Last updated: 8 ก.ย. 2564 | 1106 จำนวนผู้เข้าชม |
บ้านปู เน็กซ์ เตรียมปรับเป้าหมายแผน 5 ปี
‘บ้านปู เน็กซ์’ เตรียมปรับเป้าหมายแผน 5 ปี (ปี 2564-2568) ใหม่ หลังพบว่าความต้องการใช้พลังงานงานสะอาดจะเพิ่มขึ้นมาก โดยเน้นการขับเคลื่อนองค์กรด้วยกลยุทธ์ Greener & Smarter สร้าง New S-Curve ให้กับ 5 ธุรกิจหลัก จะเพิ่มการลงทุนและขยายพอร์ตลูกค้าทุกกลุ่มธุรกิจทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายของกลุ่มบ้านปูที่ต้องการเพิ่ม EBITDA จากธุรกิจพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีพลังงานในสัดส่วนมากกว่า 50% ภายในปี 2568
นายเจมส์ รามา ปัทมินทรวิภาส ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร - กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด กล่าวว่า บ้านปู เน็กซ์ ได้วางแผนธุรกิจเชิงรุก 5 ปี (ปี 2564-2568) โดยดำเนินตามกลยุทธ์ Greener & Smarter และหลักการดำเนินงานสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) จากกลุ่มบ้านปู เพื่อขับเคลื่อนองค์กรในทุกมิติ ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก คือ
1.เน้นขับเคลื่อนธุรกิจด้วยข้อมูล (Data Driven) โดยยึดความต้องการและปัญหาของลูกค้าเป็นสำคัญ เพื่อนำไปวิเคราะห์ พัฒนา และออกแบบโซลูชันที่ตอบโจทย์การดำเนินงานและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจของลูกค้า รองรับเทรนด์การใช้พลังงานและพฤติกรรมผู้บริโภคในอนาคต ขณะเดียวกันก็สร้างความยั่งยืนให้ธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
2.เดินหน้าลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Investment) ศึกษาการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ ที่มีโอกาสการเติบโต ผนึกพันธมิตรทางธุรกิจ และสนับสนุนสตาร์ทอัพไทยที่มีความสามารถ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของระบบนิเวศทางธุรกิจ และสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดด
3.รุกผลักดันธุรกิจให้เติบโตในทุกโซลูชัน (2025 EBITDA Growth) เพิ่มสัดส่วนกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย ค่าเสื่อมและค่าใช้จ่ายตัดจ่าย (EBITDA) ของกลุ่มบ้านปู เดินหน้าขยายพอร์ตลูกค้า เพิ่มกำลังการผลิตพลังงานสะอาด พัฒนาโปรดักซ์ และบริการใหม่ๆ ของธุรกิจให้ได้ตามเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ธุรกิจแบตเตอรี่ ธุรกิจซื้อขายไฟฟ้า ธุรกิจอี-โมบิลิตี้ และธุรกิจพลังงานฉลาด รวมถึงเดินหน้าขยายการให้บริการไปยังภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างต่อเนื่อง
โดยมีการตั้งเป้าหมายปี 2568 ใน 5 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.Renewable Energy จะมีกำลังการผลิต 1,600 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันมีกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม 824 เมกะวัตต์ และโซลาร์รูฟท็อป 249 เมกะวัตต์
2.Energy Storage จะมีกำลังการผลิต 3 กิกะวัต์ชั่วโมง (GWh) จากปัจจุบัน 1 GWh
3.Energy Trading 1,000 Gwh จากปัจจุบัน 305 GWh
4.e-Mobility จะมี ride sharing เป็น 50,000 จุด Car Sharing เป็น 5,500 จุด และ e-Ferry 100 ลำ จากปัจจุบันมี ride sharing 1,000 จุด Car Sharing 215 คัน และ e-Ferry 1 ลำ
5.Smart Cities and Communities 9 โครงการ จากปัจจุบันมี 5 โครงการ
ซึ่งจะต้องมีการปรับเป้าหมายใหม่ เนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าในโครงการพลังงานสะอาดจะมีมากขึ้นจากกระแสโลกร้อน และวิถีชีวิตของผู้บริโภคจะเปลี่ยนไป เทคโนโลยีจะเข้ามามากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะมีการปรับเมกะวัตต์ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม รวมทั้งโซลาร์รูฟท็อป ส่วนการลงทุนในธุรกิจแบตเตอรี่จะมากขึ้น เพราะมีความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นในส่วนของ Stationary ที่เป็นแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ที่จะช่วยขับเคลื่อนระบบไฟฟ้าพลังงานสะอาดที่จะมีเพิ่มขึ้น
5 เม.ย 2569
7 เม.ย 2569
5 เม.ย 2569
5 เม.ย 2569