ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

Last updated: Nov 13, 2020  |  240 จำนวนผู้เข้าชม  |  ENERGY NEWS VDO CLIP

ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

ราช กรุ๊ป ตั้งเป้ากำลังผลิตไฟฟ้าปีนี้ 8,700 เมกะวัตต์



นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้ากำลังการผลิตไฟฟ้าในปีนี้จำนวน 8,700 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้น 780 เมกะวัตต์ และเพิ่มขึ้นอีก 700 เมกะวัตต์ในหน้า โดยใช้งบลงทุนประมาณ 10,000 – 15,000 ล้านบาท เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายที่ 10,000 เมกะวัตต์ในปี 2568 จากปัจจุบันที่มีกำลังการผลิตรวมอยู่ที่ 8,173 เมกะวัตต์ ทั้งนี้เชื่อมั่นว่า จะดำเนินการได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เนื่องจากขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาร่วมทุนอีก 5 โครงการในต่างประเทศ รวมกำลังการผลิตประมาณ 500-600 เมกะวัตต์ คาดว่าจะดำเนินการได้สำเร็จในปีนี้ ซึ่งจะทำให้กำลังผลิตปีนี้เพิ่มขึ้นได้ประมาณ 740-840 เมกะวัตต์

สำหรับธุรกิจระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องด้านพลังงาน บริษัทฯ ได้ร่วมลงทุนร้อยละ 10 ในโครงการ Operation and Maintenance โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน – นครราชสีมา (M6) และสายบางใหญ่ – กาญจนบุรี (M81) ซึ่งคาดว่าจะลงนามสัญญาสัมปทานได้ในเดือนธันวาคมนี้ อีกทั้งยังได้ร่วมทุนจัดตั้งโรงงานผลิตและจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวมวลอัดแท่ง กำลังผลิต 60,000 ตันต่อปี ในสปป.ลาว เพื่อส่งออกจำหน่ายให้ลูกค้าอุตสาหกรรมญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เป็นหลักด้วย

นายกิจจา กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทได้จัดสรรงบลงทุนจำนวน 15,000 ล้านบาทสำหรับโครงการเดิม และโครงการใหม่ จนถึงปัจจุบันเงินลงทุนที่ใช้ไปแล้วจำนวน 10,150 ล้านบาท โดยเป็นการลงทุนใน 6 โครงการเดิม เป็นเงิน 4,005 ล้านบาท และ 4 โครงการใหม่ เป็นเงิน 6,145 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังประสบความสำเร็จในการออกหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม วงเงิน 8,000 ล้านบาท อายุเฉลี่ย 11 ปี ดอกเบี้ยเฉลี่ย 2.45% โดยนำมาใช้ลงทุนในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสายสีชมพู 1,300 ล้านบาท และโครงการพลังงานลม Collector และ Yandin ในออสเตรเลีย จำนวน 6,700 ล้านบาท

โดยโครงการที่ได้ตกลงร่วมทุนสำเร็จแล้ว ประกอบด้วย 1. โรงไฟฟ้าพลังความร้อน Thang Long เวียดนาม กำลังผลิต 620 เมกะวัตต์ (ถือหุ้น 22.05%) 2. โรงไฟฟ้าพลังงานลม Thanh Phong เวียดนาม กำลังผลิต 29.70 เมกะวัตต์ (ถือหุ้น 51%) กำหนดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ ไตรมาส 4/64

3. โรงไฟฟ้าเน็กส์ซิฟ เอ็นเนอร์จี จ.ระยอง กำลังผลิต 92 เมกะวัตต์ (ถือหุ้น 49%) กำหนดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ ไตรมาส 2/65 4. โรงไฟฟ้าราชโคเจนเนอเรชั่น ส่วนขยาย จ.ปทุมธานี กำลังผลิต 30 เมกะวัตต์ กำหนดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ ไตรมาส 3/65

5. โครงการโรงไฟฟ้า REN จ.นครราชสีมา กำลังผลิต 40 เมกะวัตต์ (ถือหุ้น 40%) กำหนดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ ปี 66

6. จัดตั้งบริษัท SIPHANDONE- RATCH-LAO จำกัด ใน สปป.ลาว เพื่อดำเนินงานผลิตและจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวมวลอัดแท่ง (Wood Pellet) กำลังผลิต 60,000 ตันต่อปี ในแขวงจำปาสัก พื้นที่ 20,000 ไร่ คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างโรงงานผลิตในปี 2564 และผลิตส่งออกจำหน่ายในปี 65

7. โครงการดำเนินงานและบำรุงรักษาทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-นครราชสีมา (M6) และสายบางใหญ่-กาญจนบุรี (M81) ถือหุ้น 10%

ส่วนโครงการโรงไฟฟ้าเป้าหมายที่อยู่ระหว่างการเจรจาเป็นโครงการในต่างประเทศ มีกำลังการผลิตรวมประมาณ 500-600 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกวางจิ1 ในเวียดนาม โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 2 แห่ง โครงการโรงไฟฟ้าพลังลม 1 แห่ง และโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 1 แห่ง

สำหรับผลประกอบการในช่วงรอบ 9 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ก.ย.63) บริษัทฯ มีกำไรเป็นจำนวน 4,157.21 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 17.8 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2562 เป็นผลจากรายได้ของโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังความร้อนราชบุรี และโรงไฟฟ้าหงสามีรายได้รวม 30,403.12 ล้านบาท