พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)

Last updated: Aug 17, 2020  |  171 จำนวนผู้เข้าชม  |  ENERGY NEWS ENERGY NEWS / COVID-19

พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)

GC ปรับกลยุทธ์ใหม่ ดึงเทคโนโลยีมาเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวว่า GC ได้มีการปรับกลยุทธ์การดำเนินงานใหม่ ในช่วงที่โลกยังเผชิญวิกฤตโควิด-19 รวมถึงราคาน้ำมัน และสงครามทางเศรษฐกิจ โดยได้นำกลยุทธ์ 3 Steps ได้แก่ Step Change, Step Out และ Step Up มาใช้ โดย Step Change ทำบ้านให้แข็งแรง และเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ด้วย Operational Excellence และเพิ่มความยืดหยุ่นในการเลือกใช้วัตถุดิบ (Feedstock Flexibility) รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น มุ่งหน้าสู่ธุรกิจ High Value Product (HVP) เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และตลาดที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้ามากขึ้นด้วยแนวทาง market-focused business โดยเน้นการลงทุนในผลิตภัณฑ์ที่ใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี เงินลงทุนไม่สูงมาก อาทิ การเข้าซื้อหุ้น ใน "Dynachisso Thai" บริษัทสัญชาติไต้หวัน เพื่อเดินหน้าธุรกิจพลาสติกวิศวกรรม พีพี คอมพาวด์ (PP Compound) เรามีเป้าหมายลงทุนในบริษัทที่พร้อมลงทุนต่อเนื่องได้ทันที มีเทคโนโลยีที่เหมาะสม

นอกจากนี้ ยังได้มีการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ประกอบด้วย โครงการ Olefin Reconfiguration Project (ORP) สร้างแนฟทา แครกเกอร์ (Naphtha Cracker) โครงการโพรพิลีน ออกไซด์ (Propylene Oxide : PO) และโครงการโพลีออลส์ (Polyols) ร่วมทุนกับบริษัทฯ ญี่ปุ่น ผลิตผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมโพลียูรีเทน (Polyurethane) อุตสาหกรรมรถยนต์ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เป้าหมายเพื่อทดแทนการนำเข้า โดยได้ทั้งเทคโนโลยีจากญี่ปุ่นและยังได้ตลาดทั่วโลกอีกด้วย ถือเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประเทศไทย โดยโครงการต่าง ๆ นี้จะสามารถผลิตเชิงพาณิชย์ได้ภายในปีนี้

Step Out เติบโตนอกบ้าน จากสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ทำให้โครงการต่าง ๆ ถูกชะลอออกไป รวมถึงโครงการปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ ที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นโอกาสดีที่จะเจรจาต่อรองค่าก่อสร้าง รวมถึงการหาพันธมิตรใหม่ๆ นอกจากนี้ GC ยังมีแผน M&A กลุ่มธุรกิจใหม่ เพื่อต่อยอดโครงการธุรกิจผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม เช่น กลุ่มธุรกิจ High Performance Polymer & Composites และ Coating & Adhesives โดยอาศัยช่วงวิกฤตโควิด-19 ในการเจรจาเข้าซื้อในราคาที่เหมาะสม

Step Up เติบโตอย่างยั่งยืน GC ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 20% จากการดำเนินธุรกิจปกติ ภายในปี 2573 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อตันผลิตภัณฑ์ 52% ภายในปี 2593 ด้วยการลดการเดินทางของพนักงาน จากนโยบาย Work from Home เป็นต้น

นอกจากนี้ GC ยังนำนโยบายด้านหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาปรับใช้ ครอบคลุม 3 ส่วนหลักในการดำเนินงานของบริษัท ได้แก่

1. Smart Operating – ยกระดับการบริหารและดำเนินงานอย่างยั่งยืน สร้างธุรกิจรูปแบบใหม่ที่นำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิต เพื่อช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและนำมาหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

2. Responsible Caring – พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อความยั่งยืน ลดการใช้ทรัพยากร และให้เกิดประสิทธิภาพการใช้งานยาวนานมากที่สุด โดยจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามแนวทางการออกแบบเชิงนิเวศเศรษฐกิจ เพื่อก้าวไปสู่การเป็นองค์กรต้นแบบด้านความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืน โดยในปี 2573 GC มีเป้าหมายในการเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์กลุ่มเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ (Performance Product) และกลุ่มเคมีภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม (Green Chemicals) จาก 10% เป็น 30%

3. Loop Connecting – เชื่อมโยงทุกภาคส่วนตลอดห่วงโซ่อุปทาน GC ร่วมมือกับทุกภาคส่วนตลอดห่วงโซ่คุณค่าในการพัฒนาและต่อยอดการดำเนินโครงการความรับผิดชอบต่อสังคม ผ่านการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดการเกิดของเสีย นำขยะมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม เพื่อสร้างการเชื่อมต่อธุรกิจแบบครบวงจร อาทิ โครงการ “ต้นแบบการบริหารจัดการขยะพลาสติกครบวงจรในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เพื่อเป็นโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียนให้กับประเทศ” ซึ่งเป็นโครงการบริหารจัดการขยะที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่ GC ทำร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

โครงการส่งพลาสติกกลับบ้าน ที่ GC ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เครือข่ายเพื่อความยั่งยืนแห่งประเทศไทย (TRBN) และพันธมิตรของ GC เรียกคืนขยะที่มีประสิทธิภาพ โดยนำร่องให้เกิด Circular Hotspot บนถนนสุขุมวิท เป็นแห่งแรกของประเทศไทย สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนใหม่, โครงการ Waste this Way ที่ GC ได้ร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดแคมเปญผลักดันการจัดการขยะในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ - ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 74 เพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรแบบหมุนเวียนในชีวิตประจำวัน, โครงการ 10 คลองสวยน้ำใส ซึ่ง GC สนับสนุนการจัดทำ “เครื่องดักจับขยะในคลองสาธารณะ” ในเทศบาลเมืองลัดหลวง เป็นเครื่องต้นแบบ ติดตั้งเป็นจุดแรกที่ “คลองขุดเจ้าเมือง” เพื่อสร้างเป็นโมเดลให้คลองต่อๆ ไป เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมี โครงการ Upcycling the Oceans,Thailand โดยความร่วมมือของ GC การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และมูลนิธิ Ecoalf มีเป้าหมายเพื่อจัดการขยะในแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลของไทย อนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล และใช้ประโยชน์จากขยะพลาสติกอย่างคุ้มค่า โดยการเก็บขยะพลาสติกในทะเลและนำมาแปรรูปให้เป็นวัตถุดิบด้วยนวัตกรรมอัพไซคลิง (Upcycling) แล้วนำมาพัฒนาและออกแบบเป็นเสื้อผ้าแฟชั่นที่มีคุณภาพและมีมูลค่าสูงขึ้น ยังเป็นโครงการแรกของประเทศไทย และของภูมิภาคอาเซียนที่ดำเนินงานสอดคล้องตามมาตรฐานของ BS8001:2017 ซึ่งเป็นมาตรฐานด้าน Circular Economy ระดับสากล ถือเป็นความสำเร็จแรกและมีเป้าหมายจะขยายไปยังโครงการอื่นๆ ต่อไป

นายคงกระพัน กล่าวด้วยว่า GC ยังมี 4 มาตรการในการดำเนินธุรกิจ คือ

1. ความปลอดภัยของพนักงาน โดยให้พนักงานรักษาระยะห่างทางสังคม ( Physical Distancing) ด้วยการทำงานแบบ Work from Home อย่างน้อย 2 ใน 3 ซึ่งได้พิสูจน์แล้วว่า การทำงานยังคงมีประสิทธิภาพเช่นเดิม และ GC จะใช้นโยบายนี้ต่อไป ถือเป็น New Normal ที่เด่นชัดที่สุด โดยได้นำแอพพลิเคชันมาใช้ในการติดตามการดำเนินชีวิตของพนักงานด้วย และในอนาคต GC จะปรับเปลี่ยนสำนักงานให้เป็น Smart Office ที่มีความคล่องตัว ด้วยการลดพื้นที่ใช้สอยลง แต่เพิ่มฟังก์ชั่นที่เอื้อต่อการทำงานมากยิ่งขึ้น

2. ความต่อเนื่องทางธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) GC ยังคงกำลังการผลิตในทุกสายการผลิตเช่นเดิม แต่ปรับกระบวนการทำงาน เพิ่มขีดความสามารถของพนักงาน และนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพื่อส่งมอบสินค้าคุณภาพให้แก่ลูกค้า โดยมีนโยบาย เราอยู่ได้ ลูกค้าอยู่ได้

3. การช่วยเหลือชุมชนและสังคมโดยรวม GC นำผลิตภัณฑ์ และนวัตกรรมของบริษัทฯ มาใช้ในการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์เพื่อสร้างสรรค์อุปกรณ์ทางการแพทย์ และส่งต่อให้กับบุคลากรทางการแพทย์หลากหลายชนิด เช่น เสื้อกาวน์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง หน้ากากปกป้องใบหน้า (Face Shield) หมวกสุญญากาศ ตู้โควิเคลียร์ (CoviClear) หรือ ตู้พ่นซิลเวอร์นาโนฆ่าเชื้อ หุ่นยนต์ช่วยเหลือทางการแพทย์ เป็นต้น

4. ความชัดเจนในการสื่อสาร ความโปร่งใส และ การสร้างความเข้าใจให้แก่ผู้มีส่วนได้เสีย