Last updated: 7 มี.ค. 2566 | 1418 จำนวนผู้เข้าชม |
ครม. เห็นชอบ เชฟรอน และ ปตท.สผ. ชนะการประมูลแหล่งปิโตรเลียม รอบ 24
Hilight
• คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้ บริษัท ปตท.สผ. เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (ปตท.สผ.อีดี) และบริษัท เชฟรอน ออฟชอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูลในการยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมสำหรับแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทย ครั้งที่ 24
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้ บริษัท ปตท.สผ. เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (ปตท.สผ.อีดี) และบริษัท เชฟรอน ออฟชอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูลในการยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมสำหรับแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทย ครั้งที่ 24 โดย ปตท.สผ. อีดี เป็นผู้ได้รับสิทธิเป็นผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตในแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยหมายเลข G1/65 และ G3/65 พื้นที่รวม 19,515.42 ตารางกิโลเมตร และอนุมัติให้ เชฟรอน เป็นผู้ได้รับสิทธิเป็นผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตในแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยหมายเลข G2/65 พื้นที่ 15,030.14 ตารางกิโลเมตร
นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ได้พิจารณาคำขอสิทธิสัญญาแบ่งปันผลผลิตสำหรับแปลงสำรวจปิโตรเลียมในทะเลอ่าวไทย รอบที่ 24 จำนวน 3 แปลง ที่เปิดประมูลไป โดยยึดหลักความโปร่งใสและผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ ทั้งจากคุณสมบัติของผู้ขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ข้อเสนอทางด้านเทคนิคและผลประโยชน์ตอบแทนรัฐ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้เกิดการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ที่มีศักยภาพ เกิดการสร้างงาน การสร้างรายได้แก่ท้องถิ่น รวมทั้งช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม
โดยจะก่อให้เกิดการลงทุนสำรวจและพัฒนาปิโตรเลียมภายในประเทศตลอดช่วงระยะเวลาสำรวจปิโตรเลียม 6 ปี เป็นเงินไม่น้อยกว่า 1,500 ล้านบาท รวมทั้งได้รับผลประโยชน์พิเศษในรูปแบบของค่าตอบแทนการลงนาม เงินอุดหนุนเพื่อการพัฒนาปิโตรเลียมในประเทศไทย และอื่น ๆ เป็นเงินประมาณ 640 ล้านบาท และหากสามารถพัฒนาและผลิตปิโตรเลียมได้ในเชิงพาณิชย์ในแปลงสำรวจปิโตรเลียมดังกล่าว ก็จะสามารถสร้างรายได้ให้แก่รัฐในรูปแบบของค่าภาคหลวง ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม และส่วนแบ่งจากปิโตรเลียมที่เป็นกำไร
ส่วนการดำเนินงานช่วงเปลี่ยนผ่านของแหล่งก๊าซธรรมชาติบงกช (แปลง G2/61) เมื่อวันที่ 7-8 มีนาคม 2566 จากระบบสัมปทานสู่ระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSC) ซึ่งดำเนินงานโดย ปตท.สผ. อีดี สามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องทันทีทุกขั้นตอนแบบไร้รอยต่อและปัญหาใด ๆ คาดว่าจะเร่งผลิตก๊าซฯ ให้มากกว่าเป้าหมายของภาครัฐที่ 700 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เพื่อชดเชยปริมาณการผลิตก๊าซฯ ที่ลดลงของแปลง G1/61 (แหล่งเอราวัณเดิม)
ซึ่งการเปลี่ยนผ่านจากระบบสัมปทานมาเป็นระบบแบ่งปันผลผลิตของแปลง G2/61 สามารถผลิตก๊าซฯ ได้อย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญระบบแบ่งปันผลผลิตจะทำให้ราคาก๊าซฯ ที่ได้จากแปลง G2/61 ปรับลดลงจากเดิม 279-324 บาทต่อล้านบีทียู ลดลงเหลือ 172 บาทต่อล้านบีทียู คิดเป็นมูลค่าประมาณกว่า 20,000 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม-ธันวาคม 2566 ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนค่าก๊าซฯ ในการนำไปผลิตไฟฟ้า
ทางด้านนายรณรงค์ ชาญเลขา กรรมการ บริษัท เชฟรอน ออฟชอร์ (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า บริษัทฯ ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ได้รับสิทธิเป็นผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตสำหรับสำรวจและผลิตปิโตรเลียมแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยหมายเลข G2/65 ภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิต โดยปีที่ผ่านมา กระทรวงพลังงานได้ประกาศให้ผู้สนใจยื่นคำขอเป็นผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต สำหรับแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทย (ครั้งที่ 24) โดยเชฟรอนได้ยื่นขอเสนอสำหรับแปลง G2/65 ซึ่งหลังจากนี้ จะมีการลงนามในสัญญาแบ่งปันผลผลิต ระหว่างกระทรวงพลังงานและผู้ได้รับคัดเลือกต่อไป
“ซึ่งการร่วมขอเป็นผู้รับสิทธิในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการเดินหน้าภารกิจส่งมอบพลังงานที่สะอาดขึ้น อย่างปลอดภัย และเชื่อถือได้ เพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ สร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะยาวต่อไป” นายรณรงค์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ด้วยการผสานความรู้ความเชี่ยวชาญในธรณีวิทยาของอ่าวไทย เข้ากับเทคโนโลยีที่ทันสมัย และแนวทางปฏิบัติงานที่เป็นเลิศจากพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลก เชฟรอนเชื่อมั่นว่าจะสามารถพัฒนาปิโตรเลียมจากแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยหมายเลข G2/65 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมมุ่งขับเคลื่อนสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2050
20 ก.พ. 2569
20 ก.พ. 2569
20 ก.พ. 2569
20 ก.พ. 2569