Last updated: 23 ก.พ. 2566 | 7847 จำนวนผู้เข้าชม |
MD GGC คนใหม่ ตั้งเป้า EBITDA ปี 2030 โด 5 พันล้านบาท
นายกฤษฎา ประเสริฐสุโข กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC เปิดเผยว่า พร้อมสานต่อวิสัยทัศน์ “เป็นผู้นำผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม พร้อมขับเคลื่อนพลังแห่งการสร้างสรรค์ เพื่อคุณค่าที่ยั่งยืน” ภายใต้กลยุทธ์ “The New Chapter of GGC to be the Sustainable Growth Business” สู่การเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน มุ่งเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจปัจจุบัน และสร้างโอกาสทางธุรกิจ ด้วยแนวคิด “GGC DNA” ประกอบด้วย
G: Great in Green Business ดำเนินธุรกิจอย่างสร้างสรรค์ เพิ่มมูลค่าวัตถุดิบทางการเกษตรของประเทศไทย เพื่อผลิตผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม ที่พร้อมคำนึงถึงประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้เสียในทุกมิติ
G: Growth in BCG มุ่งมั่นสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อมระดับโลก ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ให้มีความหลากหลายและขยายธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน
C: Compliance in ESGs ให้ความสำคัญในการกำกับดูแลการปฏิบัติงานที่เป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และยึดหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีเป็นเสาหลักในการประกอบธุรกิจ
โดยปี 2566 ทิศทางการดำเนินงานจะมี 3 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ 1 ยุทธศาสตร์การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความยืดหยุ่น เพื่อรองรับต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป รวมทั้งการสร้างผลกำไรเพิ่มขึ้น ด้วยการบริหารจัดการต้นทุน สร้างความสามารถในการแข่งขันตลอดห่วงโซ่อุปทาน และสร้างการ Integrate ในมาบตาพุด โดยบริหารจัดการตั้งแต่วัตถุดิบ ระบบโลจิสติกส์ ถังเก็บ คลังสินค้า และสินค้าคงคลังให้มีประสิทธิภาพ ต้นทุนต่ำ และคุ้มค่า สร้างความเป็นเลิศด้านการปฏิบัติการ มุ่งเน้นการรักษาความมั่นคงด้านการผลิต ความเป็นเลิศด้านปฏิบัติการ รวมไปถึงการใช้พลังงานและการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และสร้างความแข็งแกร่งทางการตลาดและการต่อยอดผลิตภัณฑ์ไปสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ยกระดับการผลิตน้ำมันปาล์มในประเทศสู่มาตรฐานการผลิตน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน (RSPO) และต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์ปลายน้ำที่มีมูลค่าสูงขึ้น (HVP)
ยุทธศาสตร์ที่ 2 : ยุทธศาสตร์การเติบโตในธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม การมุ่งเน้นสร้างการเติบโตผ่านการลงทุนต่อยอดในธุรกิจเดิมของบริษัทฯ รวมถึงการลงทุนในธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพใน 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจเชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel Business) ธุรกิจเคมีชีวภาพ (Biochemical Business) และธุรกิจส่วนประกอบอาหารและโภชนเภสัช (Food ingredient & Nutraceutical Business)
ยุทธศาสตร์ที่ 3 : ยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เพื่อการเป็นบริษัทที่ประกอบกิจการอย่างยั่งยืน และเน้นย้ำถึงบทบาทความ “เป็นผู้นำผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม พร้อมขับเคลื่อนพลังแห่งการสร้างสรรค์ เพื่อคุณค่าที่ยั่งยืน” ยึดถือกรอบการดำเนินงานตามแนวคิดการพัฒนาขององค์กรอย่างยั่งยืน (ESG)
โดยตั้งเป้าปี 2569 จะมีกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) จากปัจจุบัน 1,700 ล้านบาท เป็น 3,000 ล้านบาท และปี 2573 จะเพิ่มเป็น 5,000 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากยอดขายไบโอดีเซล บี100 เพิ่มขึ้น 20-30% จะมีการขยายกำลังการผลิตแฟตตี้แอลกอฮอล์ ซึ่งคาดว่าจะมีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นจากการเปิดประเทศของจีน โครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ ในส่วนของ Utilities จะก่อสร้างแล้วเสร็จต้นปีหน้า และคาดว่าจะขายไฟฟ้าจากโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลในโครงการได้ ยังมีแผนที่จะเพิ่มความหลากหลายของสินค้ามากขึ้น จะมีการต่อยอดธุรกิจปิโตรเคมีขั้นปลาย เช่น ผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องบินที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะใช้เอทานอลหรือน้ำมันพืชใช้แล้วในการผลิต ธุรกิจผลิตสารต้งต้นสำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และอาหารเสริมจากสายอ้อยหมักเป็นเอทานอล ที่จะดึงโปรตีนมาทำอาหารเสริม ส่งให้กับผู้ผลิตที่อยากจะเป็นเจ้าของแบรนด์ นอกจากนี้จะมีการดำเนินการร่วมกับกลุ่ม ปตท. ที่จะลงทุนต่อยอดทางด้านนี้ด้วย โดยในปี 2566 เตรียมงบลงทุนไว้ 2,500 ล้านบาท
ภาพรวมผลการดำเนินงานในปี 2565 มีรายได้จากการขาย 25,084 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 953 ล้านบาท สะท้อนถึงความสามารถในการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่งของ GGC
GGC เป็นบริษัทผู้ผลิตผลิตภัณฑ์โอลีโอเคมีแห่งแรกในประเทศไทย เป็นบริษัทแกนนำในธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อมของกลุ่มบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์หลัก ประกอบด้วย เมทิลเอสเทอร์ หรือ B100 ที่ใช้เป็นส่วนผสมในน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว มีกำลังการผลิต 500,000 ตันต่อปี แฟตตี้แอลกอฮอล์ ที่ใช้เป็นส่วนผสมหลักในการผลิตเครื่องสำอาง สารลดแรงตึงผิว และเภสัชภัณฑ์ต่าง ๆ มีกำลังการผลิต 100,000 ตันต่อปี และกลีเซอรีนบริสุทธิ ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ใช้ในเครื่องสำอางและเภสัชภัณฑ์ มีกำลังการผลิต 51,000 ตันต่อปี
20 ก.พ. 2569
20 ก.พ. 2569
20 ก.พ. 2569
20 ก.พ. 2569