Last updated: 2 มี.ค. 2565 | 1533 จำนวนผู้เข้าชม |
IRPC เปิดแผนธุรกิจ 5 ปี กว่า 4 หมื่นล้านบาท
นายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ วางแผนการลงทุน 5 ปี (ปี 2565-2569) วงเงินรวม 41,350 ล้านบาท โดยจะใช้เงินลงทุนในการควบรวมหรือซื้อกิจการ (M&A) ประมาณ 14,000 ล้านบาท ใช้ลงทุนในโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงกลั่นและปรับปรุงคุณภาพน้ำมันดีเซล ตามมาตรฐานยูโร 5 (Ultra Clean Fuel Project: UCF) 10,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือใช้ในโครงการ Strengthen IRPC เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการดำเนินงานและสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กร โครงการลงทุนทั่วไป และอื่น ๆ ตลอดจนการพัฒนา และการเพิ่มสัดส่วนการขายเม็ดพลาสติกชนิดพิเศษ (Specialty) จาก 23% ในปี 2565 เป็น 55% ในปี 2573
โดยจะดำเนินการภายใต้กลยุทธ์ 3 ด้าน ประกอบด้วย Strengthening The Core, Striving The Growth และ Sustaining The Future การต่อยอดการเติบโตจากกลุ่มธุรกิจในปัจจุบัน การลงทุนในกลุ่มธุรกิจข้างเคียง และการสร้างธุรกิจใหม่ ด้วยการสร้างความเข้มแข็งจากภายใน และต่อยอดความแข็งแกร่งในธุรกิจปัจจุบัน ควบคู่ไปกับการสร้างธุรกิจใหม่ โดยบูรณาการกระบวนการทำงานให้สอดรับกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของโลกเพื่อตอบสนองลูกค้า และแสวงหาตลาดใหม่ ผ่านการดำเนินงานใน 3 ส่วนหลัก คือ
1.Core Uplift การต่อยอดจากธุรกิจในปัจจุบัน ทั้งปิโตรเลียม และโรงกลั่น โดยตั้งเป้ามีสัดส่วนผลิตภัณฑ์สินค้ากลุ่มชนิดพิเศษ (Specialty) เติบโตเป็น 52% ในปี 2568 จากปีนี้อยู่ที่ 20% ซึ่งจะมุ่งเน้นในกลุ่มของ Medical & Hygiene, Automotive, Electronic and appliance และ Construction รวมถึงการนำพื้นที่ว่างเปล่ามาทำธุรกิจที่เกี่ยวกับ Advance Material, Health Life and Science และ Bio product เป็นต้น
2.Adjacent Business ขยาย Value Chain จากธุรกิจที่มีอยู่ โดยจะมุ่งสู่ Go Hygiene และ Go Convertor
3.Step Out Business การขยายไปสู่ธุรกิจใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยทำ เพื่อตอบโจทย์ในฝั่งของ Material Solution and Energy Solution
ซึ่งทั้ง 3 ส่วนนี้ ได้มีการจัดสรรเงินลงทุนไว้ประมาณ 14,000 ล้านบาท ในงบลงทุน 5 ปี หากเป็นไปตามแผนที่วางไว้ คาดว่าจะสร้างรายได้ก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เป็นรายได้เข้ามาเพิ่มขึ้น ประมาณ 1,500-1,800 ล้านบาท โดยตังเป้าหมายจะมี EBITDA รวม 25,000 ล้านบาท ในปี 2568 และ 35,000 ล้านบาท ในปี 2573
ส่วนในปี 2565 จะใช้เงินลงทุนประมาณ 20,000 ล้านบาท เป็นการลงทุนใน M&A ประมาณ 9,000 โครงการ UCF ประมาณ 2 พันกว่าล้านบาท และที่เหลือในโครงการอื่น ๆ โดยความคืบหน้าโครงการที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ 2 โครงการ คือ 1.UCF คาดว่าจะสามารถผลิตในเชิงพาณิชย์ได้ เดือนมกราคม 2567 เงินลงทุนรวม 13,300 ล้านบาท และ 2.โครงการ Innopolymed โดยบริษัทถือหุ้น 60% กำลังการผลิต 56,000 ตันต่อปี เงินลงทุนรวม 260 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2 ปีนี้
นอกจากนี้ บริษัทมีแผนการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน เป็นระยะเวลาประมาณ 1 เดือน ทำให้คาดว่าอัตราการกลั่นเฉลี่ยในปีนี้จะอยู่ประมาณ 180,000 บาร์เรล
บริษัทฯ ยังตั้งเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ลง 20% ในปี 2573 พร้อมมุ่งสู่องค์กร Net Zero Emission โดยจะเพิ่มประสิทธิภาพจากการใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น เช่น การขยายโครงการ Floating Solar และโครงการ Solar Farm ในเขตประกอบการอุตสาหกรรมไออาร์พีซี จังหวัดระยอง การวิจัยและพัฒนาวัสดุเคลือบแผง Solar Cell เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า และส่วนประกอบอุปกรณ์เก็บพลังงานสำรองให้รถยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น
ส่วนสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน ส่งผลต่อราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นนั้น อาจจะทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น แต่ก็จะมีกำไรจากสต็อกน้ำมัน (Stock gain) จึงคาดว่าจะไม่มีผลกระทบต่อบริษัทมากนัก
20 ก.พ. 2569
20 ก.พ. 2569
20 ก.พ. 2569
20 ก.พ. 2569