กรมธุรกิจพลังงาน

Last updated: Jul 29, 2020  |  220 จำนวนผู้เข้าชม  |  ENERGY NEWS ENERGY NEWS / COVID-19

กรมธุรกิจพลังงาน

การใช้น้ำมันครึ่งปีแรกลด 13.8% เหตุโควิดระบาด lockdown ทั้งประเทศ

นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า ภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยต่อวันครึ่งแรกของปี 2563 (มกราคม – มิถุนายน) ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นร้อยละ 13.8 โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากภาครัฐได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้การใช้น้ำมันลดลงต่อเนื่อง แต่หลังจากที่ภาครัฐได้ประกาศมาตรการผ่อนคลาย Lockdown ระยะที่ 4 จึงส่งผลให้ภาพรวมความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดือนก่อนหน้า เนื่องจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มมีการฟื้นตัว

โดยกลุ่มเบนซินมีการใช้อยู่ที่ 29.7 ล้านลิตร/วัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 7.6 โดยกลุ่มแก๊สโซฮอล์มีการใช้ลดลง เฉลี่ยอยู่ที่ 28.9 ล้านลิตร/วัน คิดเป็นร้อยละ 7.2 และน้ำมันเบนซินมีการใช้ลดลงเฉลี่ยอยู่ที่ 0.8 ล้านลิตร/วัน ลดลงร้อยละ 21.1 สำหรับภาพรวมการใช้น้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์ พบว่า แก๊สโซฮอล์ อี85 มีปริมาณการใช้ลดลงมากที่สุดเฉลี่ยอยู่ที่ 0.9 ล้านลิตร/วัน ลดลงร้อยละ 29.6 รองลงมาเป็นแก๊สโซฮอล์ 91 มีปริมาณการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ 8.0 ล้านลิตร/วัน ลดลงร้อยละ 16.8 และแก๊สโซฮอล์อี 20 มีปริมาณการใช้ลดลงน้อยที่สุดเฉลี่ยอยู่ที่ 6.0 ล้านลิตร/วัน ลดลงร้อยละ 6.1 ขณะท่แก๊สโซฮอล์ 95 มีปริมาณการใช้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 13.9 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.2

การใช้น้ำมันกลุ่มดีเซล เฉลี่ยอยู่ที่ 65.6 ล้านลิตร/วัน ลดลงร้อยละ 4.9 โดยน้ำมันดีเซล หมุนเร็วธรรมดา (บี7) มีปริมาณการใช้ลดลงเฉลี่ยอยู่ที่ 46.7 ล้านลิตร/วัน ลดลงร้อยละ 27.5 บี10 มีปริมาณการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ 11.5 ล้านลิตร/วัน บี20 มีปริมาณการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ 4.9 ล้านลิตร/วัน

การใช้น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) เฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 9.9 ล้านลิตร/วัน ลดลงร้อยละ 49.5 เนื่องด้วยยังคงอยู่ในช่วงมาตรการที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้ประกาศห้ามอากาศยานทำการบินเข้าสู่ประเทศไทยเป็นการชั่วคราว ไปจนถึงสิ้นเดือน มิ.ย.63

ส่วนการใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลง หรือ LPG เฉลี่ยอยู่ที่ 15.0 ล้านกก./วัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 16.0 โดยปริมาณการใช้ภาคขนส่งลดลงมากที่สุด มีปริมาณการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ 2.0 ล้านกก./วัน ลดลงร้อยละ 30.6 รองลงมาเป็นภาคปิโตรเคมี มีปริมาณการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ 6.0 ล้านกก./วัน ลดลงร้อยละ 19.3 ถัดมาเป็นภาคอุตสาหกรรมมีปริมาณการใช้ลดลงเฉลี่ยอยู่ที่ 1.6 ล้านกก./วัน ลดลงร้อยละ 10.4 และภาคครัวเรือนมีปริมาณการใช้ลดลน้อยที่สุดเฉลี่ยอยู่ที่ 5.4 ล้านกก./วัน ลดลงร้อยละ 6.4

ขณะที่การใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ หรือ NGV เฉลี่ยอยู่ที่ 4.0 ล้านกก./วัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 28.4 เนื่องจากยังคงอยู่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ประกอบกับภาครัฐมีนโยบายส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี20 สำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ จึงทำให้ประชาชนและผู้ประกอบการรถโดยสารหันไปใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็วบี 20 ทดแทน อีกทั้งยังมีนโยบายการปรับราคาขายปลีก NGV สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไปเพื่อสะท้อนต้นทุน จึงทำให้ราคา NGV ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคหันไปใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์หรือน้ำมันดีเซลหมุนเร็วแทน

นางสาวนันทิกา กล่าวว่า การนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง มีปริมาณรวมลดลงร้อยละ 9.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เฉลี่ยอยู่ที่ 918,547 บาร์เรล/วัน โดยมีปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบเฉลี่ยอยู่ที่ 893,508 บาร์เรล/วัน ลดลงร้อยละ 4.3 คิดเป็นมูลค่าเฉลี่ย 40,269 ล้านบาท/เดือน เนื่องจากในเดือน มิ.ย. 63 ยังคงอยู่ในช่วงหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่น และโรงแยกก๊าซธรรมชาติ รวมถึงมาตรการ Lockdown ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศลดลง ส่งผลให้ปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบลดลงไปด้วย สำหรับน้ำมันสำเร็จรูปมีปริมาณนำเข้าลดลงร้อยละ 69.4เฉลี่ยอยู่ที่ 25,039 บาร์เรล/วัน คิดเป็นมูลค่านำเข้าเฉลี่ยรวม 1,253 ล้านบาท/เดือน

ส่วนการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป มีปริมาณเพิ่มขึ้นร้อยละ 18.7 เฉลี่ยอยู่ที่ 203,647 บาร์เรล/วัน คิดเป็นมูลค่าส่งออกรวมเฉลี่ย 8,891 ล้านบาท/เดือน