LOLE คืออะไร ทำไมต้องนำมาใช้แทนเกณฑ์ไฟฟ้าสำรอง

Last updated: 8 เม.ย 2566  |  4596 จำนวนผู้เข้าชม  | 

LOLE คืออะไร ทำไมต้องนำมาใช้แทนเกณฑ์ไฟฟ้าสำรอง

LOLE คืออะไร ทำไมต้องนำมาใช้แทนเกณฑ์ไฟฟ้าสำรอง

Hilight
ทำไมต้องใช้ ใช้เมื่อไร
• เพราะเทรนด์พลังงานเปลี่ยนไปทั่วโลก ใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น
• มีการใช้พลังงานทดแทนหลากหลายประเภท แต่ละประเภทมีความเสถียรไม่เท่ากัน
ดีกว่าสำรองไฟฟ้าอย่างไร
• ทำให้ไฟฟ้ามีคุณภาพมากขึ้น เพราะเป็นตัวชี้วัดความเสถียรโรงไฟฟ้าแต่ละประเภท

“ดัชนีโอกาสเกิดไฟฟ้าดับ (Loss of Load Expectation : LOLE)” เราเริ่มได้ยินเป็นครั้งแรก หลังจากที่เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2564 คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติเห็นชอบให้ใช้ ดัชนีโอกาสเกิดไฟฟ้าดับ (LOLE) แทนเกณฑ์กำลังผลิตไฟฟ้าสำรอง (Reserve Margin) ที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว LOLE เคยมีการเสนอให้ใช้แทน Reserve Margin มานานแล้ว และในอดีตประเทศไทยเคยมีการกำหนดเกณฑ์ LOLE ไว้ในการจัดทำแผน PDP 3 ฉบับ ได้แก่ แผน PDP2001 แผน PDP2004 และแผน PDP2007 โดยได้กำหนด LOLE ไว้ที่ไม่เกิน 1 วันต่อปี และใช้ร่วมกับเกณฑ์ Reserve Margin ที่ไม่ต่ำกว่า 15%

การที่ LOLE กลับมาเป็นที่น่าสนใจอีกครั้ง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเริ่มมีมากขึ้นและจะมากขึ้นอีกในอนาคต ซึ่งจะทำให้การประเมินและการวางแผนความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศมีความแม่นยำมากขึ้น และมีการพูดถึงกำลังการผลิตสำรองที่มีมากจนเกินไป ทำให้มีข้อสงสัยที่ว่า ระดับกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองที่เหมาะสมกับประเทศไทยนั้น ควรจะเป็นเท่าใด และการใช้ Reserve Margin ยังมีความเหมาะสมอยู่หรือไม่

มาดูความแตกต่างระหว่าง Reserve Margin กับ LOLE กัน ที่ผ่านมาประเทศไทยได้กำหนดเกณฑ์ที่ใช้วัดความมั่นคงของระบบไฟฟ้า หรือ เกณฑ์กำลังผลิตไฟฟ้าสำรอง (Reserve Margin) โดยดูความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak) เป็นหลัก วางแผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าให้ครอบคลุมความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด แล้วเหลือกำลังการผลิตสำรองประมาณ 15% (ซึ่งเป็นปริมาณสำรองที่เหมาะสมในอดีต) เพื่อให้มีกำลังผลิตไฟฟ้าเพียงพอกับความต้องการไฟฟ้าสูงสุด รวมถึงสามารถรับมือกับเหตุการณ์ขัดข้องที่ไม่ได้คาดหมาย อาทิ กรณีมีโรงไฟฟ้าในระดับเกิดปัญหา กำลังการผลิตสำรองก็จะเข้ามาผลิตแทนทันที

ส่วน LOLE เป็นเกณฑ์ที่ใช้วัดระดับความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในการวางแผนเชิงความน่าจะเป็น โดยค่า LOLE คือ ค่าดัชนีที่แสดงถึงจำนวนวันที่คาดว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าจะสูงกว่าความสามารถในการผลิตไฟฟ้าในรอบ 1 ปี จะคำนวณจากผลรวมของค่าความน่าจะเป็นที่จะเกิดไฟฟ้าดับในแต่ละชั่วโมงตลอด 1 ปี โดยคำนึงถึงความไม่แน่นอนที่อาจจะเกิดขึ้นในการทำงานของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และการเปลี่ยนแปลงของความต้องการใช้ไฟฟ้าเป็นหลัก

การคำนวณ LOLE จะแยกโรงไฟฟ้าแต่ละประเภทออกมา เพื่อดูว่าโรงไฟฟ้าประเภทไหนสามารถผลิตไฟฟ้าได้กี่ชั่วโมงต่อวัน กำลังการผลิตพลังงานไฟฟ้าจะมีมากน้อยแค่ไหน ซึ่งแต่ละประเภทไม่เท่ากัน แล้วจึงนำค่าที่คำนวณได้ของโรงไฟฟ้าแต่ละประเภทออกมา คำนวณรวมในระบบอีกครั้ง ก็จะได้ค่าดัชนี ซึ่งค่อนข้างยุ่งยากมาก แต่จะให้ค่าความเป็นจริงมากที่สุด ในขณะที่การคำนวณ Reserve Margin คำนวณง่ายมาก คือ นำกำลังการผลิตติดตั้งที่มีทั้งหมดของประเทศ หักด้วยความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด ส่วนเกินที่เหลือจะเป็นสำรองไฟฟ้า ซึ่งไม่ได้แยกประเภทของโรงไฟฟ้า แต่นับจากกำลังการผลิตติดตั้ง ซึ่งจะวัดความสามารถในการผลิตไม่ได้ ปริมาณที่เกินมาบางส่วนจากโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนหรือพลังงานทดแทน จึงนับเป็น “สำรองไฟฟ้าเทียม” ได้

ขณะที่ LOLE จะแสดงจำนวนวันที่คาดว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าจะสูงกว่าความสามารถในการผลิตไฟฟ้าในรอบ 1 ปี ดังนั้น จึงมีความเหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน และในอนาคตมากกว่า เพราะวัดประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าแต่ละประเภทเลย และยังเป็นเกณฑ์ที่แสดงให้เห็นความสามารถในการผลิตไฟฟ้าแต่ละประเภทด้วย เนื่องจากโรงไฟฟ้าบางประเภท อาทิ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ในช่วงเวลาที่มีความเข้มของแสงอาทิตย์ที่เหมาะสมเท่านั้น โรงไฟฟ้าพลังงานลม ก็ผลิตไฟฟ้าได้ในช่วงที่มีลดพัดในอัตราที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้เท่านั้น จึงต้องดูที่ปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จริง ไม่ใช่กำลังการผลิตติดตั้งทั้งหมด

ข้อดีของ LOLE ที่ประเทศไทยจะนำมาใช้นั้น มีการพิจารณาความมั่นคงของระบบที่ครอบคลุมตลอดทุกช่วงเวลา คำนึงถึงสมรรถนะการทำงานของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า การเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และลักษณะของความต้องการใช้ไฟฟ้า โดยจะสะท้อนถึงคุณลักษณะของระบบตลอดทุกช่วงเวลา ซึ่งจากสถานการณ์การผลิตและการใช้ไฟฟ้าของประเทศไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากอดีต จึงมีการพิจารณาทบทวนเกณฑ์ LOLE ที่เหมาะสม ทั้งในภาพรวมทั้งประเทศและแยกตามรายพื้นที่ เนื่องจากในแต่ละพื้นที่จะมีความต้องการระดับความมั่นคงระบบไฟฟ้าที่แตกต่างกัน

การพิจารณาเกณฑ์ LOLE ที่เหมาะสม จะนำไปใช้ในการวางแผน PDP ฉบับใหม่ ซึ่งจะช่วยให้ระบบไฟฟ้าของประเทศไทยมีความมั่นคง มีความสอดคล้องกับการผลิตและการใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน รวมถึงรองรับการเพิ่มสัดส่วนไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากในอนาคตแผน PDP ฉบับใหม่ ปี 2023 – 2037 ที่ได้ร่างไว้ จะมีโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนมากถึงร้อยละ 50 ดังนั้น LOLE จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าให้ประเทศได้อย่างยั่งยืน

โดย LOLE ที่จะมีการนำมาใช้ในอนาคต อาจใช้เกณฑ์ LOLE < 0.7 วัน/ปี หรือใน 1 ปี การเกิดไฟฟ้าดับในประเทศไทยรวมกันแล้วจะต้องไม่เกิน 24 ชั่วโมง

ในขณะที่ LOLE ก็มีการนำมาใช้ในหลายๆ ประเทศทั่วโลก อาทิ ประเทศสหรัฐอเมริกา กำหนดเกณฑ์ LOLE ไม่เกิน 0.1 วันต่อปี หรือ 2.4 ชั่วโมงต่อปี (1 วันในรอบ 10 ปี) และ/หรือ กำหนดเกณฑ์ Reserve Margin ไม่ต่ำกว่า 11% - 20%

ประเทศเกาหลีใต้ กำหนดเกณฑ์ LOLE ไม่เกิน 0.3 วันต่อปี และ กำหนดเกณฑ์ Reserve Margin ไม่ต่ำกว่า 15% (เป้าหมาย 22%)

ประเทศมาเลเซีย กำหนดเกณฑ์ LOLE ไม่เกิน 1 วันต่อปีและ/หรือ กำหนดเกณฑ์ Reserve Margin ไม่ต่ำกว่า 20%

ประเทศสิงคโปร์ กำหนดเกณฑ์ LOLE ไม่เกิน 3 วันต่อปี และ/หรือ กำหนดเกณฑ์ Reserve Margin ไม่ต่ำกว่า 30%

วันนี้เราควรเริ่มทำความเข้าใจกับ LOLE ในระบบไฟฟ้าได้แล้ว หากยังยึดติดกับระบบ Reserve Margin เพียงอย่างเดียว มองว่ากำลังการผลิตสำรองมีล้นระบบไฟฟ้า แต่ไม่มีประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าได้เต็มที่ ความมั่นคงทางด้านไฟฟ้าของประเทศก็อาจจะไม่มี

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Energy Wake Up

25 มิ.ย. 2569

Energy Wake Up

24 มิ.ย. 2569

Energy Wake Up

23 มิ.ย. 2569

Energy Wake Up

26 มิ.ย. 2569

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้