Last updated: 25 ม.ค. 2565 | 1430 จำนวนผู้เข้าชม |
BPP ลงทุนโซลาร์ฟาร์มเพิ่มอีก 2 แห่ง ในเวียดนาม
บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) (BPP) ผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าในกลุ่มบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เดินหน้าขยายกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่องตามกลยุทธ์ Greener & Smarter ล่าสุดได้ลงนามในสัญญาซื้อขาย (SPA) ผ่านบริษัท BRE Singapore Pte. Ltd. (BRES) เพื่อลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 2 แห่งใหม่ ในประเทศเวียดนาม มูลค่าเงินลงทุน 883 ล้านบาท
นายกิรณ ลิมปพยอม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BPP เปิดเผยว่า บริษัท BRE Singapore Pte. Ltd. (BRES) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ได้เข้าลงนามในสัญญาซื้อขาย (SPA) เพื่อลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 2 แห่งใหม่ ในประเทศเวียดนาม ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ชูง็อก (Chu Ngoc) กำลังผลิต 15 เมกะวัตต์ ในจังหวัดเกียลาย (Gia Lai) และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์น็อนไห่ (Nhon Hai) กำลังผลิต 35 เมกะวัตต์ ในจังหวัดนินห์ถ่วน มูลค่าการลงทุนรวม 26.69 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 883 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนการลงทุนจาก BPP และบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ในสัดส่วนที่เท่ากันคือ 50% คิดเป็นเงินลงทุนส่วนของ BPP 13.35 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 442 ล้านบาท ส่งผลให้ BPP มีกำลังผลิตตามสัดส่วนการลงทุน 25 เมกะวัตต์ คาดว่าจะดำเนินการเสร็จสิ้นภายในไตรมาส 2 ปี 2565
การลงทุนในสองโครงการนี้ เป็นการขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนผ่านการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในเวียดนาม เป็นครั้งที่สองต่อจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ฮาติ๋ญ กำลังผลิต 50 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แห่งแรกที่ BPP ลงทุนในเวียดนาม ที่ลงนามสัญญาซื้อขายไปเมื่อต้นเดือนธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา
โดยเวียดนามนับเป็นหนึ่งในประเทศยุทธศาสตร์ที่ BPP มุ่งขยายธุรกิจด้านพลังงานหมุนเวียน เนื่องจากมีความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าที่สูง และมีนโยบายสนับสนุนด้านพลังงานหมุนเวียนที่ชัดเจนจากภาครัฐ
ซึ่งโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้ง 2 แห่งนี้ มีจุดเด่นหลายประการ เช่น ตั้งอยู่ในพื้นที่ความเข้มของแสงอาทิตย์ในระดับดีเยี่ยมและยาวนาน มีราคารับซื้อไฟฟ้า (FiT) ที่ 9.35 เซนต์สหรัฐต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นอัตราที่ดี รวมทั้งมีการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบสายส่งให้แก่การไฟฟ้าเวียดนาม (Vietnam Electricity: EVN) ตามสัญญาการซื้อขายไฟฟ้า (PPA) เป็นระยะเวลา 20 ปี ส่งผลถึงกระแสเงินสดที่บริษัทจะได้รับอย่างมั่นคงในระยะยาว ซึ่งทั้ง 2 แห่ง เป็นโรงไฟฟ้าที่ดำเนินการผลิตอยู่แล้ว จึงสามารถสร้างกระแสเงินสดได้ทันที
นอกจากนี้ ตั้งแต่ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2564 ที่ผ่านมา BPP ยังได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น 3 แห่ง ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เคเซนนุมะ (Kesennuma) กำลังผลิต 20 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์นิฮอนมัสซึ (Nihonmatsu) กำลังผลิต 12 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ชิราคาวะ (Shirakawa) กำลังผลิต 10 เมกะวัตต์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ส่งผลให้ปัจจุบัน BPP มีกำลังผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการลงทุนรวม 3,389 เมกะวัตต์เทียบเท่า
บริษัทฯ ยังมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมหวินเจา (Vinh Chau) ระยะที่ 1 ในเวียดนาม กำลังผลิต 30 เมกะวัตต์ ที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างเพื่อเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ซึ่งคาดว่าจะ COD ในไตรมาส 1 ปี 2565 อีกด้วย
การลงทุนต่อเนื่องในเวียดนามครั้งนี้ เป็นตอกย้ำการเติบโตตามแผนกลยุทธ์ที่มุ่งลงทุนในสินทรัพย์ที่ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วเพื่อสร้างรายได้อย่างรวดเร็ว สะท้อนความมุ่งมั่นในการขยายกำลังผลิตไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ในสัดส่วนที่สมดุลระหว่างพลังงานเชื้อเพลิงทั่วไปและพลังงานหมุนเวียน เพื่อบรรลุเป้าหมาย 5,300 เมกะวัตต์ โดยมาจากพลังงานหมุนเวียน 800 เมกะวัตต์ ภายในปี 2568 และสอดคล้องตามหลัก ESG (สิ่งแวดล้อม, สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี) เพื่อสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกประเทศที่เราดำเนินธุรกิจ
ข้อมูล ณ วันที่ 25 มกราคม 2565 บริษัทฯ มีโครงการที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ รวมถึงโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมจ่ายไฟ จำนวน 38 แห่ง กำลังการผลิตตามสัดส่วนการลงทุน 3,389 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น โครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา 36 โครงการ กำลังการผลิตตามสัดส่วนการลงทุน 3,298 เมกะวัตต์ และโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา 2 โครงการ กำลังการผลิตรวม 91 เมกะวัตต์ มีการลงทุนในประเทศไทย สปป.ลาว จีน ญี่ปุ่น เวียดนาม ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา
11 เม.ย 2569
11 เม.ย 2569
11 เม.ย 2569
10 เม.ย 2569