สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน

Last updated: 2021-03-04  |  144 จำนวนผู้เข้าชม  | 

สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน

สนพ.จัดรับฟังความคิดเห็นแผนการพัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเคมีระยะที่ 4 ในพื้นที่ EEC

นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า สนพ.ได้มอบหมายให้สถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (PTIT) เป็นที่ปรึกษาดำเนินโครงการศึกษากรอบแผนการพัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเคมีระยะที่ 4 ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก หรือ EEC และพื้นที่อื่นที่มีศักยภาพเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคต หรือการจัดทำแผนพัฒนาปิโตรเคมีระยะที่ 4 ซึ่งอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างฐานการผลิตวัตถุดิบให้กับอุตสาหกรรมใหม่ และประเทศไทยยังมีความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์เคมีและพลาสติกที่มีคุณสมบัติพิเศษมากขึ้นและมีมูลค่าสูงขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยต้องนำเข้าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในรูปแบบเคมีภัณฑ์ เม็ดพลาสติกหรือผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป

ดังนั้น การพัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในระยะต่อไป จำเป็นที่จะต้องต่อยอดพัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเพิ่มเติมจากฐานที่มีในปัจจุบันเพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายในอนาคต

โดยที่ผ่านมา สนพ. และ PTIT ได้จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นในเรื่องนี้มาแล้ว 4 ครั้ง โดยเริ่มตั้งแต่การนำเสนอแนวคิด ภาพรวมและแนวทางของการศึกษา จนได้มาซึ่งแนวคิดการพัฒนาคลัสเตอร์อุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงปิโตรเลียมและปิโตรเคมีกับการเกษตร ไปจนถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับการลงทุน 3 กลุ่ม ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี ผลิตภัณฑ์เคมีเสริม และผลิตภัณฑ์ชีวภาพ รวมไปถึงพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับ 3 กลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าว ทั้งใน EEC และพื้นที่ใหม่สำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเคมีระยะยาว ซึ่งจะต้องมีหน่วยงานเจ้าภาพมาดูแลการบริหารจัดการพื้นที่ควบคู่กันไปกับการเตรียมความพร้อมก่อนการพัฒนาอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว และกระจายรายได้ไปยังภาคอื่นนอกเหนือจากพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก รวมไปถึงข้อเสนอสำหรับการจัดทำนโยบาย มาตรการส่งเสริม กฎหมายและกฎระเบียบ เพื่อผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมในครั้งนี้ โดยการสัมมนาแต่ละครั้งที่ผ่านมาได้ข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์และที่ปรึกษาสามารถนำไปใช้ประกอบการจัดทำผลการศึกษาเป็นอย่างดี ทั้งนี้คาดว่าจะเสนอผลการศึกษาดังกล่าวต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาได้ภายในสิ้นปีนี้

ด้านคุณหญิงทองทิพ รัตนะรัต ตัวแทนสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ได้นำเสนอผลการศึกษาฯ และรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ ว่า แผนการพัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเคมีระยะที่ 4 ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกและพื้นที่ที่มีศักยภาพเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคตที่จะขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศโดยใช้อุตสาหกรรมปิโตรเคมีเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง จึงต้องการให้รัฐบาลเร่งพิจารณาโดยเร็ว เนื่องจากยิ่งปล่อยเวลานานไปจะทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศลดน้อยลง ไม่ทันต่างประเทศ และเห็นว่ารัฐบาลควรส่งเสริม สนับสนุนเรื่องของโทคโนโลยีด้านปิโตรเคมี เพื่อที่จะได้แข่งขันกับต่างประเทศได้