EA ติดปีกปี 63 รับรู้รายได้โรงไฟฟ้า 664 MW เต็มปี

Last updated: Apr 26, 2020  |  273 จำนวนผู้เข้าชม  |  ENERGY NEWS

EA ติดปีกปี 63 รับรู้รายได้โรงไฟฟ้า 664 MW เต็มปี

EA ติดปีกปี 63 รับรู้รายได้โรงไฟฟ้า 664 MW เต็มปี
ธุรกิจใหม่เริ่มสร้างรายได้ หนุนเติบโตยั่งยืน

นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ผู้นำด้านธุรกิจพลังงานทางเลือก เปิดเผยว่า ภาพรวมการดำเนินธุรกิจในปี 2563 จะเห็นการเติบโตอีกครั้ง หลังจากที่บริษัทฯประสบความสำเร็จจากธุรกิจพลังงานทดแทน โดยมีโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ และพลังงานลม ขนาดกำลังการผลิตรวม 664 เมกะวัตต์ และโรงงานผลิตน้ำมันไบโอดีเซล ซึ่งในปี 2563 นี้จะเริ่มเห็นผลประกอบการจากธุรกิจใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีด้านพลังงานมาต่อยอดธุรกิจเดิมและสร้างเป็นระบบนิเวศน์รองรับทิศทางในอนาคต

“สำหรับแนวโน้มการดำเนินธุรกิจปีนี้นอกจากจะมีผลประกอบการเติบโตจากการรับรู้รายได้ของธุรกิจไฟฟ้าเต็มปีแล้ว จะได้เริ่มเห็นผลประกอบการจากลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ ที่จะทยอยเข้ามาตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ปีนี้เป็นต้นไป ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์สารเปลี่ยนสถานะหรือ Bio-PCM ที่เป็นนวัตกรรมและเป็นลิขสิทธิ์ของบริษัท สินค้าที่ผลิตได้จะเริ่มส่งออกตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 เป็นต้นไป, ส่วนเรือไฟฟ้าที่จะให้บริการในแม่น้ำเจ้าพระยา ผลิตเรือต้นแบบเสร็จเรียบร้อย รอการทดสอบ ขณะเดียวกันก็ได้เริ่มผลิตเรือล็อตต่อไปแล้ว คาดว่าจะเริ่มให้บริการได้ทันทีหลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย, สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าบริษัทได้เริ่มทำการผลิตแล้ว และอยู่ระหว่างการวางแผนร่วมกับลูกค้าเพื่อทำแผนการส่งมอบให้สอดคล้องกับสถานการณ์โควิด-19 และสถานีบริการอัดประจุไฟฟ้า EA Anywhere ได้ทยอยเปิดให้บริการเป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะเตรียมความพร้อมรองรับการใช้งานของยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภทที่จะเติบโตขึ้นต่อไป” นายอมรกล่าว

อนึ่ง ภาพรวมผลการดำเนินงานงวดปี 2562 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 6,082 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18 % จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิเท่ากับ 5,148 ล้านบาท ซึ่งหากไม่นับรวมกำไรทางบัญชีที่เกิดจากการรวมกิจการ Amita Technologies Inc ไต้หวันที่เกิดขึ้นในไตรมาสที่ 1/2561 จำนวน 895 ล้านบาท จะทำให้ปี 2562 มีกำไรจากการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้นถึง 49% โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 14,955 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อนที่มีรายได้รวมเท่ากับ 12,490 ล้านบาท และจะมีรายได้รวมจากการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้นถึง 29% นับเป็นสถิติสูงที่สุดของบริษัท ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เตรียมนำเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 ในการพิจารณาอนุมัติจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.30 บาท (สามสิบสตางค์) โดยจ่ายจากกำไรสะสมสำหรับกิจการที่ไม่ได้รับส่งเสริมการลงทุน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,119 ล้านบาท คิดเป็นอัตราร้อยละ 28.63 ของกำไรสุทธิตามงบเฉพาะกิจการ พร้อมกับเตรียมที่จะเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการออกหุ้นกู้ในวงเงินไม่เกิน 15,000 ล้านบาท ถือเป็นการขออนุมัติไว้ล่วงหน้าเพื่อเป็นทางเลือกสำรองไว้สำหรับการปรับโครงสร้างทางการเงิน ชำระเงินกู้เดิมของบริษัทฯ และใช้ในการดำเนินงานหรือเป็นเงินทุนและสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทในเครือ ทั้งนี้ขึ้นกับความเหมาะสมของสถานการณ์ในอนาคตอีกด้วย