บีซีพีจี จำกัด (มหาชน)

Last updated: 19 พ.ย. 2566  |  7936 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บีซีพีจี จำกัด (มหาชน)

บีซีพีจี ตั้งงบลงทุนปีหน้า 14,000 ล้านบาท

นายนิวัติ อดิเรก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.บีซีพีจี เปิดเผยว่า ปี 2567 จะใช้เงินลงทุน 14,000 ล้านบาท แบ่งเป็น ประมาณ 8,000 ล้านบาท จะใช้การการพัฒนาโครงการที่อยู่ในพอร์ตให้แล้วเสร็จตามแผนที่วางไว้ ส่วนอีก 6,000 ล้านบาท สำหรับการลงทุนในโครงการใหม่ ซึ่งจะเน้นการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในประเทศที่บริษัทฯ มีฟุตพริ้นท์อยู่แล้ว และเป็นประเทศที่รัฐบาลให้การสนับสนุน อีกทั้งยังศึกษาความเป็นไปได้ในการเข้าสู่ธุรกิจที่เป็น New S-Curve เช่น ธุรกิจกักเก็บพลังงานทั้งสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าและสำหรับโรงงาน หรือนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ต้องการใช้ไฟฟ้าสีเขียว และธุรกิจการบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ

สำหรับโครงการที่อยู่ในพอร์ตที่จะต้องพัฒนาให้เสร็จตามแผน ประกอบด้วย โครงการพลังงานลม มอนสูน กำลังการผลิตรวม 600 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่แขวงเซกอง และแขวงอัตตะปือ ใน สปป.ลาว อยู่ระหว่างทยอยติดตั้งกังหันลม คาดว่าจะติดตั้งแล้วเสร็จทั้งหมด 133 ต้น ภายในกลางปี 2568 และจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ปี 2568
โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไต้หวัน กำลังการผลิตรวม 469 เมกะวัตต์ คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2567 และ COD จำนวน 58 เมกะวัตต์ ได้ในปี 2568 จากนั้นจะทยอย COD จนครบทั้งหมดภายในปี 2569
โรงไฟฟ้าพลังงานลมนาบาส-2 กำลังการผลิต 13.2 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่บนเกาะวิซายัส เมืองนาบาส ฟิลิปปินส์ คาดว่าจะ COD ได้ภายในปี 2568

ส่วนการลงทุนในธุรกิจเมืองอัจฉริยะ (Smart City and Infrastructure) ประกอบด้วย โครงการระบบผลิตความเย็นจากส่วนกลาง (District Cooling) ในพื้นที่โครงการสามย่านสมาร์ทซิตี้ ซึ่งเริ่มก่อสร้างในเฟสแรก กำลังการผลิตติดตั้ง 3,000 ตันความเย็น (Refrigeration Tons ,RT) คาดว่าจะ COD ต้นปี 2568 ขณะนี้อยู่ระหว่างวางแผนร่วมกับ สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ (PMCU) เพื่อขยายไปยังเฟสอื่นๆ ต่อไป ทั้งนี้ บริษัทฯ มีสัญญาบริหารจัดการโครงการระบบผลิตความเย็นจากส่วนกลางกับ PMCU กำลังการผลิตติดตั้งรวม 18,000 ตันความเย็น
โครงการมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมืองอัจฉริยะ ในช่วงที่ผ่านมาได้พัฒนาโครงการ โดยการนำระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy Management) ระบบซื้อขายแลกเปลี่ยนไฟฟ้าระหว่างกัน (Energy Trading) และระบบการบริหารจัดการอาคารพลังงานสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Building Management) โดยลงทุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปบนหลังคาอาคารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่กว่า 160 อาคาร มีกำลังการผลิตที่ COD แล้วรวม 12.86 เมกะวัตต์ และในปี 2567-2568 จะติดตั้งเพิ่มเติมอีก 2.5 เมกะวัตต์ พร้อมพัฒนาโซลูชันอื่นๆ เพิ่มเติม และอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อขยายกำลังการผลิตของโซลาร์รูฟท็อปเพิ่มขึ้น เพื่อตอบเป้าหมายการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ให้กับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
สำหรับธุรกิจระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าขนาดใหญ่ ได้มีการต่อยอดการใช้งานระบบกักเก็บพลังงานสำหรับโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ประเภทวานาเดียมรีดอกซ์โฟลว์ในประเทศไทย โดยการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานดังกล่าว ให้กับสถานีไฟฟ้าย่อยของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อเพิ่มเสถียรภาพให้กับระบบสายส่ง-สายจำหน่ายของ กฟภ. ในพื้นที่ห่างไกล ขณะนี้ได้รับอนุมัติให้เริ่มดำเนินการในโครงการนำร่อง ในเขตพื้นที่ อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย คาดว่าจะแล้วเสร็จภายปี 2567 ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการขยายตลาดในประเทศไทย หลังจากที่บริษัทฯ ได้ร่วมลงทุนใน บริษัท วีอาร์บีเอ็นเนอยี่ ซึ่งเชี่ยวชาญเรื่องการผลิตและจำหน่ายระบบกักเก็บพลังงานระดับโลก ซึ่งมีตลาดใหญ่อยู่ในจีน

ส่วนปี 2566 จะใช้เงินลงทุนกว่า 32,000 ล้านบาท โดยตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมากลุ่มบริษัทฯ ได้ขยายธุรกิจไปยังสหรัฐอเมริกา ได้เข้าซื้อหุ้นในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 4 โครงการ ที่ COD แล้ว ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าก๊าซฯ แครอล เคาน์ตี้ เอนเนอร์ยี่ และ เซาท์ ฟิลด์ เอนเนอร์ยี่ ในรัฐโอไฮโอ โครงการโรงไฟฟ้าก๊าซฯ ฮามิลตั้น ลิเบอร์ตี้ และ ฮามิลตั้น เพทรีออต ในรัฐเพนซิลเวเนีย กำลังการผลิตติดตั้งตามสัดส่วนการลงทุนรวม 857 เมกะวัตต์ และล่าสุดได้เข้าลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย กำลังการผลิต 12.59 เมกะวัตต์ ซึ่งจะดำเนินการซื้อขายแล้วเสร็จพร้อมรับรู้รายได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2567 นี้

นายนิวัติ กล่าวว่า ตั้งเป้าปี 2573 บีซีพีจีจะบรรลุเป้าหมาย 3 ด้าน ได้แก่ 1.มีรายได้สุทธิจากการลงทุน 3,000 ล้านบาท 2.มีกำลังการผลิตที่เปิด COD แล้วรวม 2,000 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันมีการลงทุนในโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังน้ำ และก๊าซฯ ในประเทศไทย ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ สปป.ลาว เวียดนาม ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา มีกำลังการผลิตรวม 2,025 เมกะวัตต์ ซึ่งมีทั้งโครงการที่ COD แล้ว และอยู่ระหว่างการพัฒนา และ 3.ได้รับการรับรองความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยตั้งเป้าว่ากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ปี 67 จะเติบโต 30%

โดยดำเนินการภายใต้กรอบกลยุทธ์ ประกอบด้วย Green Expanded การขยายกำลังการผลิต ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ควบคู่ไปกับการสร้างความแข็งแกร่งด้านฐานะการเงิน และการต่อยอดการลงทุนในธุรกิจที่เป็น New S Curve Green Innovation การมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมพลังงานสีเขียว ที่ตอบโจทย์การใช้พลังงานอย่างยั่งยืน และวิถีชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม Green Target การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) สุทธิเป็นศูนย์ ในปี 2593

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้