พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)

Last updated: 2020-08-17  |  312 จำนวนผู้เข้าชม  | 

พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)

GC เผย Q2 มีกำไรสุทธิ 1,671 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 119%

นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวถึงผลประกอบการไตรมาส 2/2563 ว่า บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 69,271 ล้านบาท ลดลง 26% จากไตรมาส 1 ที่ผ่านมา และลดลง 35% จากไตรมาส 2/2562 โดย มีกำไรจากการดำเนินงาน (ไม่รวมผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันและ กำไรทางบัญชีจากอัตราแลกเปลี่ยน และผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์เพื่อประกันความเสี่ยง) ในไตรมาส 2 อยู่ที่ 1,409 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ 1,128 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 25% โดยมี Adjusted EBITDA ในไตรมาส 2/2563 อยู่ที่ 6,463 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากไตรมาส 1/2563 แต่ลดลง 15% จากไตรมาส 2/2562 อย่างไรก็ดี บริษัทฯ รับรู้ผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน เป็นผลขาดทุนรวม 899 ล้านบาท รวมทั้งผลการขาดทุนตราสารอนุพันธ์ 340 ล้านบาท และจากการแข็งค่าของค่าเงินบาท ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 1,501 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิรวม 1,671 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ไตรมาสแรก 119% โดยโรงกลั่นน้ำมัน มีอัตราการใช้กำลังการผลิต 102% โรงโอเลฟินส์ มีอัตราการใช้กำลังการผลิต 100% โรงอะโรเมติกส์ มีอัตราการใช้กำลังการผลิต 99%

นายคงกระพัน กล่าวด้วยว่า GC ยังได้ออกหุ้นกู้สถาบัน จำนวน 15,000 ล้านบาท เมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา จากที่ผู้ถือหุ้น GC อนุมัติวงเงิน 4 พันล้านเหรียญฯ เพื่อออกหุ้นกู้ ภายในระยะเวลา 5 ปี (2563-2567) เพื่อใช้ชำระคืนเงินกู้เดิม และลงทุนตามแผนการลงทุน

สำหรับความคืบหน้าโครงการลงทุนในปี 2563 อาทิ โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต Olefins Reconfiguration Project (ORP) ซึ่งเป็นการขยายกำลังการผลิตผ่านการลงทุนในแนฟทา แครกเกอร์

ด้วยการเพิ่มกำลังการผลิตเอทิลีนเป็น 500,000 ตันและโพรพิลีน 250,000 ตัน คาดว่าจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงไตรมาส 4 มูลค่าโครงการประมาณ 36,000 ล้านบาท โครงการโพรพิลีนออกไซด์ (PO) และ โครงการโพลีออลส์ เพื่อผลิต โพรพิลีนออกไซด์ 200,000 ตันต่อปี และผลิตภัณฑ์โพลีออลส์ 130,000 ตันต่อปี มีมูลค่าโครงการประมาณ 34,000 ล้านบาท โดยทั้ง 2 โครงการเป็นการต่อยอดผลิตภัณฑ์โพรพิลีนไปสู่ผลิตภัณฑ์ปลายทางสายโพลียูรีเทน คาดว่าจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงไตรมาส 4 เช่นกัน

ส่วนโครงการร่วมลงทุนในธุรกิจเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ ดำเนินการผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกวิศวกรรมชั้นสูงใน 2 โครงการ ได้แก่ PA9T 13,000 ตัน/ปี และ HSBC 16,000 ตัน/ปี คาดว่าจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในปี 2565

โครงการขยายกำลังการผลิตเม็ดพลาสติกโพลิเอทิลีนเทเรฟเทเลท (PET) ขยายการผลิต PET จาก 147,000 ตันต่อปี เป็น 200,000 ตันต่อปี คาดว่าจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 โครงการ HMC PP Line Expansion กำลังการผลิต เม็ดพลาสติกโพลิโพรพิลีน 250,000 ตันต่อปี คาดว่าจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2565

โครงการพลาสติกรีไซเคิล ที่ได้ร่วมมือกับแอลพลา (ALPLA) ได้ร่วมกัน ตั้งบริษัทร่วมทุน บริษัท เอ็นวิคโค จำกัด (ENVICCO Limited) ที่นิคมอุตสาหกรรมเอเชีย มาบตาพุด จังหวัดระยอง เพื่อผลิตเม็ดพลาสติกหมุนเวียนคุณภาพสูง ชนิด rPET ขนาด 30,000 ตันต่อปี และ rHDPE ขนาด 15,000 ตันต่อปี จะเริ่มก่อสร้างได้ในต้นปี 2563 และคาดว่าจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในปี 2565 มูลค่าโครงการประมาณ 2,000 ล้านบาท

ส่วนโครงการศึกษาการลงทุนปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ในสหรัฐฯ อยู่ระหว่างการเจรจาหาพันธมิตรรายใหม่แทน Daelim ที่ได้ถอนตัวไป ทั้งนี้คาดว่าในเร็ว ๆ นี้ จะได้ผลสรุปเพื่อตัดสินใจในการดำเนินโครงการต่อไป