Last updated: 5 เม.ย 2565 | 1191 จำนวนผู้เข้าชม |
ไทยออยล์เตรียมขอมติผู้ถือหุ้นปรับโครงสร้างทางการเงิน
ไทยออยล์ เตรียมจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2565 ในวันที่ 7 เมษายน 2565 เพื่อขอมติเห็นชอบการเพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัทฯ และการขายหุ้น GPSC สัดส่วน 10.78% เสริมความแข็งแกร่งโครงสร้างทางการเงิน เตรียมพร้อมต่อยอดธุรกิจสร้างการเติบโตในอนาคต
นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP เปิดเผยว่า ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2565 ในวันที่ 7 เมษายน 2565 จะมีการขอมติเห็นชอบการเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 2,751,200,000 บาท จากปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 20,400,278,730 บาท ซึ่งจะเพิ่มเป็น 23,151,478,730 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 275,120,000 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 10 บาท พร้อมทั้งเห็นชอบการจำหน่ายหุ้นสามัญของ บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) จำนวนทั้งสิ้น 304,098,630 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10.78% ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดของ GPSC หรือคิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 22,351 ล้านบาท เพื่อนำเงินที่ได้รับไปชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น (Bridging Loan) จากการเข้าลงทุนใน PT Chandra Asri Petrochemical Tbk (CAP)
การเพิ่มทุนและการขายหุ้น GPSC เป็นส่วนหนึ่งของแผนปรับโครงสร้างทางการเงินของไทยออยล์ เพื่อรองรับโอกาสการเติบโตตามกลยุทธ์ในระยะยาว ด้วยการต่อยอดความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักไปสู่ธุรกิจที่มีศักยภาพยิ่งขึ้น ทำให้โครงสร้างธุรกิจของไทยออยล์มีความสมบูรณ์และหลากหลายยิ่งขึ้น สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ในระยะยาวของบริษัทฯ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการเป็นผู้นำในธุรกิจพลังงานและเคมีภัณฑ์ที่ยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ Empowering Human Life through Sustainable Energy and Chemicals โดยเน้นเพิ่มสัดส่วนกำไรจากธุรกิจปิโตรเลียม ไปสู่ธุรกิจปิโตรเคมี และผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง และยังมีสัดส่วนกำไรจากธุรกิจไฟฟ้า และธุรกิจอื่น ๆ
นางวนิดา บุญภิรักษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านการเงินและบัญชี TOP กล่าวว่า การออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 275,120,000 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ หุ้นละ 10 บาท จะมีการจัดสรรหุ้นแบ่งออกเป็น 1.การจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไป (Public Offering) จำนวนไม่เกิน 239,235,000 หุ้น รวมการเสนอขายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ ตามสัดส่วนการถือหุ้น ในสัดส่วนไม่น้อยกว่า 80% ของหุ้นสามัญทั้งหมดที่ออกและเสนอขายในครั้งนี้ โดยจะไม่จัดสรรให้ผู้ถือหุ้นที่จะทำให้หรืออาจเป็นผลให้บริษัทฯ มีภาระหรือหน้าที่ตามกฎหมายต่างประเทศ และอาจพิจารณาเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนบางส่วนให้แก่ประชาชนทั่วไปด้วย
2.บริษัทฯ อาจพิจารณาจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนเพื่อรองรับการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนโดยผู้จัดหาหุ้นส่วนเกิน (Over-Allotment Agent) เพื่อรองรับกระบวนการจัดสรรหุ้นส่วนเกินกว่าจำนวนที่จัดจำหน่าย (Over-Allotment) จำนวนไม่เกิน 35,885,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 15% ของจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดที่เสนอขายในครั้งนี้ ในกรณีที่มีผู้จองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ เกินกว่าจำนวนที่เสนอขาย
การเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งนี้ จะส่งผลให้อัตราส่วนระหว่างหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net Debt-to-Equity Ratio: D/E) ปรับลดลงน้อยกว่าหรือเท่ากับ 1 เท่า ขณะเดียวกันจะคงอันดับความน่าเชื่อถือด้านเครดิต (Credit Rating) ให้อยู่ในเกณฑ์กลุ่มระดับลงทุน (Investment Grade) ทำให้บริษัทฯ มีความคล่องตัวมากขึ้นในการดำเนินธุรกิจ สามารถเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีความยั่งยืน ทั้งในธุรกิจหลักอย่างธุรกิจการกลั่นน้ำมันและปิโตรเลียม รวมถึงการขยายโอกาสไปยังธุรกิจปิโตรเคมีและธุรกิจใหม่ที่เป็น New S-Curve
ขณะที่การจำหน่ายหุ้นสามัญของ GPSC ให้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ/หรือ บริษัท สยาม แมนเนจเม้นท์ โฮลดิ้ง จำกัด (SMH) ซึ่ง ปตท. ถือหุ้นทางอ้อม 100% จะช่วยเสริมสภาพคล่องและฐานะทางการเงินของบริษัทฯ แข็งแกร่งยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากการทำธุรกรรมดังกล่าว TOP จะยังคงถือหุ้นใน GPSC ไม่น้อยกว่า 10% ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ GPSC จากปัจจุบัน 20.78% ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ GPSC เพื่อเป็นการรักษาสัดส่วนกำไรที่จะได้จากธุรกิจไฟฟ้าตามแผนกลยุทธ์ระยะยาวของบริษัทฯ
5 เม.ย 2569
5 เม.ย 2569
7 เม.ย 2569
5 เม.ย 2569