Last updated: 28 เม.ย 2564 | 1213 จำนวนผู้เข้าชม |
EP ตั้งบริษัทย่อย
บริษัท อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป จํากัด (มหาชน) หรือ EP แจ้งว่า บริษัท อีเทอร์นิตี พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ ETP ซึ่งเป็นบริษัทที่ EP ถือหุ้น 75% ได้มีการจัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ชื่อ บริษัท อีสเทอร์น โคเจนเนอเรชัน จำกัด (EP-COGEN) ทุนจดทะเบียน 1,000,0000 บาท มี ETP ถือหุ้น 100%SCC เตรียมปรับโครงสร้างธุรกิจเคมิคอลส์
บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จํากัด (มหาชน) หรือ SCC แจ้งว่า บริษัทฯ อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการปรับโครงสร้างธุรกิจเคมิคอลส์ รวมถึงการเสนอขายหุ้น บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จํากัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ SCC ถือหุ้นทั้งหมด ต่อประชาชนทั่วไป เพื่อรองรับโอกาสในการขยายธุรกิจเคมิคอลส์ในอนาคต เช่น ความเป็นไปได้ในการขยายกําลังการผลิตในภูมิภาคอาเซียน และการลงทุนอื่น ๆ คาดว่าการศึกษาและการปรับโครงสร้างดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2565
โดยเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้ลงนามในสัญญาซื้อหุ้นผ่าน SCG Chemicals Trading (Singapore) Pte, Ltd. เพื่อเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 70% ใน Sirplaste-Sociedade Industrial de Recuperados de Plástico, S.A. (Sirplaste) โดยคาดว่าธุรกรรมจะเสร็จสิ้นภายในปี 2564 ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นเดิมจะยังคงถือหุ้น 30% และบริหารกิจการร่วมกับ SCG Chemicals ซึ่งเป็นการดำเนินกลยุทธ์ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดภาวะโลกร้อน พร้อมตอบโจทย์ลูกค้าและผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม เอสซีจี เคมิคอลส์
สำหรับ Sirplaste ประกอบธุรกิจด้านพลาสติกรีไซเคิลรายใหญ่ที่สุดในประเทศโปรตุเกส ด้วยกําลังการผลิต 36,000 ตันต่อปี มีการผลิตและขายสินค้าให้กับลูกค้าทั้งในประเทศโปรตุเกสและทวีปยุโรป
การลงทุนใน Sirplaste นอกจากเป็นการเข้าสู่ธุรกิจพลาสติกรีไซเคิลอย่างเต็มรูปแบบแล้ว ยังสร้างโอกาสในการพัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีรีไซเคิล และขยายช่องทางการขายในตลาดยุโรปด้วย
ส่วนความคืบหน้าโครงการขยายกําลังการผลิตของ บริษัท มาบตาพุดโอเลฟินส์ จํากัด (MOC) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างเอสซีจี เคมิคอลส์ และบริษัทในกลุ่ม The Dow Chemical Company (Dow) ประเทศสหรัฐอเมริกา โดย SCC มีสัดส่วนในการถือหุ้นทางอ้อมใน MOC 67% และกลุ่ม DOW ถือหุ้นส่วนที่เหลือ 33% ปัจจุบันการก่อสร้างโครงการแล้วเสร็จด้วยดี โรงงานเริ่มทดลองดำเนินการผลิตแล้ว คาดว่าจะสามารถเดินเครื่องผลิตได้เต็มกําลังภายในเดือนพฤษภาคม 2564 ซึ่งจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการเลือกใช้ วัตถุดิบ นอกจากนี้ ยังใช้เทคโนโลยีใหม่ซึ่งทำให้กระบวนการผลิตมีต้นทุนลดลง และยังประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Process)
สำหรับการดำเนินงานของ SCC ในไตรมาส 1 ปี 2564 มีรายได้จากการขาย 122,066 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้ 105,741 ล้านบาท มีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) 23,665 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มี EBITDA 14,122 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 14,914 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 6,971 ล้านบาท
ในขณะที่ธุรกิจเคมิคอลส์ มีรายได้จากการขาย 51,607 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้ 38,329 ล้านบาท มี EBITDA 10,949 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มี EBITDA 2,910 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 8,829 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,778 ล้านบาท
28 พ.ค. 2569
28 พ.ค. 2569
28 พ.ค. 2569
28 พ.ค. 2569