สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน

Last updated: 24 พ.ย. 2564  |  924 จำนวนผู้เข้าชม  | 

สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน

กระทรวงพลังงานปรับ PDP ใหม่ เร่งพลังงานสะอาดเข้าแผน 10 ปีมากขึ้น

นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองผู้อำนวยการ สนพ. กล่าวว่า จากนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการเดินหน้าไปสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2050 ทำให้กระทรวงพลังงานต้องมีการปรับแผนการผลิตไฟฟ้า โดยจะนำการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดเข้ามาในแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ฉบับใหม่ในช่วง 10 ปีแรก ให้เร็วขึ้นและเพิ่มปริมาณมากขึ้น โดยมีการปรับปรุงแผนการเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ภายใต้แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับปรับปรุงใหม่ครั้งที่ 1 (PDP2018 Rev.1) ในช่วงปี 2564-2573 ซึ่งคาดว่าจะทำให้มีไฟฟ้าเข้าระบบเพิ่มขึ้น 300 เมกะวัตต์ จากเดิม 15,343 เมกะวัตต์ เป็น 15,643 เมกะวัตต์ โดยลดการผลิตไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลลง 700 เมกะวัตต์ จากเดิมจะเข้าระบบ 6,150 เมกะวัตต์ เหลือ 5,450 เมกะวัตต์ และการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้น 1,000 เมกะวัตต์ จากเดิมจะเข้าระบบ 9,193 เมกะวัตต์ เป็น 10,193 เมกะวัตต์

โดยหากแยกเป็นประเภทเชื้อเพลิง จะประกอบด้วย การผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล แบ่งเป็น โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ จากเดิมเข้าระบบ 5,550 เมกะวัตต์ เป็น 4,850 เมกะวัตต์ ลดลง 700 เมกะวัต์ ซึ่งโรงไฟฟ้าก๊าซฯ ใหม่ที่ตัดออกไปจากแผนคือ โรงไฟฟ้าใหม่ที่จะก่อสร้างทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จะเข้าระบบในปี 2573 ออกไป ส่วนโรงไฟฟ้าถ่านหิน (ลิกไนต์) คงเดิมที่ 600 เมกะวัตต์ โดยโรงไฟฟ้าใหม่ทั้งสองเชื้อเพลิง จะเริ่มระบบตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นไป

ส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด แบ่งเป็น การรับซื้อไฟฟ้าพลังงานน้ำจากต่างประเทศ จากเดิม 1,400 เมกะวัตต์ เพิ่มเป็น 2,766 เมกะวัตต์ หรือเพิ่มขึ้น 1,366 เมกะวัตต์ พลังงานแสงอาทิตย์ จากเดิม 5,194 เป็น 4,455 หรือลดลง 379 เมกะวัตต์ พลังงานลม จากเดิม 270 เมกะวัตต์ เป็น 1,500 เมกะวัตต์ หรือเพิ่มขึ้น 1,230 เมกะวัตต์ ชีวมวลจากเดิม 1,120 เมกะวัตต์ เป็น 485 เมกะวัตต์ หรือลดลง 635 เมกะวัตต์ ก๊าซชีวภาพ จากเดิม 783 เมกะวัตต์ เป็น 335 เมกะวัตต์ หรือลดลง 448 เมกะวัตต์ ขยะ จากเดิม 400 เมกะวัตต์ เป็น 600 เมกะวัตต์ หรือเพิ่มขึ้น 200 เมกะวัตต์ และพลังงานขนาดเล็ก จากเดิม 26 เมกะวัตต์ เป็น 52 เมกะวัตต์ หรือเพิ่มขึ้น 26 เมกะวัตต์

สำหรับการรับซื้อไฟฟ้าพลังน้ำจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นมาก เนื่องจากมีโครงการที่ต้องการเสนอขายเข้ามาเป็นจำนวนมาก เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพ และเป็นโครงการที่ไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แต่อย่างไรก็ตาม จะต้องพิจารณาค่าไฟฟ้าในภาพรวมด้วย ส่วนพลังงานแสงอาทิตย์ ที่รับซื้อลดลง เนื่องจากที่ผ่านมามีโครงการพลังงานแสงอาทิตย์เข้ามาขายไฟฟ้าเป็นจำนวนมากแล้ว จึงต้องปรับพอร์ตให้มีความเหมาะสม เพราะมีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในรูปแบบต่างๆ มากขึ้น ขณะที่พลังงานลม เนื่องจากประเทศไทยมีศักยภาพด้านลมที่สามารถนำมาผลิตไฟฟ้าได้ จึงมีการขยายในส่วนนี้ และส่วนขยะ มีการเพิ่มในส่วนของการผลิตไฟฟ้าจากขยะอุตสาหกรรม เนื่องจากปัจจุบันมีปริมาณขยะอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นมาก จึงต้องเพิ่มการผลิตไฟฟ้าในส่วนนี้เพื่อกำจัดขยะอุตสาหกรรมด้วย

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้