บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

Last updated: 2020-11-10  |  427 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

บางจากเตรียมลงทุนสร้างโรงงานผลิตแบตฯ หลังได้แร่ลิเทียมแล้ว

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จัดสัมมนาประจำปีครั้งที่ 10 ภายใต้หัวข้อ “Everlasting Battery แบตเตอรี่: ปฏิวัติพลังงานอนาคต” เพื่อนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับแบตเตอรี่หรือระบบกักเก็บพลังงาน ซึ่งถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเชื่อมต่อรอยต่อของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานจากพลังงานฟอสซิลสู่พลังงานหมุนเวียน ให้ความสำคัญกับแบตเตอรี่ลิเทียม ไอออนที่จะช่วยตอบโจทย์เชื่อมรอยต่อยุคเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ที่สอดคล้องกับทิศทางการลงทุนของกลุ่มบางจาก

โดยมีนายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวปาฐกถาพิเศษ และนายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากฯ บรรยายหัวข้อ “แบตเตอรี่กับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน” โดยนายกุลิศ กล่าวว่า กระทรวงพลังงานเดินหน้าส่งเสริมการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า หรือรถอีวีในประเทศไทย และเร่งเสริมให้มีการใช้รถอีวีมากขึ้น โดยได้ปรับลดภาษีนำเข้ารถยนต์อีวีจากภูมิภาคอาเซียนและจีนเหลือ 0% เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ว่าจะให้มีรถอีวีให้ได้ 2.5 ล้านคันในปี 2030 ซึ่งจะทำให้มีการใช้แบตเตอรี่ลิเทียมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ถือว่าต้นทุนแบตเตอรรี่ลดลงมากเฉลี่ยปีละ 20% หรือลดลงถึง 80% จากเมื่อ 10 ปีที่แล้ว รวมถึงจะส่งเสริมให้มีการทำแบตเตอรรี่แบบครบวงจร รวมไปถึงการกำจัดแบตเตอรรี่ที่ไม่ใช้งานแล้ว ถ้าหากโรงงานไม่สามารถดำเนินการได้ อาจจะต้องมีการจ่ายเงินเข้ากองทุนฯ โดยอาจจ้ะองจัดตั้งกองทุนฯเพื่อมาดำเนินการในส่วนนี้แทน

ด้านนายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลุ่มบางจากฯ มีการลงทุนในเหมืองลิเทียม ผ่านการถือหุ้นใน Lithium Americas Corp. (LAC) ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจเหมืองลิเทียมในประเทศอาร์เจนติน่าและสหรัฐอเมริกา โดยจะมีสัดส่วนรับซื้อแร่ลิเทียมประมาณ 6,000 ตันต่อปี คาดว่าสามารถเริ่มผลิตได้ในปลายปี 2564 ทำให้บางจากอยู่ระหว่างการตัดสินใจดำเนินธุรกิจปลายน้ำ ต่อยอดจากแร่ลิเทียมที่จะได้รับ ซึ่งเป็นแร่ที่ถือว่าว่าหายาก โดยแร่จำนวนดังกล่าวหากนำมาผลิตเป็นแบตเตอรี่ลิเทียมในรถยนต์จะได้ประมาณ 1.5 แสนคัน หรือหากนำไปใช้ในโทรศัพท์มือถือจะได้ประมาณ 200 ล้านเครื่อง คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ใน 1-2 ปีข้างหน้า แล้วจะแล้วเสร็จประมาณปี 2024-2025 ซึ่งเป็นช่วงที่รถอีวีจะออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้เห็นว่า การที่ตลาดแบตเตอรี่จะเติบโตได้นั้น รัฐบาลต้องส่งเสริมให้รถในประเทศเปลี่ยนมาเป็นรถอีวีเพิ่มมากขึ้น โดยเริ่มต้นจากรถมอเตอร์ไซต์ให้เป็นเปลี่ยนมาเป็นรถมอเตอร์ไซต์ไฟฟ้า แล้วขยายมายังรถโดยสารประจำทาง ก่อนที่จะขยายไปยังรถทั่วไป

นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงต่างๆ อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า 100% ทั้งเทสล่า EV Bus และตุ๊กๆ ไฟฟ้า รวมทั้ง Power Wall สำหรับเก็บพลังงานไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ และบูธนิทรรศการ Winnonie สตาร์ทอัพภายในกลุ่มบางจากฯ เป็นต้น ณ สำนักงานใหญ่