กระทรวงพลังงาน , ปตท. จำกัด (มหาชน)

Last updated: 11 ต.ค. 2564  |  928 จำนวนผู้เข้าชม  | 

กระทรวงพลังงาน , ปตท. จำกัด (มหาชน)

กระทรวงพลังงาน ร่วมกับ ปตท. ลงพื้นที่ จ.สมุทรปราการ และสระบุรี

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ที่ผ่านมา นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงพลังงาน และผู้บริหาร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ ติดตามดูความพร้อมของคลองระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ รวมถึงประตูระบายน้ำ ในการรับมือสถานการณ์น้ำท่วม เนื่องจากจังหวัดสมุทรปราการถือเป็นอีกหนึ่งจังหวัดในเส้นทางการระบายน้ำลงสู่ทะเล ซึ่งมีความเสี่ยงต่อสถานการณ์น้ำท่วมที่จะส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชนเช่นกัน นอกจากนี้ ยังได้มอบน้ำมันดีเซลจำนวน 3,000 ลิตi จากความร่วมมือของ ปตท. เพื่อสนับสนุนภารกิจของกองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 1 ในการขุดลอกเส้นทางระบายน้ำ เช่น ขุดลอกดินตะกอน ตลอดจนการเก็บวัชพืช เพื่อเพิ่มศักยภาพในการระบายน้ำให้กับประตูระบายน้ำปากตะคลอง ของจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อให้ปริมาณมวลน้ำในจังหวัดสมุทรปราการสามารถระบายน้ำได้เพิ่มมากขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ

และเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ที่ผ่านมา ก็ได้นำคณะผู้บริหารกระทรวงพลังงาน และผู้บริหาร ปตท. ลงพื้นที่จังหวัดสระบุรี ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำท่วม และให้กำลังใจผู้ประสบภัย พร้อมมอบถุงยังชีพ จำนวน 1,000 ชุด โดยความร่วมมือจาก ปตท. มามอบให้กับประชาชนในพื้นที่ ตำบลดาวเรือง อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นก่อน พร้อมรับฟังปัญหาความเดือดร้อนตลอดจนสิ่งที่ประชาชนต้องการความช่วยเหลือ เพื่อนำไปบูรณาการช่วยเหลือประชาชนทุกพื้นที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วน

โดยสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดสระบุรี ถือเป็นจังหวัดที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก เนื่องจากมีระดับน้ำท่วมที่ค่อนข้างสูง จากการระบายน้ำของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ที่ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุ “เตี้ยนหมู่” โดยมีพื้นที่ประสบอุทกภัยทั้งหมด 11 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสระบุรี เสาให้ บ้านหมอ เฉลิมพระเกียรติ วิหารแดง ดอนพุด หนองโดน หนองแซง วังม่วง แก่งคอย และมวกเหล็ก

ทั้งนี้ พื้นที่ที่ได้รับความเสียหายมีทั้งเป็นบ้านเรือนประชาชน พื้นที่ทำกิน อาทิ พื้นที่ทำการเกษตร การประมง ซึ่งได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมบูรณาการเร่งสำรวจความเสียหายและเข้าให้ความช่วยเหลือเยียวยาประชาชนและฟื้นฟูพื้นที่ประกอบอาชีพอย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดสระบุรีมีแนวโน้มลดลงเรื่อย ๆ เนื่องจากการระบายน้ำของเขื่อนป่าสักเริ่มลดลงจากเดิมอยู่ที่ 800 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ลดลงอยู่ที่ 744 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ซึ่งคาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้นเรื่อย ๆ และเข้าสู่สภาวะปกติได้โดยเร็วหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติมในช่วงนี้

ซึ่งการลงพื้นที่ในสองจังหวัดนี้ เป็นภารกิจต่อเนื่องของกระทรวงพลังงานในการร่วมบูรณการการแก้ปัญหาและเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจากอิทธิพลของพายุ “เตี้ยนหมู่” ตามข้อสั่งการของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ได้สั่งการให้รัฐมนตรี และ ส.ส. ทุกคน รวมถึงหน่วยงานภาครัฐทุกหน่วยงาน ร่วมมือร่วมใจกันลงพื้นที่ประสบอุทกภัย ด้วยมีความห่วงใยต่อประชาชนในทุกพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยที่ต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ซึ่งนอกจากจะเป็นการตรวจติดตามสถานการณ์น้ำท่วมแล้ว

ที่ผ่านมากระทรวงพลังงาน รวมถึงหน่วยงานและรัฐวิสาหกิจในสังกัด ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยแล้วในจังหวัดลพบุรี และจังหวัดนครปฐม และยังมีแผนลงพื้นที่ช่วยเหลืออุทกภัยในจังหวัดอื่นๆอย่างต่อเนื่อง

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้