พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)

Last updated: 2021-03-08  |  128 จำนวนผู้เข้าชม  | 

พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)

PTG ตั้งเป้ายอดขายน้ำมันโต 8-12%



นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดเผยว่า ปี 2564 ตั้งเป้าที่จะเพิ่มปริมาณการจำหน่ายน้ำมัน 8-12% เมื่อเทียบกับปี 2563 รวมถึงปริมาณการจำหน่ายแก๊ส LPG คาดว่าจะเติบโต 15-20% และตั้งเป้าจะมีกำไรก่อนหักภาษีและค่าเสื่อม (EBITDA) เติบโต 10-15% เนื่องจากบริษัทฯ ยังคงเห็นโอกาสการเติบโตในอุตสาหกรรมน้ำมันภาพรวมต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ซึ่งมีปริมาณการจำหน่ายน้ำมันอยู่ที่ 4,959 ล้านลิตร หรือคิดเป็นเติบโต 5.9% เมื่อเทียบจากปีก่อน และสูงกว่าอุตสาหกรรมโดยรวมที่มีปริมาณจำหน่ายน้ำมันโดยรวมอยู่ที่ 34,837 ล้านลิตร หรือลดลง 1.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่วนปริมาณการจำหน่ายแก๊ส LPG โตถึง 13% ในปีก่อน เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จากการขยายสถานีบริการแก๊ส LPG ที่เพิ่มขึ้น

โดยในปีนี้จะขยายสถานีบริการน้ำมันจากเดิม 1,888 สาขา เป็น 2,030 สาขา และสถานีบริการแก๊ส LPG เพิ่มขึ้นจาก 206 สาขา เป็น 260 สาขา รวมทั้งขยายศูนย์บริการรวม (Touchpoint) ซึ่งเป็นธุรกิจ Non-Oil เช่น ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ได้แก่ ร้านกาแฟพันธุ์ไทย ร้านคอฟฟี่เวิลด์ ร้านสะดวกซื้อแมกซ์มาร์ท (Max Mart) ศูนย์บริการซ่อมบำรุงรักษรถยนต์ออโต้แบคส์ (Autobacs) และอื่นๆ รวมเป็น 870 สาขา จากปี 2563 ที่มี 756 สาขา

โดยจะได้เตรียมงบประมาณการลงทุน 4,000-4,500 ล้านบาท แบ่งเป็น การขยายสถานีบริการน้ำมันและแก๊ส LPG ประมาณ 3,000-3,500 ล้านบาท ลงทุนในธุรกิจ Non-Oil ประมาณ 500 ล้านบาท และอีกประมาณ 500 ล้านบาท จะลงทุนในธุรกิจใหม่ เช่น โครงการโรงไฟฟ้าขยะ โครงการโซลาร์ฟาร์ม โครงการโซลาร์รูฟท็อป การทำสถานีชาร์จไฟฟ้ารถยนต์ (EV Charging Station) และโครงการ Oleochemical ต่อยอดจากโครงการปาล์มคอมเพล็กซ์

“ในปีนี้จะมีการขยายธุรกิจ Non-Oil มากขึ้น เพราะต้องยอมรับว่าเป็นธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าธุรกิจน้ำมันมาก จึงมีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนกำไรขั้นต้นจากธุรกิจ Non-Oil เพิ่มขึ้นจากปีก่อน และยังมีแผนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในสถานีบริการน้ำมัน PT เพื่อลดค่าไฟฟ้าในสถานีบริการ โดยได้เริ่มไปแล้วกว่า 30 แห่ง ก็จะขยายไปตามสถานีบริการ PT ที่มีอยู่ทั้งหมดภายใน 5 ปี หากติดตั้งได้หมดทุกปั๊ม จะช่วยลดค่าไฟฟ้าในปั๊มน้ำมันได้ปีละ 375 ล้านบาท” นายพิทักษ์ กล่าว

นายรังสรรค์ พวงปราง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTG กล่าวว่า บริษัทฯ มีแผนที่จะต่อยอดโครงการปาล์มคอมเพล็กซ์ ไปทำ Oleochemical ซึ่งจะเน้นผลิตภัณฑ์ Cosmetic, Pharmaceutical การผลิตวัตถุดิบของน้ำมัน ซึ่งคาดว่าภายในปีนี้ หรือต้นปีหน้า จะมีผลิตภัณฑ์ทางด้านความสวยความงามออกมา 4 ผลิตภัณฑ์ มาทดลองทำตลาด หากประสบความสำเร็จก็จะเดินหน้าโครงการอื่นๆ ต่อไป โดยกำลังศึกษาแผนที่จะสร้างโรงงานผลิตไบโอดีเซล B100 เพิ่มขึ้น จากปัจจุบันมีกำลังผลิตไบโอดีเซล 5 แสนตัน และน้ำมันพืช 2 แสนตัน จึงต้องรอดูนโยบายของรัฐว่าจะประกาศมาตรฐานน้ำมันยูโร 5 อย่างไร เพราะการผลิตน้ำมันดีเซล ยูโร 5 จะต้องผสมเป็น B7 ในขณะที่ B10 ไม่สามารถทำได้ การใช้ไบโอดีเซลก็จะลดลง ซึ่งจะทำให้แผนการขยายโรงงานไบโอดีเซล เพิ่มขึ้นอีก 1 โรงเท่านั้น แต่หากส่งเสริม B10 ต่อเนื่อง ก็จะต้องมีการเพิ่มโรงงานเป็น 2 โรง เพื่อรองรับการนำไปใช้ในน้ำมันของ PT ให้เพียงพอ และใช้ทำผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง

นอกจากนี้ จะลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าขยะ กำลังผลิตติดตั้ง 6 เมกะวัตต์ ที่ตำบลบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างรอให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ออกประกาศรับซื้อซึ่งอยู่ในโควตา 400 เมกะวัตต์ที่จะมีการรับซื้อไฟฟ้าจากขยะ

นายสุวัชชัย พิทักษ์วงศาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอตลาส เอ็นเนอยี จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ จะทำธุรกิจแก๊ส LPG ในเชิงรุกมากขึ้น ทั้งธุรกิจแก๊ส LPG ครัวเรือน โดยจะเพิ่มสาขาการให้บริการ Gas Shop อีก 50 สาขา ภายในปีนี้ เพื่อเพิ่มสัดส่วนการจำหน่ายแก๊ส LPG ครัวเรือน เป็น 40-50% ของปริมาณการจำหน่ายแก๊ส LPG ทั้งหมด ส่วนแก๊ส LPG ในรถยนต์ ปีนี้ตั้งเป้าจะมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับที่ 2 โดยมีสัดส่วนประมาณ 2.2-2.4% จะขยายโรงบรรจุแก๊ส LPG ส่วนที่เป็นของบริษัทฯ เอง 4 สาขา จากปัจจุบันมี 1 สาขา และร่วมกับพันธมิตรอีก 10 สาขา โดยคาดว่าใน 5 ปีข้างหน้า ธุรกิจแก๊ส LPG จะขึ้นมาเป็นเบอร์ 3 ของประเทศ

นายกมล นลินวิลาวัณย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พันธุ์ไทย จำกัด กล่าวว่า จะขยายร้านกาแฟพันธุ์ไทย และสร้างแบรนด์ให้มีความเข้มแข็ง เพื่อเพิ่มยอดขายให้มากขึ้นจากปี 2563 มียอดขายกาแฟพันธุ์ไทย ประมาณ 8 ล้านแก้ว และตั้งเป้าภายใน 5 ปี จะเพิ่มเป็น 16 ล้านแก้ว โดยจะเพิ่มสาขานอกสถานีบริการน้ำมันด้วย เป็นสัดส่วน 30% และในสถานีบริการน้ำมัน 70% และมีแผนที่จะขยายไปในตลาด CLMV ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป และหากมีพันธมิตรที่ดี ก็อาจจะขยายไปที่ตลาดจีน อินเดีย อินโดนีเซีย เป็นต้น นอกจากนี้ จะมีการรีแบรนด์ร้านกาแฟคอฟฟี่เวิลด์ ใหม่ เพื่อให้มาจับตลาดกลุ่ม Generation Y และ Z จากเดิมลูกค้ากลุ่ม Generation X เท่านั้น