ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)

Last updated: 2021-08-02  |  217 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)

โครงการ ปตท.สผ. หลังขายหุ้นแหล่งน้ำมันดิบในบราซิล

หลังจากที่ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2564 ว่า บริษัท Participations and Explorations Corporation และบริษัท Partex (Brazil) Corporation ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ปตท.สผ. ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายเพื่อขายเงินลงทุนทั้งหมดใน บริษัท Partex Brasil Ltda. และบริษัท Partex Brasil Operacoes Petroliferas Ltda. ซึ่งจดทะเบียนในประเทศบราซิล พร้อมทั้งภาระผูกพันทั้งหมดให้แก่บริษัท Ubuntu Engenharia e Servicos Ltda. การซื้อขายจะมีผลสมบูรณ์เมื่อบรรลุเงื่อนไขตามที่ระบุไว้ในสัญญา ซึ่งรวมถึงการอนุมัติจาก National Agency of Petroleum, Natural Gas and Biofuels ของบราซิล โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2564

บริษัท Partex Brasil Ltda. ถือสัมปทานในสัดส่วน 50% ในโครงการ Potiguar (โพทิกัวร์) ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันดิบบนบก ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของบราซิล โดยมีปริมาณการขายน้ำมันดิบเฉลี่ยสำหรับปี 2563 อยู่ที่ 94 บาร์เรลต่อวัน (สัดส่วน 50%)

ซึ่งการขายบริษัทดังกล่าว ถือเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการการลงทุน (Portfolio Rationalization) เพื่อให้สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ การลงทุนของ ปตท.สผ.

ปตท.สผ. ยังมีโครงการลงทุนในประเทศบราซิล ที่เข้าลงทุนเมื่อปี 2557 ที่อยู่ระหว่างการสำรวจ คือ โครงการบราซิล BM-ES-23 ตั้งอยู่บริเวณแอ่ง Espirito Santo นอกชายฝั่งทางตะวันออกของบราซิล เป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบ มีบริษัท Petrobas ถือหุ้น 65% พีทีทีอีพี บราซิล อินเวสท์เมนต์ อิน ออลย์ แอนด์ แก๊ส เอกซ์พลอเรชั่น แอนด์ โปรดักชั่น ลิมิทาด้า ถือหุ้น 20% และบริษัท INPEX ถือหุ้น 15%

และโครงการบารารินเนียส์ เอพี 1 ตั้งอยู่บริเวณแอ่ง Barreirinhas นอกชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงเหนือ ของบราซิล เป็นแหล่งน้ำมันดิบ ประกอบด้วย แปลง BAR-M-215, BAR-M-217, BAR-M-252 และ BAR-M-254 ผู้ถือหุ้นคือ Shell Brasil Petroleo Ltda. ถือหุ้น 65% พีทีทีอีพี บราซิล อินเวสท์เมนต์ อิน ออลย์ แอนด์ แก๊ส เอกซ์พลอเรชั่น แอนด์ โปรดักชั่น ลิมิทาด้า ถือหุ้น 25% และ Mitsui E&P Brasil Ltda. ถือหุ้น 10%

ซึ่งการเข้าไปลงทุนในช่วงนั้น ถือเป็นก้าวแรกของ ปตท.สผ. ที่ขยายการลงทุนไปในทวีปอเมริกาใต้ ซึ่งเป็นบริเวณที่มีศักยภาพที่เป็นแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่มากของโลกแห่งหนึ่ง

ซึ่งหลังจากที่มีการขายโครงการในบราซิลไปแล้ว มาดูความคืบหน้าการลงทุนในโครงการต่าง ๆ ของ ปตท.สผ. ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2564 ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ มากกว่า 40 โครงการ ใน 15 ประเทศ ประกอบด้วย โครงการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อยู่ในประเทศไทย เมียนมา มาเลเซีย เวียดนาม และอินโดนีเซีย

โดยโครงการในประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นโครงการที่ดำเนินการผลิตแล้ว ทั้งในอ่าวไทยและบนบก มีโครงการผลิตหลัก ได้แก่ โครงการเอส 1 เป็นแหล่งผลิตก๊าซฯ ก๊าซแอลพีจี และน้ำมันดิบ หลังจากได้รับการต่อสัมปทานจนถึงเดือนมีนาคม 2574 ขณะนี้อยู่ระหว่างแผนการพัฒนาและเร่งการผลิตน้ำมันให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

โครงการบงกช และโครงการอาทิตย์ เป็นแหล่งผลิตก๊าซฯ และคอนเดนเสท และโครงการคอนแทร็ค 4 เป็นแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติ คอนเดนเสท และน้ำมันดิบ ซึ่งทั้ง 3 โครงการ สามารถผลิตได้ตามการเรียกรับก๊าซฯ ของผู้ซื้อ โครงการจี 2/61 (แหล่งบงกช) สามารถดำเนินการได้ตามแผนงานการเปลี่ยนผ่านสิทธิการดำเนินการ ส่วนโครงการจี 1/61 (แหล่งเอราวัณ) ขณะนี้ยังไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ แต่บริษัทได้มีการเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ เช่น การจ้างงาน การเจรจาสัญญาซื้อขายก๊าซฯ และการจัดซื้อจัดจ้างวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงเตรียมแท่นผลิต เพื่อให้สามารถดำเนินการติดตั้งได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเข้าพื้นที่ได้ และผลิตก๊าซฯ ได้ตามสัญญาแบ่งปันผลผลิตโดยเร็วที่สุด

โครงการในเมียนมา โครงการที่ดำเนินการผลิตแล้ว ได้แก่ โครงการซอติก้า เป็นแหล่งผลิตก๊าซฯ ตั้งอยู่นอก ชายฝั่งทะเลอ่าวเมาะตะมะของเมียนมา ยังสามารถดำเนินการได้ตามแผนและรักษาระดับการผลิตได้ในระดับปกติ แต่จากสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศเมียนมา ทำให้การดำเนินการในบางกิจกรรมมีความล่าช้าในบางขั้นตอน บริษัทได้ดำเนินการตามแผนการบริหารจัดการในภาวะวิกฤตและบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ มีการประเมินความเสี่ยงและพิจารณาแผนการดำเนินงาน และวางแผนรองรับตามความเหมาะสม โดยมีการประสานงานร่วมกับ ปตท. กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติกระทรวงพลังงาน และกระทรวงการต่างประเทศอย่างสม่ำเสมอ

โครงการเยตากุน เป็นแหล่งผลิตก๊าซฯ และคอนเดนเสท ได้หยุดการผลิตชั่วคราว เนื่องจากปริมาณการผลิตก๊าซฯ ในหลุมผลิตไม่เพียงพอต่อการผลิตขั้นต่ำของเครื่องจักร ซึ่งการหยุดผลิตชั่วคราวนั้นไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่าจะกลับมาผลิตได้ในไตรมาส 3

โครงการยาดานา เป็นแหล่งผลิตก๊าซฯ ได้เสร็จสิ้นการเจาะหลุมผลิต 1 หลุม ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเร็วกว่าแผนที่กำหนดไว้ในเดือนมิถุนายน เพื่อรักษาระดับการผลิตและรองรับปริมาณการขายตามเงื่อนไขในสัญญาซื้อขายก๊าซฯ ได้ตามแผน

สำหรับโครงการที่อยู่ระหว่างการสำรวจ ได้แก่ โครงการเมียนมา เอ็ม 3 ได้รับการอนุมัติแผนพัฒนา โครงการในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ปัจจุบันอยู่ระหว่างการสรุปสัญญาแนบท้าย PSC และการเตรียมการต่าง ๆ เพื่อเข้าสู่การพัฒนาแหล่งเอ็ม 3 ต่อไป

โครงการ Domestic Gas to Power ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์รัฐประหารและสถานการณ์ความไม่สงบในเมียนมาในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้การดำเนินงานต่าง ๆ ของโครงการได้รับผลกระทบและมีความล่าช้าจากแผนเดิม ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความเสี่ยงและแนวทางในการดำเนินการที่เหมาะสมต่อไป

โครงการในมาเลเซีย โครงการที่ดำเนินการผลิตแล้ว ได้แก่ โครงการแปลงเค เป็นแหล่งผลิตน้ำมัน ตั้งอยู่ในทะเลน้ำลึก นอกชายฝั่งรัฐซาบาห์ ประกอบด้วย แหล่ง Kikeh, Siakap North-Petai (SNP) และ Gumusut-Kakap (GK) โครงการอยู่ระหว่างการเตรียมเจาะหลุมผลิต (Infill Well) ในแหล่ง SNP ในเดือนกรกฎาคม

และโครงการซาราวัก เอสเค 309 และ เอสเค 311 เป็นแหล่งผลิตน้ำมัน และก๊าซฯ ตั้งอยู่ในทะเลน้ำตื้นนอกชายฝั่งซาราวัก โดยโครงการมีแผนที่จะดำเนินการติดตั้ง Topsides ในแหล่งก๊าซฯ เพอร์มานิส ในต้นเดือนกรกฎาคม และคาดว่าจะเริ่มผลิตในเดือนสิงหาคม รวมถึงเตรียมการเจาะหลุมผลิตเพื่อเพิ่มระดับการผลิตจากแท่นการผลิตที่มีอยู่เดิม

โครงการแปลงเอช เป็นแหล่งผลิตก๊าซฯ ที่ตั้งอยู่ในทะเลน้ำลึกนอกชายฝั่งรัฐซาบาห์ ได้เริ่มการผลิตก๊าซฯ แล้วตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีกำลังการผลิตสูงสุดอยู่ที่ 270 ล้านลูกบาศก์ฟุต

โครงการที่อยู่ระหว่างการสำรวจ ได้แก่ โครงการซาราวัก เอสเค 410 บี แหล่ง Lang Lebah ซึ่งเป็นแหล่งกักเก็บก๊าซฯ ที่มีขนาดใหญ่ อยู่ระหว่างการปรับแผนพัฒนาให้สอดคล้องกับปริมาณก๊าซฯ ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น รวมทั้งการจัดการคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จากกระบวนการผลิต คาดว่าจะประกาศการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) ได้ในปลายปี 2565 ถึงต้นปี 2566 นอกจากนี้ยังคงศึกษาศักยภาพทางปิโตรเลียมของแหล่งเพิ่มเติมต่อไป และมีแผนจะเจาะหลุมสำรวจอย่างน้อย 1 หลุมในปี 2565

โครงการซาราวัก เอสเค 417 ได้เจาะหลุมสำรวจ Dokong-1 แล้วเสร็จในเดือนมกราคม ค้นพบชั้นหินกักเก็บก๊าซฯ ในปริมาณที่น่าพอใจ และกำลังดำเนินการเจาะหลุมสำรวจ Nangka-1 ซึ่งเริ่มเจาะในเดือนมิถุนายน

โครงการซาราวัก เอสเค 405 บีจากการค้นพบชั้นหินกักเก็บน้ำมันและก๊าซฯ จากหลุม Sirung-1 ในเดือนมีนาคม ทางโครงการได้เริ่มศึกษาศักยภาพในพื้นที่และแหล่งใกล้เคียงเพิ่มเติม เพื่อวางแผนการสำรวจ ต่อไปในอนาคต

โครงการซาราวัก เอสเค 438 ได้ดำเนินการเจาะหลุมสำรวจ Kulintang-1 แล้วเสร็จในเดือนเมษายน และได้ค้นพบชั้นหินกักเก็บก๊าซฯ ในปริมาณที่น่าพอใจ โดยมีแผนการสำรวจเพิ่มเติมและศึกษาแผนพัฒนาต่อไป นอกจากนี้โครงการได้เจาะหลุมสำรวจ Mak Yong-1 แล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน และอยู่ระหว่างการประเมินศักยภาพทางปิโตรเลียม

โครงการซาราวัค เอสเค 314 เอ อยู่ระหว่างการแปลข้อมูลคลื่นไหวสะเทือน 3 มิติใหม่ คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2564 เพื่อวางแผนเจาะหลุมสำรวจ 2 หลุมในปี 2565

โครงการพีเอ็ม 407 อยู่ระหว่างการศึกษาประเมินศักยภาพปิโตรเลียม โดยได้ดำเนินการประมวลคลื่นไหวสะเทือน 3 มิติ คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3 เพื่อวางแผนการเจาะหลุมสำรวจ 2 หลุม ในช่วงปี 2565-2566 ต่อไป

โครงการพีเอ็ม 415 อยู่ระหว่างการศึกษาศักยภาพปิโตรเลียมคงเหลือของโครงการต่อเนื่องจากไตรมาสที่ 1 หลังจากการเจาะหลุมสำรวจ Jelawai-1&1ST1 และ Bebaru-1

โครงการในเวียดนาม โครงการที่ดำเนินการผลิตแล้ว ได้แก่ โครงการเวียดนาม 16-1 เป็นแหล่งผลิตก๊าซฯ และน้ำมันดิบ ตั้งอยู่นอกชายฝั่งทะเลทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเวียดนาม มีแผนจะเจาะหลุมพัฒนาเพิ่ม 4 หลุม ปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดหาอุปกรณ์และการบริการที่ใช้สำหรับสนับสนุนการเจาะ คาดว่าจะเริ่มเจาะหลุมแรกได้ในไตรมาส 3

สำหรับโครงการที่อยู่ระหว่างการสำรวจ ได้แก่ โครงการเวียดนาม บี และ 48/95 และโครงการเวียดนาม 52/97 ตั้งอยู่นอกชายฝั่งทะเลของเวียดนาม ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างการเจรจาสัญญาเชิงพาณิชย์เพื่อรองรับการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) เบื้องต้นคาดว่าจะมีกำลังการผลิตอยู่ที่ ประมาณ 490 ล้าน ลบ.ฟุตต่อวัน

โครงการในตะวันออกกลาง ปตท.สผ. มีโครงการร่วมทุนในภูมิภาคของ ปตท.สผ. ที่ตั้งอยู่ในประเทศโอมาน (โอมาน) และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) โครงการร่วมทุนในโอมานมี โครงการที่ดำเนินการผลิตแล้ว ได้แก่ โครงการพีดีโอ (แปลง 6) เป็นโครงการผลิตน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศโอมาน และโครงการมุคไคซนา (แปลง 53) เป็นแหล่งผลิตน้ำมันบนบกขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ทิศใต้ของโอมาน ทั้ง 2 โครงการยังคงลดกำลังการผลิตตามข้อตกลงของกลุ่มประเทศ OPEC+ เพื่อพยุงราคาน้ำมัน

ในส่วนของโครงการโอมานแปลง 61 เป็นแหล่งผลิตก๊าซฯ และคอนเดนเสท โดยเมื่อวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา โครงการได้เพิ่มกำลังการผลิตก๊าซฯ เต็มกำลังการผลิตที่ระดับ 1,500 ล้าน ลบ.ฟุต และคอนเดนเสทประมาณ 69,000 บาร์เรลต่อวัน ตามสัญญาการซื้อขาย

โครงการที่อยู่ในระหว่างการสำรวจ ได้แก่ โครงการโอมาน ออนชอร์แปลง 12 อยู่ระหว่างการจัดเตรียมการสำรวจแบบคลื่นไหวสะเทือน 3 มิติ เพื่อประเมินศักยภาพทางปิโตรเลียมสำหรับการวางแผนเจาะหลุมสำรวจในปี 2566 ต่อไป

โครงการร่วมทุนในยูเออี เป็นโครงการที่อยู่ระหว่างการสำรวจ เป็นพื้นที่นอกชายฝั่งทะเลทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐอาบูดาบี ได้แก่ โครงการอาบูดาบี ออฟชอร์ 1 อยู่ระหว่างการศึกษาทางธรณีวิทยาและประเมินศักยภาพปิโตรเลียมเพื่อวางแผนสำรวจ โครงการอาบูดาบี ออฟชอร์ 2 อยู่ระหว่างการเตรียมการเจาะหลุมสำรวจ 1 หลุม โดยจะเริ่มเจาะในต้นเดือนสิงหาคม 2564 โครงการอาบูดาบี ออฟชอร์ 3 ได้รับการอนุมัติ Appraisal plan of Pre-existing discovery จาก ADNOC เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการศึกษาทางธรณีวิทยา

โครงการในทวีปอเมริกา ปตท.สผ. มีโครงการที่อยู่ระหว่างการสำรวจในภูมิภาคนี้ ได้แก่ ประเทศแคนาดา บราซิล และเม็กซิโก ประกอบด้วย โครงการมาเรียนา ออยล์ แซนด์ ตั้งอยู่ในแคว้นอัลเบอร์ต้าของแคนาดา ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อหาแนวทางการบริหารจัดการโครงการที่เหมาะสม

โครงการร่วมทุนในบราซิล ได้แก่ โครงการบารารินเนียส์ เอพี 1 ตั้งอยู่บริเวณแอ่ง Barreirinhas นอกชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงเหนือ ของบราซิล ปัจจุบันอยู่ระหว่างการรออนุมัติจากหน่วยงานรัฐสำหรับการเจาะสำรวจ และโครงการบราซิล บีเอ็ม อีเอส 23 ตั้งอยู่บริเวณแอ่ง Espirito Santo นอกชายฝั่งทางตะวันออกของบราซิล อยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อประเมินศักยภาพในการพัฒนาปิโตรเลียม

โครงการร่วมทุนในเม็กซิโก ได้แก่ โครงการเม็กซิโก แปลง 12 ตั้งอยู่บริเวณแอ่ง Mexican Ridges ทางตะวันตกของอ่าวเม็กซิโก โครงการดำเนินการสำรวจทางธรณีฟิสิกส์แล้วเสร็จเมื่อเดือนเมษายน ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการประเมินศักยภาพปิโตรเลียมเพิ่มเติม นอกจากนี้โครงการกำลังเตรียมการสำหรับเจาะหลุมสำรวจ 1 หลุม ในไตรมาส 3

โครงการเม็กซิโก แปลง 29 ตั้งอยู่บริเวณแอ่ง Campeche หลังจากโครงการได้รับการอนุมัติแผนการเจาะหลุมประเมินและหลุมสำรวจจากหน่วยงานรัฐบาลของเม็กซิโก ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการเจาะหลุมสำรวจ Chak-1EXP คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคม และจะดำเนินการเจาะหลุมประเมิน Polok-2DELคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จประมาณเดือนตุลาคม

โครงการในทวีปออสเตรเลีย มีโครงการ คือ โครงการพีทีทีอีพี ออสตราเลเชีย ตั้งอยู่ในเครือรัฐออสเตรเลีย ประกอบด้วย 7 แปลงสัมปทาน โดยแหล่งแคช-เมเปิล และแหล่งออคิด อยู่ในระหว่างการสำรวจ มีแผนที่จะพิจารณาแนวทางบริหารจัดการที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มทางเลือกในการพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์ต่อไป

โครงการในทวีปแอฟริกา มีโครงการในประเทศแอลจีเรีย และโมซัมบิก ได้แก่ โครงการแอลจีเรีย 433 เอ และ 416 บี ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการผลิตแล้ว เป็นแหล่งผลิตน้ำมันดิบ ตั้งอยู่บนบกทางทิศตะวันออกของแอลจีเรีย ในไตรมาส 2 กลุ่ม OPEC+ ยังคงมีนโยบายลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบลงตามสถานการณ์ ราคาน้ำมันที่ยังคงผันผวน ประกอบกับหลุมผลิตบางหลุมมีกำลังการผลิตที่ลดลง เป็นผลให้ทางโครงการมีกำลังการผลิตด้วยอัตราเฉลี่ยประมาณ 16,500 บาร์เรลต่อวัน

โครงการแอลจีเรีย ฮาสสิ เบอร์ ราเคซ เป็นโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ตั้งอยู่บนบกทางทิศตะวันออก ของแอลจีเรีย โครงการได้บรรลุข้อตกลงเพื่อเริ่มพัฒนาโครงการระยะที่ 1 ตามข้อตกลงเพื่อเริ่มพัฒนาโครงการตามแผนการพัฒนาที่ได้รับอนุมัติจากรัฐบาลในไตรมาส 1 ปี 2562 ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างและการเจาะหลุมผลิต คาดว่าจะเริ่มผลิตได้ในครึ่งปีหลังของปี 2564 ด้วยกำลังการผลิตประมาณ 10,000-13,000 บาร์เรลต่อวัน พร้อมทั้งมีแผนระยะที่ 2 เพื่อเพิ่มปริมาณการผลิตเป็น 50,000-60,000 บาร์เรลต่อวัน ในปี 2569 นอกจากนี้ บริษัทได้ลงนามในสัญญาซื้อขายสัดส่วนการลงทุน เพื่อเข้าซื้อสัดส่วนการลงทุนในโครงการเพิ่มอีก 24.5% จาก CNOOC ซึ่งเป็นผู้ร่วมลงทุนรายหนึ่งในโครงการ ด้วยมูลค่าเท่ากับเงินลงทุนตามสัดส่วนของ CNOOC ที่ใช้ในระหว่างการพัฒนาโครงการจนถึงวันที่ได้รับการอนุมัติและประกาศอย่างเป็นทางการโดยรัฐบาลแอลจีเรีย โดยการเข้าซื้อดังกล่าวคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2564 โดยภายหลังการเข้าซื้อบริษัทจะมีสัดส่วนการลงทุนเพิ่มขึ้นจาก 24.5% เป็น 49% โดยมี Sonatrach ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันแห่งชาติของแอลจีเรีย เป็นผู้ร่วมลงทุนหลักในสัดส่วน 51%

โครงการโมซัมบิก แอเรีย 1 เป็นโครงการก๊าซฯ ขนาดใหญ่ ตั้งอยู่นอกชายฝั่งของโมซัมบิก ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพัฒนา ในปี 2564 โครงการได้เริ่มงานฐานรากสำหรับโรงผลิตก๊าซธรรมชาติเหลวบนบก งานก่อสร้างท่าเรือชั่วคราว และการติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยรอบพื้นที่โครงการ รวมถึงงานขุดร่องน้ำเพื่อวางท่อก๊าซนอกชายฝั่ง ทั้งนี้เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โครงการได้บรรลุเงื่อนไขการกู้เงินรูปแบบ Project Finance เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายในการพัฒนาโครงการ และได้เบิกเงินกู้งวดแรกบางส่วนเรียบร้อยแล้วอย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เมือง Palmaในช่วงปลายเดือนมีนาคม ซึ่งห่างจากพื้นที่ก่อสร้างโครงการประมาณ 25 กิโลเมตร เป็นผลให้ผู้ดำเนินการตัดสินใจอพยพพนักงานของโครงการทั้งหมดออกจากพื้นที่ และได้ส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างให้รัฐบาลโมซัมบิก เพื่อรักษาความปลอดภัยและประกาศหยุดดำเนินการก่อสร้างด้วยเหตุสุดวิสัย (Force Majeure) เมื่อวันที่ 26 เมษายน พร้อมทั้งจัดตั้งคณะทำงานพิเศษสำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉินนี้ เพื่อศึกษาผลกระทบต่อโครงการทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อกำหนดแผนและทิศทางการดำเนินการต่อไป ขณะนี้ผู้ดำเนินการอยู่ในระหว่างการติดตามสถานการณ์และสนับสนุนรัฐบาลโมซัมบิกในการดำเนินมาตรการฟื้นฟูความปลอดภัยในเขตพื้นที่โดยรอบโครงการ เพื่อให้สามารถกลับไปเริ่มงานได้อย่างปลอดภัย อย่างไรก็ตามงานบางส่วนในต่างประเทศยังคงดำเนินการต่อไป