กัลฟ์ เติบโตไม่หยุดตั้งเป้าปี 2568 จะมีรายได้ 1.4 แสนล้านบาท

Last updated: Apr 26, 2020  |  570 จำนวนผู้เข้าชม  |  ENERGY NEWS

กัลฟ์ เติบโตไม่หยุดตั้งเป้าปี 2568 จะมีรายได้ 1.4 แสนล้านบาท

กัลฟ์ เติบโตไม่หยุดตั้งเป้าปี 2568 จะมีรายได้ 1.4 แสนล้านบาท

นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยว่า บริษัทฯ คงเป้าหมายปี 2568 จะมีรายได้เติบโตอยู่ที่ประมาณ 1.4 แสนล้านบาท เนื่องจากจะมีโครงการโรงไฟฟ้าที่ทยอยจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ตามแผนที่วางไว้ โดยในปี 2563 คาดว่ารายได้จะเติบโต 10% จากปี 2562 ที่มีรายได้ 3.3 หมื่นล้านบาท เป็นผลจากการรับรู้โรงไฟฟ้าชีวมวล (Biomass) กำลังผลิต 25 เมกะวัตต์ ที่จะ COD เดือนมีนาคมนี้ และในปลายปีนี้โรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ประเทศเวียดนามจะ COD อีก 30 เมกะวัตต์ และรับรู้รายได้แบบเต็มปีของโรงไฟฟ้าขนาดเล็กประเภท SPP ทั้งหมด 12 แห่ง ที่เปิดดำเนินการครบแล้ว กำลังการผลิตรวม 1,563 เมกะวัตต์ รวมถึงรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ที่ประเทศเวียดนาม ขนาด 120 เมกะวัตต์ ที่ COD แล้ว

ส่วนปี 2564 คาดว่ารายได้จะอยู่ที่ 5 หมื่นล้านบาท เพราะโรงไฟฟ้า GSRC ขนาด 2,500 เมกะวัตต์ ที่จังหวัดระยอง จะผลิตเข้าระบบเชิงพาณิชย์ ส่วนโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่เวียดนาม ขนาด 310 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาต ที่ประเทศโอมาน ขนาด 326 เมกะวัตต์ จะ COD ในปี 2565 และปี 2566 โรงไฟฟ้า IPP ที่ปลวกแดง ขนาด 2,500 เมกะวัตต์ ที่จังหวัดระยอง จะ COD และปี 2568 โรงไฟฟ้าหินกอง ที่จังหวัดราชบุรี ขนาด 1,400 เมกะวัตต์ ที่ร่วมทุนกับ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จะ COD ครบทั้ง 2 แห่ง

บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างหาโครงการลงทุนใหม่ๆ เช่น โรงไฟฟ้าพลังงาน LNG ที่เวียดนาม ซึ่งมีกำลังการผลิตสูงสุด 6,000 เมกะวัตต์ และยังอยู่ระหว่างศึกษาก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำที่ สปป.ลาว ร่วมกับพันธมิตรจีน ขนาด 2,400 เมกะวัตต์ โดยบริษัทจะเข้าถือหุ้น 30% ซึ่งโครงการนี้ทำสัญญาขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นระยะเวลา 25 ปี นอกจากนี้ กำลังเจรจากับรัฐบาลโอมาน เพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มและพลังงานลม ขนาด 2,000 เมกะวัตต์

สำหรับแผนการลงทุนในช่วง 7 ปี (ปี 2563-2569) จะมีการลงทุน 1.4 แสนล้านบาท แบ่งเป็น เงินส่วนทุน 4 หมื่นล้านบาท โดยแหล่งเงินทุนจะมาจากกระแสเงินสดของบริษัทในแต่ละปีที่คาดว่าจะทำได้ 1 หมื่นล้านบาท หลังจากที่โรงไฟฟ้า IPP ขนาด 5,000 เมกะวัตต์ COD แล้ว และที่เหลือจากมาจากการกู้เงิน

ส่วนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมาบตาพุด เฟส 3 อยู่ระหว่างการจัดหาผู้รับเหมาในการถมทะเล คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างไตรมาส 3 ปีนี นอกจากนี้จะเริ่มก่อสร้างโครงการมอเตอร์เวย์ในไตรมาส 3 ปีนี้เช่นกัน ส่วนโครงการ One Bangkok คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างเดือนพฤษภาคมนี้

บริษัทฯ ยังเตรียมที่จะออกและเสนอขายหุ้นกู้วงเงินไม่เกิน 1 หมื่นล้านบาท ในช่วงกลางปีนี้ เพื่อนำเงินไปใช้ลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง