Last updated: 13 พ.ค. 2564 | 828 จำนวนผู้เข้าชม |
สนพ. เผยภาพรวมการใช้พลังงานช่วง 3 เดือน ลดลง
นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2564 ภาพรวมการใช้พลังงานยังลดลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ถึงแม้ภาครัฐจะออกมาตรการกระตุ้นและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดการขับเคลื่อน รวมถึงความคืบหน้าของการฉีดวัคซีนที่เริ่มดำเนินการในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ทำให้ภาคประชาชนเกิดความเชื่อมั่นเพิ่มมากขึ้น แต่เศรษฐกิจไทยยังคงปรับตัวในระดับต่ำ เนื่องจากภาคการท่องเที่ยวและภาคอุตสาหกรรมยังคงได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ส่งผลให้มีการปรับราคาขายปลีกภายในประเทศสูงขึ้น
สำหรับภาพรวมการใช้พลังงานในช่วงไตรมาสแรกของปี 2564 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สรุปได้ดังนี้ การใช้น้ำมันกลุ่มดีเซล เฉลี่ย 67.25 ล้านลิตรต่อวัน ลดลง 1.7% โดยการใช้น้ำมันกลุ่มดีเซลเดือนมีนาคม 2564 เพิ่มขึ้น 12.8% เมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการใช้ในการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรที่เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ปรับดีขึ้น การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ในประเทศที่เริ่มคลี่คลายลง รวมถึงการส่งเสริมมาตรการสนับสนุนกำลังซื้อของภาครัฐ ซึ่งมีส่วนช่วยกระตุ้นความต้องการอุปโภคบริโภคภายในประเทศ
การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน เฉลี่ย 31.08 ล้านลิตรต่อวัน ลดลง 1.3% ซึ่งการใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินลดลงในทุกผลิตภัณฑ์ยกเว้นแก๊สโซฮอล์ 95 การใช้ของเดือนมีนาคม 2564 เพิ่มขึ้น 16.5% เมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ในประเทศที่เริ่มคลี่คลายลง รวมถึงมาตรการสนับสนุนกำลังซื้อของผู้บริโภคจากภาครัฐ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ส่งผลให้ประชาชนเริ่มเดินทางท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นพาหนะเพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนทำให้การดำเนินกิจการและกิจกรรมทางเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น
การใช้เชื้อเพลิงในภาคขนส่งทางบก อยู่ที่ 6,475 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ ลดลง 4.0% ซึ่งเป็นการลดลงในทุกกลุ่มเชื้อเพลิง (ไม่รวมไฟฟ้า) ณ สิ้นเดือนมีนาคม มีรถจดทะเบียนสะสมที่อยู่ในระบบ 41.7 ล้านคัน โดยมีรถจดทะเบียนใหม่สะสมของปี 2564 อยู่ที่ 7.6 แสนคัน ลดลง 1.1%
โดยสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงในภาคขนส่งทางบก แบ่งเป็น น้ำมันกลุ่มดีเซล มีสัดส่วนการใช้สูงสุด 61% น้ำมันกลุ่มเบนซิน 32% ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) 4% ลดลง 31.7% และก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) 3% ลดลง 22.4%
นอกจากนี้ มีการใช้ไฟฟ้าของยานยนต์ไฟฟ้าในสถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV Charging Station) มียานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสม ณ สิ้นเดือนมีนาคม อยู่ที่ 6,849 คัน โดยในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2564 มียานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนใหม่เฉลี่ย 419 คัน เพิ่มขึ้น 46%
การใช้ไฟฟ้าในระบบ 3 การไฟฟ้า อยู่ที่ 44,759 กิกะวัตต์ชั่วโมง (GWh) ลดลง 5.2% ส่วนเดือนมีนาคม 2564 เพิ่มขึ้น 21.4% เมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า เมื่อแบ่งเป็นรายกลุ่มพบว่า ภาคอุตสาหกรรม มีสัดส่วนการใช้ไฟฟ้า 47% ลดลง 0.3% ภาคธุรกิจ มีสัดส่วนการใช้ไฟฟ้า 22% ลดลง 15.4% ภาคครัวเรือน มีสัดส่วนการใช้ไฟฟ้า 26% ลดลง 3.8% ทั้งนี้ในภาคครัวเรือนมีการใช้เพิ่มขึ้นในเดือนมีนาคม 2564 ส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน การให้ส่วนลดค่าไฟฟ้าและสภาพอากาศที่ร้อน เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวทางเศรษฐกิจดีขึ้นตั้งแต่ต้นปี สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่คลี่คลายลงจากปัจจัยที่เริ่มมีการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจทั้งของไทยและของโลกที่มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องจากการกระจายวัคซีนในหลายประเทศ
สนพ. ยังคงต้องจับตาผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 ซึ่งเริ่มขึ้นในช่วงต้นเดือนเมษายน 2564 รวมทั้งปัจจัยอื่น ๆ ที่จะส่งผลต่อการใช้พลังงานของประเทศอย่างใกล้ชิด อาทิ ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก มาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 มาตรการป้องกันโควิด-19 และความคืบหน้าในการฉีดวัคซีน ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลต่อการใช้พลังงานของประเทศไทยต่อไป
10 เม.ย 2569
10 เม.ย 2569
10 เม.ย 2569
10 เม.ย 2569