ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)

Last updated: 9 พ.ย. 2564  |  673 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)

TPCH เผยปีหน้าโอกาสลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น

นายเชิดศักดิ์ วัฒนวิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (TPCH) เปิดเผยว่า ผลการดําเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 48.72 ล้านบาท ลดลง 38.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 23.17 ล้านบาท ลดลง 57.6% เนื่องจากบริษัทฯ มีรายได้จากเงินปันผล 42.67 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 44.2% เพราะมีการปิดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าหลายโรง และแต่ละบริษัทมีความจำเป็นต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้น

ส่วนงวด 9 เดือนแรกปี 2564 มีรายได้รวม 418.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 95% และมีกำไรสุทธิ 343.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 134% ล้านบาท

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหวางกาลจากผลการดําเนินงานงวด 9 เดือน ของกำไรสุทธิของงบการเงินเฉพาะกิจการ 343.90 ล้านบาท จ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.343 บาท รวมเป็นเงิน 137.61 ล้านบาท หรือ 40.02% โดยกำหนดวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลระหว่างกาล (Record Date) ในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2564 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 7 ธันวาคม 2564

ส่วนความคืบหน้าโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนผ่าน บริษัท สยาม พาวเวอร์ จำกัด (SP) โครงการแรก SP1 มีกาหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในเชิงพาณิชย์ (SCOD) ในไตรมาสที่ 4 ปี 2564 กำลังการผลิตเสนอขาย 8 เมกะวัตต์ ราคาค่าไฟที่ 5.78 บาทต่อหน่วย อยู่ในช่วงการทดสอบระบบเพื่อเตรียมความพร้อมในการจําหน่ายกระแสไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ความคืบหน้าโครงการ 98.42% นอกจากนี้ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา 4-6 แห่ง

สำหรับการลงทุนในอนาคต ขณะนี้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) อยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดปรับทบทวนแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP2018) ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 ช่วง 10 ปี แรก (ปี 2564-2573) โดยจะเพิ่มการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทนมากขึ้น โดยคาดว่าจะปรับปริมาณรับซื้อและระยะเวลาการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบใหม่ให้สอดคล้องกบแผน โดยอาจจะปรับทั้งโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน และโรงไฟฟ้าขยะชุมชน 400 เมกะวัตต์โครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลประชารัฐ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ โซลาร์เซลล์ภาคประชาชน เป็นต้น ซึ่งนโยบายดังกล่าวจะส่งผลดีในระยะยาวให้แก่บริษัทฯ มีโอกาสในการลงทุนและขยายกิจการมากขึ้น

ซึ่งการเปิดรับซื้อโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนตามแผน ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในต้นปี 2565 โดยเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2564 คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติเห็นชอบกรอบอัตรา FiT โรงไฟฟ้าขยะชุมชนปี 2565 สำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (VSPP) อัตราค่าไฟฟ้าสูงสุดที่ 5.08 บาทต่อหน่วย FiT Premium 8 ปี 0.70 บาทต่อหน่วย และผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) อัตราค่าไฟฟ้าสูงสุดที่ 3.66 บาทต่อหน่วย และระยะเวลาการสนับสนุน 20 ปี

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้