินกองเพาเวอร์ จำกัด ซึ่งถือหุ้น 100% โดยบริษัท หินกองเพาเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งโครงการนี้ได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะเวลา 25 ปี กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2562 และมีกำหนดการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในปี 2567 สำหรับหน่วยผลิตไฟฟ้าชุดที่ 1 และปี 2568 สำหรับหน่วยผลิตไฟฟ้าชุดที่ 2 ปัจจุบันโครงการนี้อยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม

“ทั้ง 2 บริษัท ซึ่งจะนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญมาพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมหินกอง ให้เป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าที่ช่วยให้ระบบไฟฟ้าของประเทศมีความมั่นคง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ” นายกิจจา กล่าว

โดย ราช กรุ๊ป และ กัลฟ์ เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ของประเทศที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในธุรกิจผลิตไฟฟ้า การจับมือกันของทั้งสองบริษัทจะทำให้โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมหินกองสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมได้ดียิ่งขึ้น ทั้งยังตอบสนองนโยบายความมั่นคงด้านพลังงาน และการส่งเสริมให้ประเทศเป็นศูนย์กลางด้านพลังงานของอาเซียนด้วย นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างพันธมิตรธุรกิจตอบสนองยุทธศาสตร์การเติบโตของบริษัทฯ สู่เป้าหมายการเป็นผู้นำด้านพลังงานและระบบสาธารณูปโภคที่มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ด้วย

นอกจากนี้ ราช กรุ๊ป และกัลฟ์ ยังมีทิศทางและเป้าหมายธุรกิจที่สอดคล้องกัน จึงมีโอกาสขยายความร่วมมือเป็นพันธมิตรลงทุนโครงการอื่นๆ ในอนาคต ซึ่งจะเสริมหนุนการสร้างมูลค่ากิจการของบริษัทฯ ให้เติบโตบรรลุเป้าหมาย 200,000 ล้านบาท ในปี 2566