Last updated: 8 พ.ย. 2564 | 949 จำนวนผู้เข้าชม |
ไทยออยล์ คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้ ยังทรงตัวในระดับสูง
บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ วันที่ 8-12 พฤศจิกายน 2564 โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสจะเคลื่อนไหวที่กรอบ 79-85 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 81-86 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ล่าสุด ณ วันที่ 5 พฤศจิกายน 2564 ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อยู่ที่ 81.27 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ อยู่ที่ 82.74 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง หลังได้รับแรงหนุนจากปริมาณความต้องการใช้น้ำมันที่มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้น เนื่องจากการเดินทางที่เพิ่มมากขึ้น หลังหลายประเทศมีการผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ และปริมาณความต้องการใช้น้ำมันเพื่อทดแทนก๊าซธรรมชาติที่อยู่ในระดับสูงจากราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ราคายังได้รับแรงหนุนจากปริมาณการผลิตของกลุ่มผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และประเทศพันธมิตร (โอเปกพลัส) ที่เพิ่มปริมาณการผลิตตามข้อตกลงเดิม แม้ว่ากลุ่มประเทศผู้ใช้น้ำมันจะออกมาเรียกร้องให้ปรับเพิ่มกำลังการผลิตมากกว่าข้อตกลงที่ได้กำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม ราคาคาดจะได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มแข็งค่ามากขึ้น ภายหลังจากการลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณของธนาคารกลางสหรัฐฯ คาดจะส่งผลกดดันต่อราคาน้ำมัน
สำหรับปัจจัยที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้ คือ ในการประชุมวันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 กลุ่มโอเปกพลัส มีมติปรับเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นตามข้อตกลงเดิมที่ 4 แสนบาร์เรลต่อวัน ในเดือนธันวาคม 2564 หลังกลุ่มผู้ผลิตยังกังวลความเสี่ยงของการแพร่ระบาดระลอกใหม่ของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่มีการกลายพันธุ์ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมัน โดยจะมีการประชุมอีกครั้งในวันที่ 2 ธันวาคม 2564 เพื่อพิจารณาปริมาณการผลิตของเดือนมกราคม 2565 ว่าจะปรับเพิ่มขึ้นตามข้อตกลงเดิมที่ 4 แสนบาร์เรลต่อวัน หรือไม่
ปริมาณความต้องการใช้น้ำมันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ภายหลังจากการผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ในหลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่จะเริ่มเปิดประเทศตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2564 ส่งผลให้ปริมาณความต้องการใช้น้ำมันอากาศยานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ปริมาณความต้องการใช้น้ำมันเพื่อทดแทนก๊าซธรรมชาติมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง หลังราคาก๊าซธรรมชาติยังคงอยู่ในระดับสูง โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าปริมาณความต้องการใช้น้ำมันเพื่อทดแทนก๊าซธรรมชาติจะอยู่ที่ราว 0.5-1.0 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในช่วงฤดูหนาว
ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันดิบของสหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับต่ำ ในช่วงการปิดซ่อมบำรุงของโรงกลั่น โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำดิบคงคลังสหรัฐฯ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 29 ตุลาคม 2564 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.3 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ว่าจะปรับเพิ่มขึ้น 2.2 ล้านบาร์เรล
ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯ ปรับเพิ่มการขุดเจาะน้ำมันดิบต่อเนื่องกว่า 15 เดือนติดต่อกัน ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ประกอบกับ การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ที่ได้รับผลกระทบจากเฮอร์ริเคน ในช่วงเดือนกันยายน 2564 มีแนวโน้มกลับมาผลิตได้เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2564 โดยล่าสุดปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ สิ้นสุดวันที่ 29 ต.ค. 64 เฉลี่ยอยู่ที่ 11.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นและส่งผลกดดันต่อราคาน้ำมัน หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) มีมติประกาศลดวงเงินสำหรับมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ลงเดือนละ 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน จนสิ้นสุดมาตรการในกลางปี 2565 หลังเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัวมากขึ้นและอัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิม เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ที่ยังมีความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่อาจจะเพิ่มมากขึ้น
จับตาความคืบหน้าการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ระหว่างอิหร่าน และ 6 ประเทศ ว่าจะมีความคืบหน้าเพิ่มเติมหรือไม่ ล่าสุดทั้งสองฝ่ายได้ข้อสรุปกำหนดการเจรจาครั้งใหม่แล้วในวันที่ 29 พฤศจิกายนนี้ โดยทางด้านสหรัฐฯ เปิดเผยว่า มีโอกาสที่จะหาข้อสรุปได้ หากทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงได้ จะส่งผลให้อิหร่านสามารถเพิ่มปริมาณการผลิตและการส่งออกได้ 1.0-1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยตลาดคาดว่าหากสามารถบรรลุข้อตกลง ปริมาณการส่งออกคาดว่าจะเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีแรกของปีหน้k
ส่วนสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (1-5 พฤศจิกายน 2564) ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ปรับลดลง 2.30 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 81.27 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับลดลง 1.64 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 82.74 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยที่ 79.62 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
19 ม.ค. 2569
22 ม.ค. 2569
21 ม.ค. 2569
20 ม.ค. 2569