Last updated: 18 ก.พ. 2564 | 964 จำนวนผู้เข้าชม |
IRPC ตั้งเป้าปีนี้จะมีกำไรสุทธิ
นายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในไตรมาส 1 ปี 2564 และทั้งปีนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าจะมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน ซึ่งหากดูจากผลประกอบการในปี 2563 ผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 2 ย่ำแย่มาก แต่ในไตรมาส 4 มีกำไรสุทธิ 1,608 ล้านบาท เมื่อรวมทั้งปีขาดทุนสุทธิ 6,152 ล้านบาท ซึ่งสิ่งที่ทำให้ผลประกอบการในปีที่แล้วย่ำแย่มากมาผลกระทบของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันลดลง ราคาผลิตภัณฑ์ก็ลดลง และมีการขาดทุนจากการสต็อกน้ำมันจำนวนมาก แต่ในปี 2564 นี้ ภาวะตลาดเริ่มดีขึ้น ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กลุ่มปิโตรเคมียังดีอยู่ และบริษัทฯ มีความพร้อมในการสร้างความยืดหยุ่นขององค์กรเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดได้ทันที
โดยใน 5 ปีนี้ (ปี 2564-2568) บริษัทฯ ตั้งงบลงทุนเป็นวงเงิน 36,251ล้านบาท จะลงทุนในโครงการ Ultra Clean Fuel (UCF) จำนวน 14,248 ล้านบาท โครงการ Strengthen จำนวน 2,370 ล้านบาท โครงการลงทุนทั่วไปและค่าใช่จ่ายในการซ่อมบำรุง จำนวน 11,242 ล้านบาท และอื่น ๆ จำนวน 8,391 ล้านบาท โดยแบ่งการใช้เงินลงทุนในปี 2564 อยู่ที่ 13,524 ล้านบาท ปี 2565 อยู่ที่ 10,998 ล้านบาท ปี 2566 อยู่ที่ 7,161 ล้านบาท ปี 2567 อยู่ที่ 3,199 ล้านบาท และปี 2568 อยู่ที่ 1,363 ล้านบาท
สำหรับโครงการ UCF เป็นโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงกลั่นและปรับปรุงคุณภาพน้ำมันดีเซลให้ได้ตามมาตรฐานยูโร 5 เพื่อสนับสนุนมาตรการภาครัฐที่คาดว่าจะประกาศใช้น้ำมันดีเซลมาตรการฐานใหม่ในปี 2567 โดยโครงการจะเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของบริษัท จากแนวโน้มความต้องการที่สูงขึ้นของน้ำมันดีเซลกำมะถันต่ำทั้งภายในประเทศและกลุ่มประเทศอาเซียน คาดว่าจะผลิตเชิงพาณิชย์ในปี 2566
ยังมีโครงการ ABS Expansion ที่ทำให้ผลพลาสติก ABS มีคุณสมบัติดีขึ้น ลดต้นทุนการผลิต และกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 6,000 ตันต่อปี ซึ่งผลิตภัณฑ์ผงพลาสติก ABS สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย โดยเฉพาะการปรับปรุงคุณภาพเม็ดพลาสติกที่นำกลับมาใช้ใหม่ ที่ความต้องการของตลาดมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันการก่อสร้างแล้วเสร็จ คาดว่าจะผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2564
บริษัทฯ ยังคงมองหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจใหม่ตามแผนกลยุทธ์การมุ่งสู่ปิโตรเคมีปลายน้ำเพื่อใกล้ชิดกับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น โดยจะเพิ่มผลิตภัณฑ์ที่เป็น Specialty ให้มากขึ้นเป็น 30% ของการผลิต Polymer ทั้งหมด จากปัจจุบัน 13% โดยจะผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และไลฟ์สไตล์ จะมีการทำตลาดทุ่นลอยน้ำที่ใช้ในการทำ Floating Solar มากขึ้น
ยังได้ร่วมมือกับ ปตท. ในการศึกษาการลงทุนผลิต Melt Blown ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตหน้ากากอนามัย หน้ากาก N95 และ Nitrile Butadiene Latex ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตถุงมือทางการแพทย์ตามแผนการลงทุนในธุรกิจใหม่
ทำให้คาดว่าภายใน 5 ปี จะมี EBITDA รวมกับ Cashflow และอื่น ๆ รวมประมาณ 14,000 ล้านบาท
28 พ.ค. 2569
28 พ.ค. 2569
28 พ.ค. 2569
28 พ.ค. 2569